แอ้ View my profile

โกอิ้งซัมแวร์ ~ กาญจนบุรี #๒

posted on 26 Jun 2013 20:53 by littlest-aa in Travel directory Travel

อาห์.. 

หนึ่งเดือนผ่านไป 

 

ความเดิมตอนที่แล้ว
ไปนอนเล่นที่ไทรโยค แล้วเลยเถิดไปสังขละบุรี 

 



 

          รถไปสังขละเป็นรถบัสท้องถิ่น บนรถมีผู้โดยสารบางตามากถึงมากที่สุด เรานั่งกันคนละเบาะ เปิดกระจกเอาหน้ารับลม สองข้างทางสวยงามมากๆ รถคันนี้จะวิ่งไปอำเภอทองผาภูมิ และขึ้นสังขละตามลำดับ ลุงคนขับ ขับเร็วเอาเรื่องเลยค่ะ แต่ก็จอดทุกป้ายตามใจผู้โดยสาร ปูบอกว่า จะเอารูปรถว่างๆ ไปโม้ "พอดีอยากลองเดินทางแบบโลคอล แต่กลัวลำบากเลยเหมารถบัสคันนี้อะเค่อะ"

 



           ทองผาภูมิอากาศดีมาก เย็นสบายจนเคลิ้มเลย และแล้วลุงก็จอดรถแล้วให้เราลงไปต่ออีกคันโดยไม่ต้องจ่ายเงินอีก เป็นการรวมผู้โดยสารที่ทำกันบ่อยๆ กรณีวิ่งไปแล้วไม่คุ้มเพราะคนน้อยเกิน รถอีกคันอุณหภูมิสูงกว่าคันเดิมนิดหน่อย เพราะมีผู้โดยสารอยู่ครึ่งคันแล้ว แต่เราก็ยังนั่งแยกกันคนละเบาะอย่างสบายๆ ทิศทางรถเปลี่ยน แดดเปลี่ยนทิศเล็กน้อย แล้วเราก็มุ่งสู่อำเภอสังขละบุรีกันค่ะ แอ้กับปูเคยมาสังขละแล้วคนละครั้ง แต่ก็ไม่เกี่ยงที่จะมาซ้ำอีก ถนนเป็นโค้งเป็นเขา มีช่วงที่ชันมากๆ อยู่เรื่อยๆ ทิวทัศน์สองข้างทางในช่วงที่ต้นไม่ไม่บัง สวยมากๆ นั่งรถบัสมีภาษีดีกว่ารถยนต์ตรงที่ได้มองจากมุมสูงกว่านิดหน่อย เป็นการเดินทางที่เพลิดเพลินมากๆ อีกครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

          ถึงสังขละบุรี ราวเที่ยง แดดแม่เอ๊ย แรงซะจนอยากเปลี่ยนอาชีพไปทำหมูแดดเดียวขาย เราไม่รีบร้อน หาอาหารกินกันที่ร้านแถวๆ นั้น แอ้เดินไปกดตังค์เพิ่มเพราะลืมกดก่อนมา เจ็บปวดที่สุดที่กดเงินผิดค่ะ จะกดสองพัน ดันออกมาสองร้อย ต้องกดซ้ำอีกที เสียค่ากดนอกเขตไปหกสิบบาทถ้วน ทานอาหารกันเสร็จ ยังไม่สาแก่ใจ เราอพยพไปร้านเค้กฝั่งตรงข้ามที่น่ารักและชิวมาก เพื่อหลบแดด, ตั้งหลัก, หาข้อมูลที่พัก ..และชีสเค้ก

 

 

 

          ครั้งนี้เรามาชิว การชิวเราจะไม่หาพาหนะค่ะ เพราะมันจะไม่ชิว (เกี่ยวไหม) เราเลยอยากได้ที่พักติดสะพานมอญ จองก็ไม่จองโผล่มาก็อยากได้ที่ดีๆ คงจะได้หรอกนะ สามประสบรีสอร์ทที่พักดังตีนสะพานมอญแน่นอนว่าเต็มแล้ว แอ้เปิดเน็ตเช็คดูที่พักใกล้ๆ สะพานมีอยู่ไม่กี่ที่ และจะลองไล่โทรดู

          เจ้าต่อมาที่โทรเป็นโฮมสเตย์ฝั่งบ้านมอญ เขาบอกแขกเพิ่งออกพอดี มีบ้านว่าง ราคา ๖๐๐ บาท จัดการทำให้ชีสเค้กหายไปเรียบร้อยแล้ว เราก็เรียกมอเตอร์ไซค์วินพาไปบ้านลุงหม่องฝั่งมอญกันค่ะ ลุงหม่องยืนกวักเรียกอยู่หน้าร้านอาหารเล็กๆ ของแก แกบอกมีบ้านเล็กๆ ให้พักสองหลัง หลังหนึ่งอยู่ตรงนี้ ผายมือไปข้างๆ จะให้เราดูบ้าน เราถามว่ามีที่ใกล้น้ำไหม แกบอกว่ามี และพาเราเดินลงเนินไปอีกนิดหน่อย ที่ชายน้ำ กระต๊อบน้อยหลังหนึ่ง ยืนโดดเดี่ยวเหมือนกำลังจ้องมองสะพานมอญที่อยู่ไม่ไกล ตอนนั้นแดดจัด ทุกอย่างมีสีเข้มชัด เรือนแพเกาะกลุ่มกลางน้ำ สะพานมอญที่ปรับปรุงใหม่ มีผู้คนสัญจรเป็นระยะ เรือลำน้อยใหญ่ทั้งจอดนิ่งและเคลื่อนไหว เรายังไม่ทันได้ดูบ้าน แอ้ก็บอกลุงหม่องว่า เอาหลังนี้แหละค่ะ

 





 

          บ้านหลังนี้เจ๋งสุดในสังขละแล้ว แอ้บอกลุงก่อนกลับว่าจะเอามาเขียนบล็อกอย่างนี้แหละ แต่ถ้าอีกหน่อยมีคนไปเที่ยวเยอะจนแอ้ไปอีกแล้วไม่ได้พัก แอ้จะไม่ยอมเชียว ตรงระเบียงบ้านขนาดกำลังพอเหมาะกับมนุษย์สองคนเอ้อระเหยแบบมีสเปซระหว่างกัน ลมพัดกำลังสบาย มีเก้าอี้ไม้เอนๆ ทรงอาบแดดตัวหนึ่ง กับเก้าอี้นั่งเป็นม้ายาวที่สร้างติดกับราวกั้นอีกตัวหนึ่ง ที่เด็ดคือภายในห้อง เมื่อเปิดหน้าต่างบานกว้างเอาไว้ ลมธรรมชาติจะเข้าตรงๆ อย่างแรงๆ ด้วย เมื่อจัดแจงอะไรต่อมิอะไรและบรีฟสั้นๆ จากคุณลุงแล้ว เราก็นอนยามบ่ายกันค่ะ นอนจริงไม่อิงนิยาย หลับบ้าง เล่นเน็ตบ้าง อัพรูปอวดชาวโลกกันตามประสาสลิ่มน้อยๆ รอยามเย็นอันปรานีมาเยือนเรา บ่องตง..ซันบล็อกมันแพง...

 

 

 

          ตลอดบ่ายเมฆเอาแต่ใจพัดฝนไปๆ มาๆ วิวเดิมๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตั้งกล้องถ่ายเป็น Time Lapse นานเป็นชั่วโมงถึงเห็นทิศทางลมป่วนที่แท้จริง เมื่อยามเย็นใกล้มาถึง เราก็นั่งคุยนู่นนี่กันตามประสา อยู่ๆ แอ้ก็พิจารณาราวระเบียงแล้วพบว่ามันเป็นถูกแกะเป็นรูปร่างคุ้นๆ อยู่นะ ไม้ที่ใช้เป็นลูกตั้งราวระเบียงแทบทั้งหมดเป็นไม้ง่าม คว่ำบ้างหงายบ้าง ตรงกลางง่ามถูกแกะสลักแบบหยาบๆ ในแนวทางของอีโรติคอาร์ต ตั้งใจว่าจะต้องถามเรื่องนี้คุณลุงหม่องให้ได้ว่ามันเป็นไม้พันธุ์พิเศษหรือว่าคนก่อสร้างตั้งใจพิเศษกันแน่ !!

 

 

 

          ตอนเย็นเราปิดบ้านที่ลมโกรกกำลังสบายแล้วออกไปเดินเล่น บ้านเราเดินตรงไปยังตีนสะพานมอญไม่ไกลนัก แต่ต้องวนไปขึ้นสะพานตรงทางขึ้นหน้าร้านขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยชื่อดัง มีหนุ่มวีลแชร์อารมณ์ดีขายโปสการ์ดอยู่ที่หน้าร้านกับเด็กน้อยที่มาช่วยอีกหนึ่งคน โปสการ์ดสวยค่ะ พ่อหนุ่มแกถ่ายรูปเองด้วย คงต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น แต่แกก็ดูมีความสุขดี สอยโปสการ์ดมา ๖ ใบ แล้วเดินขึ้นสะพานที่ทำใหม่อย่างแข็งแรงเนี้ยบมากกว่าเมื่อหลายปีก่อน ยังได้ยินเสียงสาวๆ พูดกันว่ามองลงไปข้างล่างแล้วหวาดเสียว ของเก่าเสียวและสวยกว่านี้เยอะ แต่ได้ความแข็งแรงปลอดภัยมาแทนที่ย่อมจะคุ้มค่ากว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้ชีวิตอยู่ละแวกนี้ที่ใช้สะพานเป็นทางสัญจรประจำวัน

 

 





          แสงเย็นค่อยๆ อาบไล้ชีวิตบนผืนหญ้าเขียวบริเวณที่ระดับน้ำลดผ่านลงไป เสียงจากฝั่งตรงข้ามที่มาแข่งขันตกปลา ขานน้ำหนักปลาออกไมค์ค่อยๆ เงียบหาย เราเดินข้ามสะพานมอญกลับมาฝั่งเมือง ซื้อน้ำหวานแก้กระหายแล้วเลือกดูของที่ระลึกเก๋ๆ มองกลับไปฝั่งบ้านมอญ เห็นบ้านน้อยของเราแล้วก็ไม่วายภูมิใจค่ะ ที่เลือกมั่วๆ แล้วได้ที่นั่นมา (อันนี้ต้องบอกว่าบนพื้นฐานการกินง่ายอยู่ง่ายอย่างสุดขั้วของแอ้กับปูนะ) เราเดินต่อไปยังสะพานเก่าอีกตัวที่ต่อเนื่องกัน มีคนเดินมาบริเวณนี้ไม่กี่คน ราวสะพานและที่ยืนริมราวพังเกือบหมดแล้ว มีป้ายเตือนเป็นระยะ กลางสะพานมีศาลาเก่าทะมึนเสามีรอยขีดเขียนมากมายด้วยฝีมือวัยรุ่น.. เดี๋ยวนะ..


          เด็ก ป.๖ บอกรักชัยพร ม.๑ ด้วยภาษานักเลงนี่มันอะไร๊ !!

 



 

          เล่นเอาเราฮากันไปอีกนาน และอยากเห็นหน้าว่าชัยพรหน้าตาเป็นอย่างไร ดูจะเป็นหนุ่มน้อย ม.๑ ที่คมคายน่าดู ป่านนี้อาจจะเป็น ม.๓-๔-๕ ไปแล้วก็ไม่รู้

 

          เราเดินย้อนกลับมาบนสะพานมอญอีกครั้งและรอแสงพระอาทิตย์ตกที่นั่น ฟ้าวันนั้นเปิดมาทั้งวัน แต่ดันมาปิดเฉพาะตรงพระอาทิตย์ตอนเย็น สำหรับเราก็ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้นั่งอยู่บนสะพาน ดูผู้คนสนุกสนานกับการถ่ายรูป และนั่งเล่น เบื้องล่างมีหนุ่มๆ แก๊งรอยสักกำลังกระโดดน้ำท่าพิสดาร อีกกลุ่มหนึ่งแจวเรือผูกจากท่อพีวีซี มีหมาขนปุยนอนนิ่งอยู่บนตัก สาวๆ บนสะพานยิ้มตาโตปากจู๋ใส่มือถือของตัวเอง พอเราลองทำบ้างมันไม่เห็นจะเวิร์คแฮะ สงสัยท่าตาโตปากจู๋คงมีลิมิตที่อายุด้วยกระมัง

          พระอาทิตย์ค่อยย้อยหยดหายไปหลังก้อนเมฆ ริ้วแสงสวยๆ แตะแต้มท้องฟ้า ผู้คนทยอยเดินข้ามสะพานไปยังจุดหมาย กลุ่มเด็กทะโมนเล่นกันกลางสะพานเป็นสิบ เดินผ่านแล้วนึกอยากตะโกนเรียก "ชัยพร" ดูซิคนไหนจะหันขวับ

 



 

          เราไปกินขนมจีนร้านดังกันค่ะเย็นนั้น ขายหมดเกลี้ยง เราเป็นลูกค้าสองจานสุดท้ายพอดี อร่อยเหมือนที่เคยจำได้ ก่อนออกจากร้านก็ได้รับการเชิญชวนให้มาตักบาตรที่หน้าบ้านตอนเช้า เป็นพุทธพาณิชย์อย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนที่แอ้มา ไม่ถึงกับคะยั้นคะยอขนาดนี้ แต่เราบอกกับลุงหม่องไว้แล้วว่าจะซื้อชุดใส่บาตรจากแก

          เดินกลับที่พัก แวะซื้อน้ำดื่มร้านลุงหม่อง และแวะสั่งชุดใส่บาตรกับร้านน้องลุงที่อยู่ถัดๆ ไป เราสองคนไต่ขึ้นบ้าน แล้วนั่งมองแสงไฟดวงเล็กดวงน้อยในท้องน้ำ โรงแรมสามประสบชื่อดังส่องแสงประกายสวยงามบนเนินสูง คณะตกปลาฝั่งตรงข้ามเปลี่ยนกิจกรรมเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ ส่งเสียงออกเครื่องขยายก้องไป แต่ไม่ทันรำคาญก็เงียบหายไปตามเวลา บ้านเรามีตุ๊กแกด้วย ตั้งท่าจะกลัวอยู่เหมือนกัน แต่พอได้ยินเสียงมันร้องแล้วก็ขำ เป็นตุ๊กแกเด็ก เสียงเล็ก ปอดยังเล็ก ร้องเสียงเล็กๆ ได้สามทีก็หอบแฮ่กๆ เราเลยไม่กลัวมันดีกว่า เพราะมันคงกลัวเราจะแย่แล้ว

          คืนนั้นหลับเป็นตายเลยทีเดียว

 



 

 ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖

 

          สองสาวตื่นแต่เช้ากว่าวันทำงานอีกแล้ว อากาศชื้นเพราะมีฝนปรอย เราไปรับถาดที่จะใส่บาตรจากร้านใกล้ๆ บ้านพักแล้วย่ำต๊อกขึ้นถนนเนินชัน เพื่อไปพบกับคนล้านแปดที่ยืนเรียงแถวรอใส่บาตร แอ้ช็อคมนุษย์อย่างรุนแรง แต่ก็อดทนยืนรอจนพระมา ของที่ร้านขายให้ใส่บาตรนอกจากข้าวสวยแล้วก็จะเป็นของแห้งๆ อารมณ์มาม่าปลากระป๋องที่พยายามตัดงบอย่างจำกัดจำเขี่ย อยากแอบแนะนำว่าถ้าใครจะเที่ยวสังขละ และอยากใส่บาตร ลองซื้อของเตรียมมาเองดูนะคะ 

          ผู้คนยกเว้นพระบริเวณนั้นมีสี่แบบ คือคนมาใส่บาตร, คนขายของให้คนใส่บาตร, นาย/นางแบบ และ ตากล้อง  

          เผ่าพันธุ์ตากล้องพร้อมอุปกรณ์ ยิงกระหน่ำไปทั่วบริเวณเหมือนสงครามย่อมๆ นี่ถ้ากล้องถ่ายรูปดูดวิญญาณได้จริงอย่างที่คนโบราณเขากลัว ป่านนี้พระสงฆ์องคเจ้า ได้โดนดูดไปหมดแล้วราวล้านล้านพิกเซล เมื่อพิธีกรรมใส่บาตรกับคนนับร้อยจบลง นักท่องเที่ยวต่างก็แยกย้ายไปหาอาหารเช้าทาน แทบทั้งหมดบ่ายหน้าไปยังร้านดังที่หัวสะพาน

          แอ้กับปูเดินลงเนินไปยังซอยที่เราอาศัย ไม่มีใครตามมาทางนี้ เรากินอาหารเช้ากันเงียบๆ อันได้แก่กาแฟร้อนกับไข่ลวก ปาท่องโก๋ทอดใหม่ๆ ที่ลุงไปซื้อมาจากตลาด และข้าวต้มปลาคนละชาม พร้อมสอบถามเรื่องราวระเบียงที่ยังคาใจ ภรรยาลุงหม่องที่ยังไม่สูงอายุพอให้เรียกป้าอมยิ้มแล้วหันหน้าหนี ลุงหม่องถอนใจแล้วเล่าตำนานให้ฟัง..

          ตำนานแกไม่มีอะไร แกแค่เล่นพิเรนทร์ นึกอยากสร้างบ้านในธีม "สุสานหอย" ก็แค่นั้น จากนั้นเราก็เรียกบ้านหลังนี้ว่าบ้านสุสานหอยค่ะ

 


 

 

         เช้านั้นเราใช้เวลาที่เหลือนิดหน่อยพักผ่อนที่บ้านสุสานหอย ดูน้ำและพื้นดินที่ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียว จนได้เวลาเดินทางกลับ เรามีทางเลือกหลายทางในการกลับ แต่เพราะไ่ม่อยากอยู่บนรถบัสนานรวดเดียวถึงกรุงเทพฯ ราว ๖ ชั่วโมง จึงเลือกกลับโดยรถตู้สองต่อ ลุงหม่องขับรถออกไปส่งที่ท่ารถตู้ แดดเริ่มร้อนอีกแล้ว หนุ่มๆ ที่คิวรถตู้ถามว่า ไปเลยไหม ? 

          "ไม่ค่ะ .. ไปกาญจน์"

ื          ติดสตั๊นท์สามวิ แล้วก็ฮากันรอบวง 

 

          ทริปง่ายๆ สบายๆ จบลงด้วยการเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพค่ะ รถตู้ซิ่งจากสังขละ ผ่านเส้นทางสวยงามที่เราหลงรักอีกครั้ง ต่อรถตู้ที่ตัวเมืองกาญจน์อีกต่อ หลับอีกตื่นก็ถึงกรุงเทพฯ ในยามบ่ายคล้อย แวะห้างซัดอะไรอร่อยๆ กันอีกมื้อ เป็นอันเสร็จพิธี เรียบง่ายผ่อนคลายได้อารมณ์สมดังความตั้งใจแต่แรกเริ่ม สำหรับการเดินทางครั้งนี้ค่ะ

 

          ตัดมาสู่ช่วงโฆษณา เผื่อใครสนใจ บ้านลุงหม่องเข้าอยู่ตอนน้ำขึ้นไม่ได้นะคะ น้ำท่วม แต่ยามน้ำลด หากใครชอบบรรยากาศดิบๆ สันโดษได้อารมณ์ ไม่ชอบความเนี้ยบ บ้านหลังน้อยกึ่งโอเพ่นแอร์นี้ น่ารักมากค่ะ


 

 

           

------------------------------------

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ เราอยากให้คุณมีส่วนร่วมในการเลือกเอนทรี่ต่อไปค่ะ (ค้างเล่าเยอะ) เพียงบอกว่าอยากให้แอ้เล่าเรื่องไหนเป็นลำดับต่อไป ระหว่าง..

มาเลย์-สิงคโปร์ // บาหลี // อุบลฯ

------------------------------------

 

 

   

Comment

Comment:

Tweet

@gasiwikanda ขอบคุณนะค้า..

ตอนนี้สะพานมอญพังเพราะน้ำหลาก ฮือ..
บ้านน้อยที่ไปนอนตอนนี้คงจมน้ำละ เพราะอยู่ลุ่มกว่าเขาเพื่อน
เอาใจช่วยให้ทุกๆ สิ่งฟื้นตัว ซ่อมเสร็จไวๆ นะคะ

#13 By แอ้ on 2013-08-01 22:08

ชอบบล็อกนี้เพราะมาชมภาพถ่าย
แหะๆ เนื้อหาก้อดีด้วยจ้าคิคิquestion

#12 By Gasi96 on 2013-07-25 04:03

sad smile เคยจะไปเขาช้างเผือกกะเพื่อนแต่ว่าดันไม่สบาย อดเลยยย ก็เลยไม่ได้คิดถึงกาญอีกเลย

#11 By Paa orKant on 2013-07-12 11:36

เงินไม่มีนี่สิค้าบ ปัญหาใหญ่ที่สุดเลย ฮ่าๆๆ
@alicednonny  เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแล้วลุยเล้ย 

#9 By แอ้ on 2013-07-10 21:05

ฮึกก อิจฉา อยากไปเที่ยวบ้างอีกแล้วครับ
แหะๆ
บ้านลุงหม่องน่ารักมากเลยครับ 
ชอบบรรยากาศแบบขนำน้อย อิอิ
open-mounthed smile Hot!
ถ้าเลือกได้อยากอ่าน อุบลฯ ฮับ
ป.ล. มันชวนให้คิดว่า คนเขียนรักชัยพร เป็น ดญ หรือ ดช
อิ อิ อิ
Hot! Hot! Hot!

#7 By aaax on 2013-07-02 11:20

ชอบภาพก่อนอาทิตย์ตกดินนั่น สวยมากเลยHot!
แต่ละรูปถ่ายได้สวยดี

#6 By φυβλας on 2013-06-28 09:16

@ปู กรี๊ดดด จริงด้วย เกือบลืมไปแล้ว ฮ่าๆๆ

#5 By แอ้ on 2013-06-27 10:01

นึกถึงตอนลุงสอนภาษาพม่า
อยากไปซื้อเหล้าซักขวด ฮ่าๆๆ

#4 By babyshampoo (103.7.57.18|125.27.236.44) on 2013-06-27 09:01

สนุกอีกครั้ง

#3 By ปิยะ99 on 2013-06-27 08:00

สิงคโปรก็ได้นะ เล่าต่อเล่าต่อ รอติดตามตอนต่อไป
( Hot! Hot! )
รักชัยพรมากมาย

#2 By Nirankas on 2013-06-27 07:12

อยากไปสิงค์โปร์ต่อฮะ ^_^

#1 By inhumba (103.7.57.18|49.231.119.60) on 2013-06-27 06:33

Recommend