แอ้ View my profile

ภูลังกา ~ แดดหนาวดาวอุ่น #๒

posted on 21 Mar 2012 18:37 by littlest-aa  in Travel  directory Travel
..
..
ความเดิมตอนที่แล้ว : เที่ยวเขากัน ๓ คน ในเวลา ๓ วันค่ะ วันแรกผ่านไปแบบชิวๆ เข้าวัดเข้าวา กินปลา แวะกว๊าน ตกเย็นก็มุ่งหน้าขึ้นเขาหาดาวมาห่มนอน
..
..
..
..
          ค่ำนั้นทุลักทุเลมาก เราไปถึงวนอุทยานภูลังกาก่อนฟ้ามืดเล็กน้อยด้วยฝีเท้าและฝีมือพี่ฮวง มีผู้ชายสองคนสองวัยมาคุยอย่างใจดีว่าเราอยากขึ้นไปนอนบนภูเลยไหม ต้องเหมารถไป เราปรึกษากันเร็วๆ และแน่นอน.. ไปแน่ๆ ไม่งั้นไม่ใช่ไอ้แอ้กับผองเพื่อน ก็ใช้เวลาช่วงพระอาทิตย์ลับฟ้า รีบเข้าไปอาบน้ำล้างตัวที่ห้องน้ำของอุทยานอย่างรวดเร็ว เพราะน้ำข้างบนลานกางเต็นท์บนภู ค่อนข้างอัตคัดค่ะ
..
          ตอนนั้นอากาศหนาวมากแล้ว เราไต่ระดับความสูงและความหนาทึบของป่าไม้ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอากาศเย็นจัดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เตรียมข้าวของใส่ท้ายรถกระบะลุง แล้วนั่งท้ายกันทั้งสามคนเพื่อเสพความหนาวแรกในทริปนี้ของเรากันอย่างเต็มๆ ลุงใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กระชากกระชั้นขึ้นทางชันที่สัมผัสได้ด้วยแรงดึงดูดของโลกที่ต้นคอและแผ่นหลังที่พิงฝาปิดกระบะท้ายอย่างฝากชีวิตไว้ ซ้ำยังต้องไต่พื้นผิวดินร่วนซุยเป็นของแถม ทั้งหมดเพียงสัมผัสด้วยความรู้สึก ทัศนียภาพแทบมองอะไรไม่เห็นเพราะมืดแล้ว เห็นแต่ลำต้นวอมแวมของต้นไม้ต้นแล้วต้นเ่ล่าสองข้างทาง ค่อยๆ ผ่านไป
..
          พอถึงลานกางเต็นท์บนเขาดูเวลาก็ราวๆ สองทุ่ม บนนั้นมีห้องน้ำ แต่ไม่มีไฟแสงสว่างเลย พระจันทร์เป็นแสงที่สว่างสุดตรงนั้น มีคนกางเต็นท์อยู่ก่อน ๒ กลุ่มเท่านั้นเอง กลุ่มเล็กกับกลุ่มใหญ่ เราเลือกได้ที่กางเต็นท์ติดกับศาลาแปดเหลี่ยมที่เป็นจุดชมวิว แอ้เคยเจอฤทธิ์เดชศาลาแปดเหลี่ยมที่ภูเรือมาแล้ว ขนลุกยังไงไม่รู้ที่ต้องไปอยู่ตรงนั้น
.. 
          บนนั้นหนาวมาก ลมแรงมาก ลุงส่งพวกเราเสร็จก็กลับลงภู แกคงไปนอนใต้หลังคาบ้านในโปงผ้าห่มอุ่นๆ พรุ่งนี้หลังมื้อเช้าแกจึงจะกลับมารับชาวแค้มป์ล่าลมหนาวทั้งสาม พวกเราหลังจากปลุกปล้ำกางเต็นท์ คลุกน้ำค้างจนหนาวสั่น มือก็เริ่มหมดความรู้สึก ระหว่างทำอาหารกินกันด้วยเตาแก๊สจิ๋วกับแก๊สกระป๋อง มีอุบัติเหตุ มือแอ้โดนไฟ เทียนหยดใส่มือ หรือจับตะแกรงเหล็ก ไม่มีร้องซักแอะ เพราะชาไปหมดเลย ได้แต่นั่งมองน้ำตาเทียนอาบจมูกเล็บและค่อยๆ แข็งตัวเกาะอย่างเงียบๆ 
..
..
          เพิ่งรู้ว่าค่ำคืนนั้นมีจันทรุปราคาเต็มดวง อะไรจะโชคดีขนาดนี้ บนภูมีเมฆ แต่ก็สูงพอที่จะเห็นพระจันทร์ เมื่อได้เวลาเสี้ยวเงาก็ค่อยๆ รุกล้ำพื้นที่สีทองของพระจันทร์ทีละน้อย แอ้เิกิดมาไม่เคยได้ดูราหูอมจันทร์ ชัดเจนแจ่มแจ๋วขนาดนี้มาก่อน ตะลึงแล้่วตะลึงอีกค่ะ
          ราวสี่ทุ่มราหูอมจันทร์หมดทั้งดวง ลานกางเต็นท์ก็ถูกความมืดกลืนกิน เหลือแต่แสงดาวเท่านั้นที่ยังสว่างอยู่บนฟ้า เราเข้านอนด้วยความหนาวและชื้น ฟลายชีทกระพือลม เีสียงสนั่นแทบจะตลอดเวลา พยายามไม่สนใจเสียง ไม่อยากคิดถึงเสียงแปลกปลอมที่จะแทรกสายลมเข้ามา
          เหมือนตอนที่เจอที่ภูเรือ  ฮือๆ~
..
..
 
 
..
..
          แอ้ตื่นมาเข้าห้องน้ำคนเดียวตอนตีสอง ราหูคายจันทร์แล้ว ทั่วลานกางเต็นท์สว่างอย่างกับมีไฟสปอร์ตไลท์ดวงโตที่ติดตั้งไกลเกินไป มาคิดๆ ดูตอนนี้ก็น่าแปลก ทำไมช่างไม่กลัวอะไรเลย ไฟฉายก็ไม่ใช้ เดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไป ด้วยแสงจันทร์ซะอย่างนั้นเลย 
..
          ความที่เตรียมทุกอย่างพร้อมก่อนนอน พอเพื่อนปลุกตอนตีห้า แอ้เด้งขึ้นมา และเอาเป้สวมแขนทันที พร้อมเดินฝ่าหมอกหนาวๆ ขึ้นสู่ยอดภูลังกา เราจะไปพิชิตยอดภูลังกา (ที่ไม่ได้หนักหนาอะไร ถือว่าเดินเล่นชิวๆ) เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ
..
..
..

..
..
          จากจุดกางเต็นท์ขึ้นยอดภูลังกา เส้นทางเท้าเหลือเพียงไต่ขึ้นอย่างเดียวอีกแค่ ๘๐๐ เมตรเท่านั้น เรียกว่าเสพยอดเขาได้ในระยะที่ไม่ทำลายข้อเข่ามากนักถ้าเทียบกับภูอื่นๆ แต่ด้วยความสูงที่อยู่ราวๆ ๑๖๐๐ ม. เหนือระดับน้ำทะเล แ่น่นอนว่าออกซิเจนบางกว่าด้านล่าง ก็เลยเหนื่อยง่ายหน่อย ที่บนยอดอยู่ที่ระดับ ๑๗๒๐ MSL ค่ะ ทีแรกคิดว่า ๘๐๐ เมตร คงเดินพอเหงื่อออก แต่อะไรๆ ก็มักไม่เป็นอย่างที่คิด
..
..
..
..
..
          หมอกเช้านั้นหนามากๆ หนาซะจนมองทางข้างหน้าไม่เห็น เหลียวหลังก็ไม่มีใคร มีแต่ก้าวแต่ละก้าวของตัวเอง แอ้ก็เหนื่อยแหละ ตามธรรมดาสาวออฟฟิศอ้วนๆ แก่ๆ ใครเค้าเดินเขากันบ่อยๆ ตอนแรกคิดจะถอดใจนั่งชมวิวซะที่กลางภู แต่แล้วพอเดินขโยกเขยกกันไปเรื่อยๆ จนโดนกลุ่มที่ขึ้นมาทีหลังไล่ทัน และพักเหนื่อยไปพร้อมๆ กันกับนักท่องเที่ยวรุ่นน้องกลุ่มใหญ่ มีน้องน่ารักคนหนึ่งกำลังจะเป็นลม แต่เพื่อนๆ อาจจะดูไม่ออก แค่คนเคยร่วงระหว่างการเดินเขามาแล้วอย่างแอ้ ดูออกแน่นอน ก็เลยเอาเสื้อไปพัดให้เขา แบ่งลูกอมให้ ระหว่างนั้นก็พักขาตัวเองไปในตัว 
..
.. 
..
..
          แล้วเพื่อนๆ ของเขาที่แซงไปด้านหน้าก็ตะโกนว่า อีก ๑๐๐ ม. ก็ถึงยอดแล้ว..
..
          แรงมาซะงั้น เราเริ่มเห็นทะเลหมอก ที่หนามากๆ แล้วพระอาทิตย์ก็โผล่ปุ้งออกมาจากหมอก เป็นสีเหลืองนวลอย่างกับพระอาทิตย์เก่าแก่จนเลือนลาง.. อ่อนแรงจนไม่อยากจะออกมาทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นท่ามกลางหมอกที่จับเหงื่อจนตัวเย็น ทีมเรา ๓ คน กับทีมน้องๆ น่าจะร่วม ๑๐ คน หยุดยืนดูภาพจิตรกรรมแบบ Speed painting ด้วยพู่กันล่องหนของธรรมชาติร่วมกันราวๆ หลายเสี้ยวนาที 
..
..

..
..
..
          จู่ๆ ก็หายเหนื่อยซะเฉยๆ แล้วแอ้ก็วิ่งขึ้นไอ้ ๑๐๐ เมตรที่เหลือนั่น ไม่ได้วิ่งเพราะกลัวถ่ายรูปไม่ทันหรืออะไรนะ วิ่งเพราะอยากจะวิ่ง เพื่อนแอ้งงเลยอะ งงตัวเองเหมือนกัน ทำไปได้.. ทำได้จริงอะ นี่ร่างกายเราอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย
..
..
          มีคนมาเหยียบยอดภูลังกาเช้าวันนั้น ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินสามสิบคน เราผลัดๆ กันยืนตรงป้ายบ้าง ยืนตรงปลายแหลมบ้าง นั่งตรงแท่นเทวดาบ้าง ไม่แปลกแยก ไม่ครอบครอง ไม่ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่ก็เข้าใจกัน เราคุยข้ามกลุ่มกันไปมาแบบเงียบๆ แอ้กับน้องๆ กลุ่มนั้นนั่งคุยกันสนุกสนาน แล้วทะเลหมอกก็โผล่ออกมา แค่แว้บเดียวพอให้ได้ชักภาพ แล้วพายุหมอกก็กลบทุกอย่างหมด
..
..
..
..
..
          ปลายแหลมสุดของยอดภู ถ้าไม่มีหมอก ทิวทัศน์ข้างล่างจะเป็นไงบ้างนะ
..
..
..
..
          นั่งเล่นนานพอสมควร รอให้ฟ้าเปิด แต่ฟ้าก็ไม่เปิด จนเหล่านักเดินทั้งหลายยอมล่าถอยลงเขาแต่โดยดี หมอกไม่บางลงเลย ตลอดทางยังคงมองเห็นแค่ข้างหน้าเหมือนเดิม
..
..
..
..
          ที่ภูลังกามีจุดให้ชมวิว ๓ จุด คือภูนม, ลานหินหอยอะไรสักอย่าง กับยอดภูลังกาซึ่งสูงสุด จริงๆ อีก ๒ จุดที่เหลือ ไม่เกินกำลังที่เราจะเดินไปให้ครบนะคะ แต่ว่าหมอกมันลงหนามาก เลยตกลงกันว่า ไม่คุ้มที่จะเดินแล้วแหละ คงไม่เห็นอะไร
..
..
..
..
..
..
..
..
          เรากลับเต็นท์ ทำอาหารเช้ากินท่ามกลางความหนาวเหน็บ มือชามากขึ้นจนเริ่มกังวลว่ามันจะกลับมารู้สึกอีกไหมเนี่ย แอ้เริ่มจับหม้อจับเตามือเปล่าอย่างชินชา ขนาดเอามืออังไฟใกล้ๆ ยังรู้สึกแค่ "อุ่นนิดๆ" บอกกับตัวเองว่า คราวหลังคงต้องเตรียมถุงมือติดเป้ไว้บ้างแล้ว
..
..
..
 
..
..
          กินอาหารเสร็จพอดีๆ ลุงที่ขับขึ้นมาส่งเมื่อวาน ก็กลับมารับ เราเก็บเต็นท์กันไป คุยกับลุงไป ลุงบอกว่าลานกางเต็นท์นี้ ปกติทางหัวหน้าวนอุทยานไม่ให้ขึ้นมากางเต็นท์ แต่เพิ่งจะให้ขึ้นมาปีนี้เอง (คนอื่นๆ เขากางกันที่ลานกางเต็นท์ข้างล่าง) คนน้อย บรรยากาศสุดยอดอะ แต่น้ำท่า เขาต้องขนขึ้นมาให้ใช้ จึงไม่ควรใช้น้ำเยอะ ใช้แค่เข้าห้องน้ำหนักเบาก็พอแล้ว
..
..
..
..
..
..
..
          ถนนที่ขึ้นมา ขามามันมืดมาก มองอะไรไม่เห็น แต่สัมผัสได้ว่าชันมาก พอได้ลงตอนสว่างๆ ถึงได้เห็นว่า อืม.. เอาการ ลุงว่าอาทิตย์ก่อนมีนักท่องเที่ยว เป็นทีมโฟร์วีล ดื้อจะขับรถขึ้นเอง ไม่ยอมเหมารถ คือเหมือนกฎที่นี่มันยังไม่นิ่ง จริงๆ เขาไม่ให้ขับขึ้นเอง แต่ถ้าตื๊อๆ เขาก็คงยอมแหละ ปรากฎว่ารถคว่ำจ้า.. รถกลิ้งม้วนต้วนบาดเจ็บมากๆ ไปคนนึง เราก็เห็นว่ามีวัยรุ่นท้องถิ่นขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาหลายคัน ลุงบอกว่า ขึ้นไม่ไหวจอดกลางภูก็เยอะ
..
..
..
..
..
          แล้วเมื่อลงจากยอดภู ด้วยความหวังว่าจะหนาวน้อยลง แต่ก็พบว่า หนาวน้อยลงนิดหน่อยเอง เทอร์โมมิเตอร์ของร่างกายแทบไม่กระดิก แม่เจ้า ใครอยากเสพความหนาว ไปที่ไหนๆ แล้วก็ผิดหวัง ลองมาที่นี่ดูนะคะ
..
..
          เมื่อลงมาถึงที่ทำการวนอุทยาน ก็เดินชมบรรยากาศซะรอบนึงก่อนออกจากที่นั่นค่ะ รอบๆ ตัวสวยไปอีกแบบด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ เดินอ่านบอร์ดที่ทำกันเองแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่ที่ทำการ ก็พบว่าที่ภูลังกานี่มีจุดขายอีกอย่างที่ความหลากหลายทางดอกไม้ ภาพที่โชว์ส่วนมากก็เป็นฝีมือของหัวหน้าหน่วยที่นี่เอง ถ่ายรูปแจ่มเลย
..
..

..

 


          นี่ชื่อดอกโคลงเคลง ไม่รู้ว่ามีที่ไหนอีกบ้าง แต่แอ้เคยเห็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละค่ะ ไม่ทราบที่มาของชื่อ แต่ถ้าให้เดาเล่นๆ พุ่มโคลงเคลงมีดอกดก แต่ละดอกตั้งฉากกับพื้นโลก หันหน้ารับสายลมเต็มๆ กลีบ เวลาลมพัดมา ดอกโคลงเคลงจะส่ายน้อยๆ พร้อมๆ กัน ดูแล้วน่ารักสมชื่อ
 
..
..
..
..
..
          บัวตองเพิ่งจะโรยไปแหม็บๆ
..
..
..
..
..
..
          เดินดูทั่วๆ แล้ว พบว่าที่กางเต็นท์บริเวณนี้ก็น่ากางมากเลยค่ะ แต่วันที่เราไป ดีแล้วที่ขึ้นไปนอนบนภู เพราะว่าที่ส่วนอุทยานมีคนมากางเต็นท์แล้วเอะอะเสียงดัง ตอนเราไปถ่ายรูปกันเขากำลังกลับ เมาปลิ้นเลย ขี่มอเตอร์ไซค์กันเป็นส่วนมากด้วย น่าเป็นห่วงตอนลงเขาซะจริง
..
..
..
..
          เรื่องราวสนุกๆ กับวิวสวยๆ ยังมีอีกเพียบค่ะ ตอนนี้ขอทิ้งท้ายเอนทรี่นี้ไว้ด้วยภาพที่ถ่ายมาซะเยอะแยะจากภูลังกา แล้วพบกันเอนทรี่หน้านะคะ
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
 
You might also like :
..
..
..
     

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

ชอบบรรยากาศและภาพในชุดนี้มากเลยนะครับ..

โดยเฉพาะภาพหยดน้ำค้างยอดหญ้า..

สวยจัง..

และสัมผัสได้ถึงไอเยีนที่ลอยออกมาเลยล่ะครับ^^

ดี ๆ big smile big smile big smile
อ่านแล้วรู้สึกดับอากาศร้อนได้นิสสสหนึ่ง

แต่ก็อ่านไม่จบเพราะตอนนี้ร้อนมากเลย

ถ้าอากาศหนาวๆ คงจะได้บรรยากาศกว่านี้คร้าบ

ปล.เดียวกลับมาอ่านใหม่ ตั้งแต่ ตอน1 เลยคร้าบ สนใจๆๆๆdouble wink question

#2 By ParkZaa D ManChester on 2012-03-21 20:43

คุณนิพันธ์ >> นั่นน้ำค้าง (หรือน้ำหมอก) แท้ๆ ไม่ได้เอาฟ้อกกี้ฉีดนะคะ สองข้างทางตอนใกล้ๆ ถึงยอดภู ต้นหญ้าเป็นแบบนี้หมดเลย ><

#3 By แอ้ on 2012-03-21 21:23

สูงมากๆเลย สูงกว่าภูกระดึงหรือเปล่านะ...จำไม่ได้sad smile

#4 By Live a Live on 2012-03-21 21:46

ดูในเว็บเขาบอกภูกระดึงสูง ๑๒๘๘ ม. เหนือระดับน้ำทะเล แต่ภูลังกา ๑๗๒๐ ม. เหนือระดับน้ำทะเลค่ะ แต่เดินน้อยกว่า เพราะรถมาส่งซะค่อนทางแล้ว สบาย.. cry

#5 By แอ้ on 2012-03-21 21:52

สวดยอดรูปน้ำค้างยอดหญ้าสวยอ่ะคับbig smile

#6 By dowrun happy on 2012-03-21 22:43

ภาพสวยแล้วเล่าเรื่องสนุกดีค่ะ อยากไปเที่ยวลุยๆอย่างงั้นบ้างจังbig smile Hot!

#7 By Kanya on 2012-03-21 23:27

ขอบคุณสำหรับบรรยากาศกะภาพสวยๆ นะbig smile Hot!

#8 By วิหคสีคราม on 2012-03-22 03:29

ภาพสวยม๊ากกกก
ชอบอันดับหนึ่งก็ภาพน้ำค้าง
รองมาก็ตัวทากน้อย น่ารักดี
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#9 By Nirankas on 2012-03-22 06:53

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

คุณแอ้ถ่ายภาพสวยจังเลยคะ

เห็นแล้วทำให้อยากไปbig smile big smile

#10 By YiM-YiiM on 2012-03-22 08:14

ภาพสวย เขียนเล่าได้น่าอ่าน น่าไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวจังครับ Hot! Hot! Hot!

#11 By Thai_RF_Engineer on 2012-03-22 10:20

รูปน้ำค้าง ทำเอาหลงรักธรรมชาติแบบไม่เคยเป็นมาก่อนเลยค่ะ Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เห็นภาพแต่ละภาพ ผมพูดไม่ออกเลย สวยมากจริงๆ
โดยเฉพาะรูปหอยทาก มันน่ารักและอัศจรรย์มากๆเลย

ขอบคุณที่เอามาแบ่งกันนะครับ big smile
หยดน้ำสวยมากเลยค่าาา

หอยทากก็น่ารักอ้ะHot! Hot!

#14 By Finan'Ze Lanzo on 2012-03-22 21:16

ภาพสวยมาก ๆ ค่ะ Hot! Hot! Hot!

#15 By peewa 丕娃 on 2012-03-22 21:19

ขอบคุณดวงดาวทุกดวงนะคะ
เดี๋ยวนี้พอติดฮอตที ยอดวิวกระฉูดมากๆ น่าปลาบปลื้ม
ว่าแต่โบกมือทักกวักมือเรียก ส่งข้อความทักทายทิ้งไว้ซักกะนิด
เจ้าแอ้ก็จะสุขใจเยอะๆ เลยค่ะ confused smile

#16 By แอ้ on 2012-03-23 00:00

หมอก ดอกไม้ น้ำค้าง สายลม แสงแดด(*_*)

แค่ดูรูปก็เคลิ้มแล้ว>.<

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By Zaii-ieww on 2012-03-23 06:31

หมอก น้ำค้าง ต้นไม้ เอ้ยยยน่าเที่ยว

#18 By [ANA]* on 2012-03-23 11:56

อ่ะโหยยยยยยยย น่าไปมาก

#19 By LungDeng on 2012-03-23 18:06

สังเกตมาตั้งแต่เอ็นทรี่ก่อนแล้ว ทริปนี้เปลี่ยนกล้องรึเปล่าครับเนี่ย ภาพคมชัดสวยงามแบบโปรเลยทีเดียว (ไม่ใช่ว่าทริปก่อนๆ ไม่สวยนะ แต่มันไม่เป๊ะเท่านี้อะ)

ชอบภาพดอกไม้กับใบไม้มากกก หอยทากก็น่ารัก Hot! Hot!

#20 By SimpsKwan on 2012-03-24 01:06

คุณ SimpsKwan >> กล้องตัวเดิม เลนส์ชุดเดิมเลยค่ะ แต่คนถ่ายชิวค่ะ ถ้าทริปไหนรูปไม่ค่อยสวย คือมัวไปสนใจเรื่องอื่นอยู่ (เช่นพยายามเอาชีวิตรอดเป็นต้น) ทริปไหนว่างๆ ไม่มีอะไรต้องเครียด ก็จะใช้เวลาสบายๆ ค่อยๆ เดินดูนั่นนี่ค่ะ เป็นพวกอาร์ตตัวแ่ม่น่ะ sad smile

#21 By แอ้ on 2012-03-24 09:15

พู่กันธรรมชาติ...........

ชอบคำนี้จังเลยพี่


:D





แต่ดู ๆ พี่ยังฟิต ฮึดไปถึงยอดได้เจ๋งมากเลยพี่ ๕๕๕๕๕


อ่าน ๆ ยังดูท่านพี่จะไม่ไหวซะแล้วเลย




ปล รูปงามมากกกกกก Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

และท่าจะหนาวสุดๆ เลยนะเนี่ย
หนาวสุดๆ อะเธอ ตั้งแต่เที่ยวมา ถ้าไม่นับที่ที่มีน้ำแข็งกะหิมะนะ
ก็มีที่นี่แหละ กับบนขุนแม่ยะ (ตอนนั้นอากาศหนาวสุดแล้วฝนตก)
ที่เจอความหนาวทารุณขนาดนี้ ภูลังกาเนี่ยสุดๆ

#23 By แอ้ on 2012-03-24 13:25

แค่ชื่อภูลังกา อยากมาแล้วละ confused smile Hot!

#24 By ปิยะ99 on 2012-03-24 20:31

ดูแล้วหนาวววว อยากให้กรุงเทพหนาวแบบนี้บ้าง Hot!

#25 By GUMBEAR on 2012-03-25 15:33

Recommend