แอ้ View my profile

ตามรอยศรัทธา-พม่าแบ็กแพ็ค #๕

posted on 17 Jan 2013 07:12 by littlest-aa in Travel directory Travel
 
 
 
          เนื่องจากพม่า เที่ยวแล้วชิว ตอนเล่าก็ต้องชิวไปด้วย พุกามวันแรกยังไม่จบค่ะ ตอนที่แล้วเรากำลังจะไปตามล่าพระอาทิตย์ตกกัน ยามเย็นอากาศดี เรายังคงโดยสารม้าแรมโบ้ ภายใต้การกำกับดูแลของพี่เมนไน และแกมีทางเลือกสำหรับชมพระอาทิตย์ตกให้เราด้วย
 
          พี่เมนไนนำเสนอออพชั่นสำหรับจะชมพระอาทิตย์ตกให้เลือก อันที่จริงที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันคือชเวซันดอว์ที่เดียวกับที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง แต่แกแนะให้เราไปชเวกูจี กับอีกที่หนึ่งที่เราจำชื่อไม่ได้ซักที พี่เมนไนว่า บนชเวซันดอว์นั้นคนมากมายเหลือเกิน แกคงมองว่าพระอาทิตย์มันก็ขึ้นๆ ตกๆ อยู่ดวงเดียว ดูที่ที่สบายหน่อยจะดีกว่า
          เราขอลองไปชเวกูจี (Shwegugyi Temple) กันก่อน ผู้คนไม่ได้เยอะมากอย่างที่กลัว ชเวกูจีเป็นเจดีย์สำคัญอีกแห่ง เห็นได้จากมีของขายมาก มีรถทัวร์จอดประปราย เราปีนขึ้นไปสำรวจอย่างเร็วๆ แสงทองๆ ตอนเย็นกำลังอาบไปทั่วเจดีย์รอบๆ ที่ผุดอยู่ตรงโน้นตรงนี้ท่ามกลางทุ่งพืชสีเขียว ชเวกูจีน่าจะเป็นอีกที่ที่เหมาะแก่การเก็บภาพ เสียแต่ว่าในวิวดันมีสายไฟเข้าเฟรมมาด้วย
 
 


 
 
 
 
           ชเวกูจี เป็นเจดีย์ที่อยู่ติดถนนใหญ่เลยค่ะ ข้างๆ กันเป็นวังเก่า ซึ่งตอนนี้ถล่มจมดินหมดแล้ว พี่เมนไนบอกว่า มีค่าเข้า และเข้าไปก็ไม่มีอะไรดู เราจึงข้ามจุดนี้ไป เนื่องจากอยู่ติดถนนใหญ่นั่นแหละ จึงทำให้สายไฟระโยงระยาง ต่างจากเจดีย์อื่นๆ ในพุกามที่จะแลเห็นทัศนียภาพอันพิสุทธิ์
 
 
 
 
          เราอยากไปลองเสี่ยงดูที่ใหม่ จึงขอพี่เมนไนพาไปอีกที่ แกก็ตามใจเรา ถนนหนทางยามเย็นเคลือบแสงอ่อนๆ สวยมาก ถ้าแอ้ขี่จักรยานเองคนเดียวคงไปไม่ถึงที่หมาย เพราะจะแวะถ่ายรูปมันอยู่แถวนั้นน่ะแหละ 
 


 
          ขณะที่เรากำลังกังวลกับเวลานิดหน่อย อยู่ๆ พี่เมนไนก็เลี้ยวเข้าหมู่บ้านเล็กๆ ถนนเป็นซอกเ็ป็นซอยและเต็มไปด้วยฝุ่นปุยๆ กระจุยขึ้นมาตามรอยล้อ แกชี้ให้ดูคนลากน้ำมาใช้ แกว่านั่นน่ะน้ำจากรัฐจัดให้ และต้องจ่ายค่าใช้น้ำแบบเหมาจ่ายเป็นรายเดือน แต่ไม่มีท่อต่อมาถึงบ้าน ต้องเอารถเข็นไปลากมาเอง  เอือม

          เด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งมาเกาะรถแล้วโหนอยู่นาน ผาดโผนแจ๊กกี้ชานมาก พี่เมนไนแวะจอดที่กลุ่มบ้านกลุ่มหนึ่ง ยิ้มให้เราแล้วผลุบหายเข้าไปข้างในนานสองนานจนเริ่มกลัวจะไปไม่ทันพระิอาทิตย์ กลางลานบ้านมีกองฟาง กับคนกำลังทำงานจัดการกับกองฟางหลายคน ฟางขยับ ฝุ่นฟุ้ง แดดสีทอง คุณเอ๋ย.. แอ้อยากลงไปถ่ายรูปใกล้ๆ แต่ม้าแรมโบ้ไม่ได้ถูกผูก มันแค่ยืนรออย่างอิสระ แอ้ไม่อยากทำอะไรให้มันตื่นตกใจ ก็เลยได้แต่นั่งเอาเทเลส่องจากบนรถม้า
 
 


 
 
          แล้วพี่เมนไนแกก็วิ่งออกมาพร้อมกระสอบหนึ่งพาดไหล่ ที่แกว่าเป็น Fuel สิ่งนั้นก็คือฟางข้าวสำหรับเจ้าแรมโบ้นั่นเอง 
 
 
          เจดีย์ทางเลือกของเราองค์นี้ทางขึ้นเล็ก แคบมาก ไ่ม่กว้างมาก ดังนั้นจึงชันโคตร ก่อนมาเจ้ากิ๊กย้ำๆ ให้เราเตรียมไฟฉาย ซึ่งตอนแรกแอ้ไม่ได้เตรียม แต่ซื้อที่เซเว่นได้ทันก่อนเดินทาง เวลาจะขึ้นด้านบนเจดีย์ต้องใช้ไฟฉายจริงๆ ค่ะ
 
 


          เปรียบเทียบกับเสียมเรียบ ทางขึ้นยอดปราสาทของเขาจะิยิ่งใหญ่ โชว์หราแปะอยู่ด้านนอกตรงกลาง ๔ ทิศ แต่ทางขึ้นยอดเจดีย์ของที่พุกามจะแอบซ่อน เป็นปล่องเล็กๆ (เล็กมาก ดีว่าลดน้ำหนักมาแล้ว ไม่งั้นมีติดกันบ้าง) อย่างที่เจดีย์ที่ถูกลืมชื่อแห่งนี้ เมื่อเข้าไปด้านในที่เป็นโถง มีพระพุทธรูปแล้ว เราจะต้องมุดเข้าไปในช่องประตูเล็กๆ เหมือนมีผนังซ่อนอีกชั้น จากนั้นเลี้ยวไปอีกนิดจะพบปล่องบันไดที่แคบ มืด และชัน แต่เหล่านักชมตะวันก็ยังดั้นด้นปีนขึ้นไป

          ด้านบนเวลาจะเดินรอบทั้ง ๔ ด้าน จะมีซุ้มที่มุมทั้ง ๔ มุม ซึ่งอีซุ้มนี่ เล็กมากกกก แขม่วกันสุดฤทธิ์ ฝรั่งตัวโตๆ นี่โศกเลย แอ้ต้องถอดกระเป๋าเป้ออกจากหลังเพื่อความคล่องตัวในการมุดซอกเล็กซอกน้อย

          ชั้นแรกที่ขึ้นไปเจอ พอจะเรียกได้ว่าไม่แคบมากนัก มีฝรั่งสองคนสามีภรรยา นั่งยิ้มอยู่ตรงนั้น ภรรยาไม่อยากขึ้นต่อ เพราะไม่ไหว แต่สามีกำลังแปะอะไรที่เท้าแกซึ่งบาดเจ็บ แต่คนจะชมพระอาทิตย์อยากขึ้นมุมสูงกว่านั้น ซึ่งมันจะเป็นส่วนที่ลาดชัน เป็นยอดของเจดีย์ แอ้ขึ้นก่อน แล้วก็หยุดอยู่ตรงกลางระหว่างชั้นล่างกับชั้นบน เป็นที่ที่คนเขาไม่นั่งกัน ที่ไม่อยากขึ้น เพราะรู้ว่าพอขึ้นไปแ้ล้ว เดี๋ยวจะมีคนมาเีบียด ชีวิตไม่่น่าจะปลอดภัยตรงนั้นเพราะถึงแรงเสียดทานระหว่างเ้ท้ากับวัสดุหินหยาบๆ ผิวเจดีย์มันจะมาก แต่ความชันก็มากตามไปด้วย แต่แบงค์กับกิ๊กก็ขึ้นไป ไม่นานจากนั้นก็มีสมาชิกขึ้นไปสมทบตรงชั้นบนอีกหลายคน
 
          และอีฮ่องกงนกกะตั้วนั่นก็โผล่มา บรรยากาศขลังๆ ยามเย็นก็ถูกทำลายไปสิ้น  ฮิ้ววว
          อีนกกระตั้วน่าจะเดินทางคนเดียว และหลั่นล้าอยากได้เพื่อนใหม่มากๆ ชวนคุยไปรอบเจดีย์ ส่งเสียงเอะอะ ชูไม้ชูมือ ยิงมุกแบบเน้นปริมาณ กะว่ายิงไปร้อยต้องได้ฮาซักมุก คือในบางเวลาเราอยากพูดคุยนะ แต่ในเวลาฟ้ากำลังเปลี่ยนสี เราสนทนากับดวงตะวันอยู่ในใจอย่างกึกก้อง แต่ปากน่ะหุบไว้ ให้เกียรติสถานที่และห้วงเวลาที่มีมนตร์ขลังกันบ้าง.. 
          (แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าภาษาอังกฤษมันดีมาก แต่ัมันพูดมากเกินไป เกินไปมากๆ เลยด้วย)
 
 
 
 
          นกกะตั้วโม้ว่า หนีมาที่นี่เพราะไปชเวซันดอว์มาแล้ว คนเยอะมากซัก five thousand ได้ และฮียังเปรียบเทียบปริมาณคนที่หนาแน่นว่า Like a bird นึกภาพนกยึ่บๆ ที่เจดีย์มหาบดีขึ้นมาทันที
 
          พระอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนใกล้ขอบฟ้า ไม่แจ่มแจ๋วอย่างที่ฝันไว้ เรียกตรงๆ แบบไม่ถนอมน้ำใจก็ ฟ้าเน่านั่นแหละ แต่แอ้ก็ยังมีความสุขอยู่ดี (แอ้มีความสุขตลอด) ลมพัดเย็นสบาย แล้วพอฟ้าใกล้มืด เจดีย์สำคัญบางองค์ในฉากของเราก็ถูกเปิดไฟขึ้น สวยงามดี 
 
 
 
          วิวจากเจดีย์นี้มองเห็นน้ำในแม่น้ำอิยะวดีสะท้อนแสงอยู่ำรำไร แต่ท้องทุ่งรอบๆ เจดีย์ค่อนข้างเวิ้งว้าง แลไม่ค่อยเห็นยอดแหลมของเจดีย์อื่นมากนัก พอถ่ายเป็นเงาแล้วมันไม่ค่อยมีดีเทล เราเลยคุยกันว่า วันรุ่งขึ้นต้องไปรอพระอาิทิตย์ตกที่อื่นดู 
 
          แอ้ช่วยฝรั่งบางคนที่ีชั้นบนด้วยการรับของและส่งของให้ขณะที่เขากำลังมุดซุ้มเล็กจิ๋วในขาลง ที่ชันมากเป็นของแถมสำหรับนักผจญภัย คือพวกหนังตามล่าุขุมทรัพย์โบราณ น่าจะบรรจุฉากแบบนี้เข้าไปด้วย รับรองว่าพระเอกตัวล่ำบึ้กมุดไม่ไหวแน่ๆ อาจจะติดกล้ามก้ามปูก็เป็นได้

          เย็นวันนั้น เรากลับลงจากเจดีย์พอดีกับฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินลึกล้ำกลายเป็นดำสนิท พี่เมนไนอาสาพาไปกินข้าว แต่พวกเราปฏิเสธแกไปด้วย ๒ เหตุผล คือเราตกลงกันว่า วันต่อไปเราจะใช้จักรยานเช่า และวันก่อนกลับคือวันที่ ๓ ที่พุกาม (ซึ่งอนุมานได้อย่างแม่นยำว่าเราน่าจะบอบช้ำปางตาย) เราจะใช้บริการพี่เมนไนกับแรมโบ้อีกที เราอยากกลับไปที่เกสต์เฮาส์ให้ทันเช่าจักรยานของคืนนี้ เพราะรุ่งขึ้นเราจะไปตามล่าพระอาิทิตย์กันอีก เกรงว่าคนที่เกสต์เฮาส์จะยังไม่ตื่น

          อีกเหตุผลคือ พี่เมนไนกับแรมโบ้ดูแลเรามาตั้งแต่ตีสามครึ่ง ก็ไม่อยากเอาเปรียบแกมากไปกว่านี้แล้ว เลยบอกให้แกไปส่งที่เกสต์เฮาส์ค่ะ  ยิ้มน่ารัก
 
 
 
          ก่อนแยกกัน พี่เมนไนบอกเราอีกอย่างหนึ่งว่า อันที่จริงนักท่องเที่ยวต้องชำระค่าเข้าเมืองพุกาม ๑๐ ดอลลาร์ แต่เรายังไม่ได้จ่ายเพราะเขาจะตั้งโต๊ะเก็บที่ชเวซันดอว์ตอนเย็น เราไปขึ้นแต่เช้าเจ้าหน้าที่ยังไม่ตื่น คือสรุปว่าถ้าเราไม่ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ชเวซันดอว์ก็ไม่ต้องจ่าย เราก็เก็บข้อมูลนี้ไว้เป็นทางเลือกค่ะ 
 
 
          ค่ำนั้นกลับไปที่ชเวนาดีเกสต์เฮาส์ เช่าจักรยาน ๓ คัน (๒๔ ชม. ๘๐ บาท/คัน) แล้วขึ้นไปล้างหน้าล้างตา พนักงานที่เกสต์เฮาส์น่ารักมาก คือดูแลดี มีคนออกมาช่วยเช็คสภาพรถ (คงรู้ว่าเราจะต้องใช้มันอย่างโหด) ช่วยปรับเบาะ สูบยาง เรียกว่าทั้งปรับทั้งเปลี่ยนกันจนเรารู้สึกสบายกับรถเลยล่ะ 

          แอ้ปั่นออกไปอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะรถค่อนข้างสูง และล้อใหญ่ มาเห็นประโยชน์ก็ตอนที่ปั่นไปไกลๆ ว่ามันช่วยทุ่นแรงให้ไม่เหนื่อยเป็นลมล้มพับคาแฮนด์ จากเกสต์เฮาส์ บนถนนอัตคัตแสงสว่าง ระยะหนึ่งไม่ไกลนักก็จะเจอถนนซอยที่เป็นเหมือนถนนข้าวสาร (เราตั้งชื่อมันทันทีว่า ข้าวสาร) ลองวนไปดูยังไม่มีร้านโดนใจ
          ตอนนั้นอารมณ์ยังอยากชิมอาหารท้องถิ่นอยู่ เลยปั่นต่อไปจนถึงตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน มีเสียงเพลงและการแสดงระบำำรำฟ้อนมาจากด้านใน แต่จนแล้วจนรอดเราก็ไม่ได้เข้าไปดู จุดนี้เรียกว่าตลาดยองอู (ชื่อตำบลตรงที่เราพักนั่นแหละ) จอดจักรยานแล้วสุ่มๆ สั่งอาหารท้องถิ่นมาทานกัน

          ร้านหอยทอดดูน่ากิน พอโผล่หน้าเข้าไปสั่งจริงๆ ถึงเห็นว่ามันเป็นแป้งหอยทอดที่ใส่ถั่วแทนหอย  ฮือๆ~  มีสองไส้ ไส้ถั่วกับไส้มะเขือเทศ โอ.. เป็นมังสวิรัติโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็สั่งอาหารจากอีกร้านมากินด้วยกัน ก็มีเนื้อสัตว์น้อย เน้นแป้งๆ และมันๆ เช่นเคยค่ะ แอ้ลองซื้อขนมที่คล้ายโรตี ก็แป้งๆ และมันๆ ด้วยเหมือนกัน คือรู้สึกว่าแม้แต่ไข่ ก็จะเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับเขานะคะ เพราะเห็นอาหารที่ขายกันทั่วไปรายทาง ล้วนมีแต่แป้งกับถั่ว ทีนี้แอ้เป็นคนไม่ค่อยชอบถั่วไง ก็เริ่มขนลุกละ แต่ยังทนได้
 
 


 
 
          จากนั้นก็กลับเกสต์เฮาส์ อาบน้ำ เล่นเน็ตฟรีไวไฟที่ต้องแย่งกันเองสามคนอย่างอุตลุต เจ้าแบงค์ชิมเบียร์นิดหน่อยตามธรรมเนียม แล้วพวกเราก็รีบเข้านอน เพราะวันรุ่งขึ้น เราจะเหนื่อยกันแบบสุดๆ ไปเลย  อืมมมมห์
 
 
          แท็คติคเตียง Double Bed นอน ๓ คน คิดว่าหลายคนทราบอยู่แล้วแหละ แต่บอกไว้เผื่อๆ คือปกติถ้าเจอ Double Bed กับสมาชิก ๓ คน ให้เอาเตียงมาชิดกันค่ะ แล้วนอนเรียงกันขวางเตียง ทุกคนจะได้นอนเท่าๆ กัน และไม่ผลุบหล่นไปตรงกลางด้วย เราสามคนเป็นมนุษย์หลับค่ะ พอหัวถึงหมอนต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปคนละโลก.. เช้าค่อยกลับมาเจอกัน
 
 
 
ชีวิตหลังอาน
 
๑ ธ.ค. ๒๕๕๕
 
 
          ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเราจะตามล่าพระอาทิตย์ขึ้นกันด้วยจักรยานแม่บ้าน เราผลัดกันอาบน้ำตามเวลาที่กำหนดไว้ (แ่น่ล่ะ อีป้าแก่ตื่นก่อนเช่นเคย พอได้นอนเยอะแล้วจะตื่นไวมาก) พอออกจากห้องมา พบว่าเด็กหนุ่มๆ ที่ทำงานที่เกสต์เฮาส์ตื่นกันแล้ว กำลังปัดกวาดเช็ดถูระเบียงด้านนอก นอกจากจะขยันแล้วยังทำงานละเอียด เช็ดราวลูกกรงทุกซี่ จัดนั่นนี่ให้เรียบร้อย แล้วทักทายโอภาปราศรัยกับเราแบบผู้มีอารยะมาก 

          อากาศตอนเช้าเย็นสบาย ถนนไม่ค่อยมีรถ และมืดตึ๊บ จักรยานคันของแบงค์เป็นจักรยานมีเกียร์ แต่มันดันเสีย ทำให้ต้องปั่นเยอะกว่าปกติ (ไม่รู้ทำไม แอ้ไม่เข้าใจกลไก แต่เห็นล่ะว่าน้องมันปั่นอย่างทารุณน่าดู) เตรียมน้ำท่าที่แช่เย็นไว้แล้วใส่ตะกร้าหน้ารถ ตอนแรกทีเีดียวเราตั้งใจจะปั่นไปเจดีย์ที่ชมพระอาทิตย์ตกตอนเย็นวาน ที่จำชื่ีอไม่ได้นั่นแหละ เพราะพี่เมนไนบอกว่ามันอยู่ใกล้ว่าชเวซันดอว์เยอะ เดี๋ยววันถัดไปแกค่อยพาไปชเวซันดอว์อีกรอบ
          แต่ เราหลงทาง เอาเป็นว่าแอ้แม่งจำอะไรไม่ได้เลยดีกว่า เพราะตอนนั่งรถม้าเนี่ย พี่แกพาเข้าทางลัดทางเกวียนบ่อยๆ พอขึ้นบนถนนหลักแถมแสงฟ้ายังปิดสนิทนี่ ภูมิประเทศของจริงกับในความทรงจำมันเชื่อมโยงกันไม่ได้เลยทีเดียว (น้องๆ พอจำทิศได้ แต่จุดนั้นแอ้บอดสนิทค่ะ) - มาศึกษาแผนที่ภายหลัง พบว่าถนนในพุกามมีเส้นหลักขนานกันสองเส้น ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเกวียนคดโค้งมากมายเต็มไปหมด มิน่าล่ะตูงงแสนงง ก็เดี๋ยวเลี้ยวซ้าย เดี๋ยวเลี้ยวขวา บางทีดูเืหมือนไกล แต่จู่ๆ ก็โผล่มาตรงหน้า.. โอ.. ปริศนาคลี่คลายก็สายซะแล้ว

          เนื่องจากถนนไม่ค่อยมีแสงไฟ เราจัดขบวนกันเป็นแบงค์นำ ถือไฟฉายเป็นด่านแรก กิ๊กอยู่ตรงกลาง แอ้หลังสุด ฉายไฟให้กิ๊กด้วย พอเห็นแสงวาบมาจากด้านหลัง คือมีรถใหญ่ขับมา แอ้ก็จะกลับไฟฉายไปด้านหลัง ส่งแสงวิบวับให้เพื่อนร่วมทางเห็นเพื่อบอกว่า หนูอยู่ตรงนี้ อย่าขับทับหนู.. อุปกรณ์จำกัดก็ต้องแอพพลายกันไป

          หลงทางวนไปวนมา พอฟ้าค่อยๆ สว่าง เราก็โผล่มาถึงชเวซันดอว์.. ได้ไงวะ เอาวะ ถึงแล้วก็จัดไป จอดจักรยาน ถอดรองเท้าโยนใส่ตะกร้า เอาน้ำขวดหนีบจั๊กกูแร้ แล้วก็ ปีนๆๆๆ
 
 


 
 
          เรามาไม่ทันวินาทีที่แสงสว่างแตะขอบฟ้า แต่ถึงทันก็ไม่เห็นเพราะหมอกกับเมฆปกคลุมขอบฟ้าหนาเตอะ แสงเช้าวันที่ ๒ ที่พุกามนี่แย่ยิ่งกว่าวันแรกอีก เราก็ถ่ายรูปกันไปตามอัตภาพ คนขึ้นมาก่อนเราเยอะแล้วเรียงรายกันเต็มชั้นบนสุด แอ้เลยหลบไปอยู่ที่ชั้นรองซึ่งไม่มีผู้มีคน ถ่ายรูปไป กินป๊อกกี้ที่แบกมาด้วยไป สบายแฮ
 
 


 
          วันนี้ไม่มีบอลลูนแฮะ เราเพิ่งได้รู้ว่าบอลลูนไ่ม่ได้มีทุกวัน ก็ค่าขึ้ันแพงซะขนาดนั้น คงต้องมีคนรวยมาเที่ยวเยอะกว่านี้ ถึงจะได้เห็นบอลลูนทุกวัน แต่แล้วพอสมาคมนิยมตะวันค่อยๆ ทยอยลง เราซึ่งอ้อยอิ่งกว่าใคร ก็ได้เห็นภาพสวยโคตรๆ อีกฝั่งหนึ่งของด้านที่พระอาทิตย์ส่องแสง แสงสายๆ สีทองสว่างอาบทุ่งเจดีย์ด้านที่ติดกับแม่น้ำอิยะวดี แล้วเราก็ถ่ายรูปรัวๆ กันอีกรอบ
 
 








 
 
 
          ในที่สุด เวลาและความหิวก็บังคับให้เราต้องตัดใจลงจากเจดีย์ ยังไม่ทันจะรู้ว่าจะไปทางไหนต่อ ใกล้ๆ กันนั้นเองก็พบว่าเวลาทุ่งข้าวแห้งๆ ข้างทาง ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดๆ มันเรียบง่ายอลังการขนาดไหน เลยขอซะหน่อยเหอะ ไหนๆ ก็ขี่จักรยานเองแล้ว
          เจ้าสามคนนี่ก็เลยหมกมุ่นอยู่แถวนั้นอีกพักใหญ่  กร๊าก
 
 
 
 
 
 
 


          เที่ยวกันแบบแก๊งถ่ายรูปนี่สนุกเป็นพิเศษตอนผลัดกันชี้เป้าถ่ายรูป เช่น 

          - เกวียนมาทางด้านหลัง เปลี่ยนเลนส์ัยังทันเพราะวิ่งช้า
          - ป้าเอาของทูนหัวที่สิบนาฬิกา ใครติดเทเลอยู่ยิงเร้ว
          - มีฝูงแพะข้างหน้า เดินฝุ่นตลบ ฯลฯ


          แชะ ๆ ๆ ๆ
 
 
 
          เล่าชิว ช้าๆ พุกามผ่านกาลเวลาตั้ังไกลมาจนถึงทุกวันนี้ เราก็ค่อยๆ ซึมซับเศษเสี้ยวของกาลเวลา ทีละเล็ก ทีละน้อย ไปพร้อมๆ กันนะคะ ใจแอ้อยากเล่าอีกตอนก่อนออกไปเที่ยว (อีกแล้วเฮ่ย !!) เสาร์อาทิตย์นี้จัง แต่ดูเวลาแล้วไม่น่าจะทำได้ เอาเป็นว่าสัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อนะคะ ไว้แอ้จะพาไปชมเจดีย์งามๆ กันอย่างจุใจเลยค่ะ
 
 
 
 

 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าอิจฉามากๆที่มีโอกาสได้ไปพม่าค่ะ :D
เราอยากไปบ้าง แต่ยังไม่มีเวลาและโอกาสT-T
ภาพสวย ยั่วน้ำลายดีจริงๆเลยย
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมที่บล๊อคด้วยนะคะcry

#27 By lanlaliuliu on 2013-01-27 09:23

สถานที่สวยขึ้นเพราะฝีมือคนถ่ายรูปเก่งจริงๅ
ท่าทางจะขึ่จักรยานด้วยความเมื่อยแหง๋งๆ เพราะถนนที่ใช้เกวียนน่าจะเป็นถนนที่ค่อนข้างขุรขระพอสมควร
ความเป็นอยู่ยังคงชนบทเนอะมีการแบกน้ำไปรับน้ำ
ว่าแต่ใส่ถั่วแทนหอยรสชาดมันเป้นไงนึกไม่ออกจริงๆopen-mounthed smile Hot! Hot! Hot!
ต้นไม้รวมๆแล้วเยอะหรือน้อยกันแน่ ดูไม่ออก

#26 By แทณนี่แหละ on 2013-01-22 09:45

อ่านเพลินเลยค่ะ Hot! Hot! Hot!

#25 By peewa 丕娃 on 2013-01-21 20:11

Hot! Hot! Hot! Hot!

โอ้โห.. ได้เห็นวิวแล้ว..

มันสวยงามมาก ๆ ครับ..

โดยเฉพาะที่ชเวซันดอว์..

ราวกับหลงเข้าไปในหนังเรื่องไหนสักเรื่อง..

งามจริง ๆ ฮะ^^ confused smile
Hot!  สุดยอดครับ อยากกระโดดไปตะลุยโลกกว้างอีกครั้งเลย

#23 By XEGXEF on 2013-01-20 21:55

Hot! Hot! Hot! big smileทริปนี้ สนุกมากๆ

#22 By dp on 2013-01-18 21:24

อยากไป อยากไป อยากไป แล้วก็อยากไป

#21 By โต๊ะคิ้งส์ on 2013-01-18 15:02

วิวสวย อย่างนี้ คันไม้คันมืออยากถ่ายรูปเลยค่ะ 

#20 By Rhizopus ❤ on 2013-01-18 11:34

สวยจังเลยค่ะ อ้อยอิ่งอ่านอยู่นานกว่าจะจบ
เหนื่อยแทนหลายช่วงตัว แต่ก็อิจฉาค่ะ Hot! big smile

#19 By Mrs. Holmes on 2013-01-18 00:47

น่ารักที่ซู๊ด สีน้ำแต่งเมคอัพเพิ่มได้ค่ะ
น้าเคทจะค่อยๆดู blog น้องแอ้
นะคะ ... หากสนใจอยากได้รูปใหญ่ๆ
จะเขียนไปจีบอีกทีนึงค่ะ
Thank you ka Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#18 By Siamese Kate on 2013-01-17 22:09

@siamesekate ต้นกล้วยแอ้ไม่ค่อยได้ถ่ายฟอร์มงามๆ มาค่ะ มีแต่แบบบ้านๆ ใช้ได้ไหมหนอ.. แต่ถ้าเป็นต้นไม้โกร๋นๆ ที่กิ่งก้านเยอะๆ อะถ่ายประจำ ของโปรดเลย ถ้าไม่รังเกียจลองดูในบล็อกแอ้นะคะ ชอบรูปไหนบอก เดี๋ยวจัดรูปใหญ่ๆ ให้ค่ะ confused smile

#17 By แอ้ on 2013-01-17 22:04

sure ka... หากไปเที่ยวอีก ถ่ายติดต้นกล้วยสวยๆให้ด้วยนะคะ
ชอบต้นกล้วยกับสิ่งก่อสร้างเก่าๆ วาดสีน้ำออกมาสวยดีค่ะ
จะมา tag เรียกไปดูตอนวาดเสร็จนะคะ & credit ตากล้องด้วยค่ะ

#16 By Siamese Kate on 2013-01-17 22:01

@atpt1978 ไม่เยอะค่ะ ซื้อเท่าที่เล่าในบล็อกนี่แหละ

#15 By แอ้ on 2013-01-17 21:39

@siamesekate ยินดีค่ะ วาดแล้วมาตามแอ้ไปดูด้วยนะคะ 

#14 By แอ้ on 2013-01-17 21:38

หลังจากเที่ยวเสร็จ มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาแยะไหม...sad smile

#13 By Live a Live on 2013-01-17 20:54

ถ่ายรูปสวยมากค่ะ
วันหลังยืมบางภาพไปเป็นแบบวาดสีน้ำนะคะ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
น้าเคท

#12 By Siamese Kate on 2013-01-17 20:01

ทางเข้าซับซ้อน แต่ก็ได้บรรยากาศงามงดนะครับคุณแอ้big smile Hot! Hot!

#11 By ราศีกุมภ์ on 2013-01-17 19:58

@yiim-yiim ตอนนั่งเพลินมากๆ ค่ะ แต่ตอนปีนขึ้นปีนลงนี่ลำบากมาก
ถ้าไม่คล่องตัว เช่นเป็นผู้ใหญ่หน่อย หรือแขนขาบาดเจ็บ ไม่แนะนำเลยค่ะ open-mounthed smile

#10 By แอ้ on 2013-01-17 14:31

ติดตาม ติดตาม
big smile Hot!

#9 By Nirankas on 2013-01-17 13:00

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อยากนั่งรถม้ามากเลยคะbig smile big smile

#8 By YiM-YiiM on 2013-01-17 10:36

@wind1411 บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยมากค่ะพี่ฟุ้ง ปั่นจักรยานเองนี่สุดๆ แล้วอะ เมืองเขาถนนยังไม่ได้ดีตลอดทาง คือต้องปั่นบนทางเกวียน ฝุ่นหนาๆ นุ่มๆ เยอะมาก แล้วก็ไม่ได้เป็นพื้นราบนะคะ คือมีขึ้นมีลง แต่.. เราไม่ได้มาพุกามกันบ่อยๆ คือถ้าย่างกุ้งเนี่ยไม่เสียดาย มีโปรเครื่องบินเมื่อไหร่ก็ไปได้ ไม่ได้ยากเย็น แต่สำหรับพุกาม นั่งรถเหนื่อยค่ะ ไหนๆ ก็เหนื่อยเดินทางแล้วทั้งทีต้องจัดหนัก เอาให้คุ้ม ตราบใดที่อวัยวะยังอยู่ครบก็ยังนับเป็นพลทหาร ไม่ตัดออกจากกองทัพแต่อย่างใด ฮ่าๆๆ
(ไอ้ซาดิสม์ sad smile )

#7 By แอ้ on 2013-01-17 10:24

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นทริปที่อ่านตามแบบเห็นภาพมาก ๆ
น้องแอ้ & เดอะแกงส์ สุดยอดจริง ๆ ค่ะ
ลุยกันแบบ ไม่กลัวเหนื่อยกันเลย
big smile big smile

#6 By 12345 on 2013-01-17 09:36

รูปเกวียนกับเจดีย ขาวดำก่อนสุดท้าย สวยมาก!!!!!!!!!

#5 By LungDeng on 2013-01-17 09:03

สวดยอด confused smile confused smile

#4 By ปิยะ99 on 2013-01-17 09:00

@lizardgirl @diaryand แอ้เพิ่งไปปีนวัดอรุณมา ของบ้านเราโหดกว่าล่ะค่ะ ขาสั่นของแท้เลยนั่น sad smile

#3 By แอ้ on 2013-01-17 08:44

เห็นบันไดทางขึ้นละขาสั่น

#2 By [ANA]* on 2013-01-17 07:56

บันไดชันและแคบมากเลย sad smile แอบเป็นห่วงแทน 
ภาพสวยเหมือนเดิม ชอบจัง ... ชักอยากไปพม่าบ้างแล้วล่ะค่ะ Hot!

#1 By lizardgirl on 2013-01-17 07:55

Recommend