แอ้ View my profile

เสม็ดแห่งกาลเวลา

posted on 12 Sep 2009 14:19 by littlest-aa in Travel

.. 

 

   

..

         ทะเลที่สวยประทับใจที่สุดครั้งแรกในชีวิตคือเกาะเสม็ด

          เกือบยี่สิบปีก่อน เด็กหญิงแอ้ให้สัญญากับหาดทรายละเอียดนุ่มเท้า ว่าจะกลับไปอีก พร้อมตักทรายนุ่มๆ ใส่ถุงกลับไปใส่ขวดแก้วที่บ้าน นั่งมองและอมยิ้มอีกหลายต่อหลายปี..

          เธอรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัด จนปัจจุบันนี้ แอ้กับเสม็ดมีสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ผูกมัด แอ้ไม่ต้องไปเมื่อนั่นเมื่อนี่ แอ้ไม่ต้องเครียดหากไม่ว่างจะไป แต่รวมๆ แล้วแอ้ไปที่นั่นน่าจะเกิน 6-7 ครั้ง กับเพื่อน กับครอบครัว ต่างวาระ ต่างกาลกันไป

..

..

          เสม็ดโตขึ้น จากสาวน้อยวัยใส กลายมาเป็นสาวเปรี้ยววัยทำงาน เด็กหญิงแอ้โตขึ้นเป็นวัยรุ่นแก่นและเฮี้ยว จนกลายมาเป็นมนุษย์เงินเดือนวัยป้า เรื่องราวระหว่างแอ้กับเสม็ดมีมากมาย หาดที่แอ้ไปซ้ำๆ พักที่ซ้ำๆ ที่แทบจะเป็นห้องเดียวกันทุกครั้งคืออ่าวช่อ

          อ่าวขนาดไม่ใหญ่ ตีวงโค้งอยู่เคียงข้างหาดวงเดือนที่อู้ฟู่ด้วยธุรกิจและกิจกรรมน่าตื่นเต้นมากมาย สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้หากต้องการความจี๊ด แต่ก็กลับมานอนสงบได้หากเบื่อหน่ายซึ่งความจี๊ดเสียแล้ว เกือบกึ่งกลางอ่าวช่อ มีสะพานปลา ที่แอ้เห็นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นสะพานไม้ ทอดยาวไกลไปสู่ห้วงน้ำสีฟ้า ต่อมา สะพานนั้นกุดด้วยคลื่นลมพายุ และไม้เองที่เก่าแก่

          ปัจจุบันสะพานถูกซ่อมใหม่ให้ดีและแข็งแรง แต่ก็ต้องแลกด้วยความสวยคลาสสิคที่ขาดหายไป ร้านข้าวเล็กๆ เพียงร้านเดียวริมหาด ได้แปรสภาพไปสู่บาร์ชนิดลำลอง หยิบยื่นวิวทะเลอันสวยงามให้ลูกค้า แต่ยัดเยียดวัสดุสังเคราะห์ลงสู่แนวฟองคลื่นที่ซัดหาด เสม็ดโตเป็นสาววัยทำงานแล้วสินะ

..

..

          ครั้งหนึ่ง ที่นั่นเป็นหาดที่มีเสียงหัวเราะดังที่สุด เมื่อมีเพื่อนซี้ก๊วนใหญ่เคียงข้าง

          ครั้งหนึ่ง ที่นั่นเป็นหาดที่สายลมอ่อนหวานที่สุด ..

          ครั้งหนึ่ง ที่นั่นเป็นหาดที่พักใจของเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ ปรับทุกข์ ปลอบขวัญ ด้วยมิตรภาพบนเกลียวคลื่น

          ครั้งหนึ่ง ที่นั่นเป็นที่เงียบๆ สำหรับครอบครัวจะได้หย่อนใจด้วยกัน

          ครั้งหนึ่ง ครั้งหนึ่ง .. ครั้งไหน ..

..

 

          คลื่นลมไม่มีวันเปลี่ยนไป ทะเลไม่มีวันเปลี่ยนไป

          หากดวงตาของเรายังมองมันเช่นนั้น

          เหมือนเดิม..

          ..

 

 ..

..

 

          บางเสี้ยวที่น่าเล่า : วีรเวรวีรกรรมบนเกาะเสม็ด

          ** ไปกับกลุ่มเพื่อนหนุ่มครั้งใด แอ้จะนำเพื่อน (นำจริงๆ ค่ะ ชักจูง ชี้ชวน เกลี้ยกล่อม) ให้เพื่อนๆ ไปนั่งดื่มกันบนโขดหินสูงๆ ที่อยู่ตรงแหลมที่กั้นระหว่างอ่าววงเดือนและอ่าวช่อ ซึ่งไม่มีทางเดิน ต้องไต่ก้อนหินไป ไอ้ขาไปไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ขากลับเนี่ยสิ .. เมื่อของที่อยู่ในขวด ย้ายเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด แม้ว่าเราจะถือของเบาแล้วในขากลับเพราะมีแต่บรรจุภัณฑ์เปล่าๆ แต่ร่างกายที่บรรจุแอลกอฮอล์มันไต่โขดหินไม่ได้น่ะสิ.. ครั้งหนึ่งน้ำขึ้นสูง ซัดก้อนหินจนลื่นและโยกคลอน เทียนที่เตรียมไปโดนลมดับหมด เพื่อนๆ อย่างเมา แอ้ตกใจมาก รู้สึกเหมือนจะพาเพื่อนไปตาย หลังจากนั้นหายซ่าไป (พักหนึ่ง) เลยค่ะ บนโขดหินใหญ่ที่ปลายหัวแหลมนั้น คลื่นลมแรงมาก มองขวาก็เห็นแสงสีของอ่าววงเดือน มองซ้ายก็เห็นความสงบของอ่าวช่อ แหงนหน้าก็มีแต่ดาวเต็มฟ้า เวลาที่ตรงนั้น เป็นเวลาที่อมตะ ไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้นและดับลง ความทรงจำจะไม่มีวันสูญหายไป

..

..

          ** ครั้งที่ไปกันสามสาว (ซึ่งกำลังจะมีทริปสามสาวอีกครั้งต้นตุลานี้ เชิญติดตาม) ก่อนไปเราไปเผาหัวกันแถวเกษตรนวมินทร์ รอสว่าง อาจจะเผามากไปหน่อยหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ ครั้นพอขึ้นเรือใหญ่สองชั้นและไปนั่งสง่างามอยู่บนชั้นสองเรียบร้อย เพื่อนแอ้ก็เกิดอาการเมา (ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเรือหรืออย่างอื่นกันแน่) ขึ้น เมื่อเรือจอดส่งผู้โดยสารท่าแรกที่หน้าด่าน เราซึ่งไปขึ้นวงเดือนเสมอ นั่งแกว่งไกวอยู่บนเรือที่โคลงเคลงช้าๆ บนผืนน้ำสีฟ้าอมเขียว ใสบริสุทธิ์เหมือนความฝันวัยเยาว์ ฝูงปลาตัวเล็กๆ สีเหลืองอ่อนจางคาดดำ ว่ายไปมาเป็นจังหวะเดียวกัน เพื่อนสาวอ้วกค็อกเทลสีส้มสด พุ่งจากชั้นสองของเรือลงไปสู่น่านน้ำเบื้องล่าง สีส้มกระจายเป็นวงกว้างในน้ำนั้น แอ้ชะโงกตามไปดู ร้องอู้หู .. ไม่ทันที่ใครจะได้ทันทำอะไร ธรรมชาติก็จัดการเสียเรี่ยม เพราะเจ้าฝูงปลาน้อยรุมตอดวัตถุแปลกปลอมสีส้มจนเกลี้ยงภายในเวลานับเป็นวินาทีกันเลยทีเดียว .. แล้วน้ำก็กลับเป็นสีฟ้าใส และสีเลือดฝาดก็กลับมาอยู่บนใบหน้าของผู้ให้อาหารปลาอีกครั้ง

..

..

          ** เมื่อครั้งหลานสาวคนโตอายุได้ 11 เดือน แอ้พาทุกคนไปเสม็ด แต่มีพายุฝนรุนแรง ไม่ควรออกเรือ ใครๆ ที่ท่าเรือนวลทิพย์ต่างแนะนำให้เราหาที่พักที่ระยองแทน แต่แอ้มีหรือจะเชื่อ เสม็ดอยู่ตรงหน้า ที่บังตาก็มีแต่สายฝน ในที่สุดคนดื้อก็ไปเจอเรือดื้อ (เจ้าของรีสอร์ทดื้อสั่งมา) เรือลำน้อยที่จะออกเดินทางสู่เกาะเสม็ดมีขนาดใหญ่พอๆ กับรถสองแถวคันโต คือผู้โดยสารนั่งสองฝั่งประจันหน้ากัน มีช่องว่างวางของตรงกลางเพียงเมตรเดียว คนขับเรืออัดยาเส้นด้วยอารมณ์อันรุนแรง ดูดจนแก้มตอบแล้วปาก้นที่เหลือทิ้งราวกับว่าเป็นยาเส้นมวนสุดท้าย ตามองออกไปกลางทะเลที่ไม่เห็นอะไรนอกจากคลื่นลม ครอบครัวดื้อๆ อย่างบ้านเรานั่งอยู่ในเรือลำนั้น ซึ่งที่กลางทะเลมันช่างดูเล็กจ้อยและโยนตัวไปมาอยู่บนยอดคลื่น ผู้โดยสารทุกคนโดนตะคอกให้สวมชูชีพ และเมื่อเรือเอียงวูบไปมาเพราะต้องวิ่งตัดกระแสคลื่นที่สูงกว่า 1 เมตร แต่ไม่น่าเกิน 2 เมตร คนขับตะโกนสั่งให้ผู้โดยสารร่วมชะตากรรมย้ายฝั่งที่นั่งไปมาเพื่อความสมดุล น้ำสาดเข้ามาจนเปียกกันถ้วนหน้า ทุกคนมองตากัน มีคำถามที่ไม่กล้าถามอยู่ในใจ แน่นอนว่าเรารอดจากการเดินทางครั้งนั้นมาได้ แต่แอ้จะไม่ทำอย่างนั้นอีก เที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต แต่ชีวิต มีได้แค่คนละครั้งเดียว.. 

..

..

..

..

         

แถม : สมัยวัยเรียน ครั้งหนึ่งโต๋เต๋มาเสม็ดกับบางส่วนของแก๊งซ่าซึ่งสมัยนั้นยังโสดๆ กัน มีแอ้เป็นสาวเดียวในแก๊ง เรานอนรวมกันห้องเดียวเสมอ ครั้งนั้นเพื่อนคนหนึ่งได้สาวมาด้วยหนึ่งคน ตกกลางคืน ด้วยความรักและรู้ใจเพื่อน สมาชิกที่เหลือสามคนจึงขอตัวออกเดินเล่นไปจนถึงโขดหินที่ได้เล่าไปแล้ว ตั้งใจจะให้เวลาหนุ่มสาวตามลำพัง บรรยากาศเมื่อคนน้อย ช่างหนาวและวังเวงบนโขดหินนั่น บทสนทนาที่ริมขอบของโขดหิน เริ่มขึ้นท่ามกลางแสงดาว

          ชาวแก๊ง 1 : หนาวเนอะ

          ชาวแก๊ง 2 : เออ กูสั่นละเนี่ย

          ชาวแก๊ง 3 : มึงว่าแถวนี้จะมีฉลามมั้ยวะ

          ชาวแก๊ง 2 : กลัวอะไรวะ เราอยู่ตั้งสูง แถมอยู่บนบกอีก

          ชาวแก๊ง 3 : กูเคยดูสารคดี เขาว่าฉลามนี่แม่งโดดขึ้นมาลากคนริมฝั่งได้ถึง 3 เมตรเลยนะโว้ย

          ชาวแก๊งทั้งสามกระถดตัวเข้าไป 3 เมตร และคุยกันต่อ

          ชาวแก๊ง 1 : มึงจะกลัวอะไรกับฉลามวะ

          ชาวแก๊ง 2 และ 3 : มึงไม่กลัวแล้วถอยตามกูมาทำไม ไอ้นี่.. 

          ชาวแก๊ง 1 : กูเคยดูสารคดีเขาบอกว่า จรเข้น้ำเค็มนี่แม่งดุมากเลยนะโว้ย แล้วแม่งขึ้นบกมาหาเหยื่อสูงถึง 5 เมตรเชียวนะมึง

          ชาวแก๊งทั้งสามกระถดตัวเข้าไป 5 เมตร และคุยกันต่อ

          ชาวแก๊ง 2 : มึงดูดิ ดาวเต็มฟ้าเลย มีดาวเคราะห์กระพริบๆ ด้วย

          ชาวแก๊ง 1 : ไม่แน่นะมึง กูเคยดูสารคดีเกี่ยวกับยูเอฟโอ เขาบอกว่า....

..

          แล้วชาวแก๊งทั้งสาม ก็ไม่สนใจว่าจะรบกวนเวลาโรแมนติกของใครหรือไม่ รีบไต่โขดหินกลับกันตาเหลือก

.. 

..

          นึกถึงที่ไรก็ฮาทู้กกกกกที.. 55555+

..

..

..

Comment

Comment:

Tweet

เกือบแล้วเสม็ดsad smile

#48 By แทณนี่แหละ on 2009-09-20 10:19

เคยไปมาครั้งเดียวเองครับคุณแอ้ อยากไปอีก

แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที ไปครั้งแรกก็ตื่นตาตื่นใจ

ฝรั่งอาบแดดกันตู้มๆ บนชายหาด ตอนนั้นยังเด็ก

ไม่รู้ว่าพี่ๆเขาดูอะไรกันนักหนา ฮิ ฮิ confused smile

#47 By ชายคลอง on 2009-09-15 02:00

ฮ่าๆๆๆ ไอ่บทสนทนาชุดสุดท้ายนี่น๊าา confused smile confused smile

แต่ว่านะ อีฟเองก็ประทับใจเสม็ดเหมือนกันค่ะ
ไปแต่อ่าวงเดือนนี่แหละ ชอบสุดๆแล้ว
บรรยากาศดีจริงๆ เฮ้ออออออ
ว่าแล้วก็อยากจะไปอีกสักครั้งเหมือนกัน
ชักคิดถึงแล้วสิ surprised smile cry

#46 By สส.eVeZaa on 2009-09-14 21:24

ชาวเล บนเกาะเสม็ด น่ารักนะคะ
เค้าเคยไปนับดาวที่หาดวงเดือน ครั้งนึง
อยากไปอีกจัง อือ
แต่.... กลัวคลื่น กับ ยูเอฟโอ 55555 sad smile

เค้า ว่าทะเล เหมือน ผู้ชายที่ทั้งโรแมนติคแล้วก้อโหด
น่าสนใจตลอดเวลา
แต่เข้าใกล้มากๆ กลับลึกล้ำ ยากจะหยั่งถึง
ยามคลื่นแรง น่ากลัว
แต่ ...ยามสงบ ผสมเสียงคลื่นค่อยๆซัดสาด
อยากค้นหา ตัวตน
แอร๊.... แค่มองภาพเสม็ดแห่งกาลเวลา
อิน ซะ ใจกระเจิดกระเจิง อ่า question

#45 By someone on 2009-09-14 20:40

สักวันจะไปเยี่ยมเสม็ด

#44 By on 2009-09-14 16:44

เคยโบกรถไปเสม็ดด้วยล่ะค่ะ ฮามาก

เรื่องสุดท้ายฮามาก confused smile
ชาวแก๊ง 5555555+ confused smile

#42 By joy on 2009-09-14 15:20

จริงเหรอคะพี่คิ้งส์


แอ้ไม่ได้ไปมาน่าจะสี่ปีแล้วค่ะ
ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนั้น..
เสียดายจังเลย..

#41 By แอ้ on 2009-09-14 14:53

เมื่อยี่สิบปีก่อนเช่นกัน
ครั้งแรกที่ไปเสม็ด = ไปกับเพื่อนๆ 7 คน สมัยก่อนต้องแบกน้ำจากฝั่งนี้ไปด้วย อาหารหลักคือมาม่าต้มกับปลากระป๋อง แล้วใส่กระหล่ำปลี

ครั้งที่ 2 = ไปกับเพื่อน 5 คน สนุกมากเล่นน้ำตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ดำๆๆๆๆ ทั้งๆที่ว่ายน้ำไม่เป็น จนได้พบหนุ่มวิศวะพระนครเหนือมาช่วยชีวิต และเกิดนิยายรักขึ้น 5555

ครั้งที่ 3 = ไปกับ....4 คน ครั้งนี้หวานซะ

ครั้งที่ 4 = ไปคนเดียว เพราะอกหัก 55555

ครั้งที่ 5 = ไป 3 คน หญิงสอง ชายหนึ่ง พาหัวหน้าไปเที่ยว คราวนี้ไปแบบสบายๆ

ครั้งที่ 6 = ไปทริปเดิมเหมือนครั้งที่ 5 เพราะหัวหน้าติดใจขอเบิ้ล

ครั้งที่ 7 = ไปเมื่อปีที่แล้ว เดื