แอ้ View my profile

..

          คิดถึงกันไหม..

          กลับจากเดินทางเกือบอาทิตย์แล้ว ยังไม่หายเหนื่อยเลยค่ะ เปลืองพลังชีวิตจริงๆ ทริปนี้ แต่ก็สนุกนะ เล่าก่อนดีกว่า.. ยังมีอะไรน่าเล่าเยอะแยะ (และยาวด้วย พยายามเล่าให้กระชับสุดแล้ว คงได้แค่นี้เองค่ะ) ทริปนี้เล่าดราฟต์ไว้ที่ฟอนต์แล้ว แอ้เอามาเรียบเรียงใหม่นิดเดียว แล้วก็ทำรูปใหม่ให้กระชับขึ้น อย่ามัวแต่อารัมภบทเลยดีกว่า พร้อมจะบินกันรึยัง เตรียมพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือนมาด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วก็เดินทางกันเล้ย..

           

..

..

          ขออนุญาตเอาราคาของการเที่ยวขึ้นก่อนแล้วกัน เพราะจะเกิดคำถามว่า "เท่าไหร่" เสมอ มาดูกันว่า "เท่าไหร่" นะคะ อันนี้ภูมิใจมากที่เที่ยวได้ประหยัดยิ่งนักค่ะ ถูกกว่าไปเชียงใหม่อีก เพราะไปเชียงใหม่นี่เปลืองค่าแคบหมูน้ำพริกหนุ่ม (ของเขาอร่อยถูกใจนี่นา)

          [ ใช้เงินไปทั้งหมด ตั๋วไปกลับมาเก๊า Airasia 2,900 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งทริป 1,280 HKD. ประมาณ 5,700 บาทค่ะ ]

แผนการเดินทางคร่าวๆ

13 ส.ค. BKK - Macau (15:45 เวลาไทย ถึง 19.45 เวลามาเก๊า ซึ่งปรับเร็วขึ้น 1 ชม. ค่ะ)
14 ส.ค. ประมาณเที่ยง ขึ้นเรือ Ferry จาก Macau - Hongkong ได้เที่ยวประเทศละครึ่งวัน
15 ส.ค. อยู่ฮ่องกงเต็มวัน
16 ส.ค. เที่ยวฮ่องกงตอนเช้า กลับเรือ Ferry ถึง Macau บ่ายสอง ฝากกระเป๋า เที่ยวมาเก๊าต่อ ค่ำๆ กลับไทย Flight 21:35 เวลามาเก๊า ถึงไทย 23:35 เวลาไทย ดีเลย์นิดหน่อยค่ะ


          ได้ไปที่เด่นๆ หลายที่เลย แต่เคล็ดลับของ 5,700 บาทคือ "ไม่ช็อปปิ้งที่ฮ่องกง และไม่เล่นการพนันที่มาเก๊า" แค่นี้ก็ประหยัดได้เพียบ..

 

ข้อมูลสกุลเงิน

          เรทประมาณนี้นะคะ
          ซื้อ HKD. ที่ธนาคาร เช็คหลายแห่งแล้ว ธ.กรุงศรีอยุธยา ให้ราคาดีที่สุดคือ 4.44 บาท = 1 HKD. ที่สนามบินไทย 4.51 บาท = 1 HKD. (ธนาคารที่ฮ่องกงโหดมาก 5.55 บาท = 1 HKD.) ส่วนจุดแลกเงินเอกชน แอ้ไม่กล้าใช้ค่ะ กลัวเจอแบงค์ปลอม ดูไม่เป็นด้วย 

          1 HKD. = 1.05 MOB (หน่วยเงินมาเก๊า) แต่ส่วนมากแอ้ถือ HKD. เวลาจ่ายเงิน MOB จะขาดทุนนิดหน่อยค่ะ แต่ก็จะได้ไม่ต้องพกเงินหลายสกุล คือมันงงมากๆ อะ.. 


13 Aug - Macau
ค่าใช้จ่าย
  - Bus no.AP1 (Airport-Macau Island) + Bus no.3 (Macau) 10 MOB.
  - Sanva Hotel 180 HKD./3 คน (โลโซอย่างยิ่ง)
  - อาหารมื้อเย็น + น้ำ 16.9 + 4.5 MOB
  - Mc Icecream 8 HKD.
รวมวันที่ 1 ใช้เงินไป = 31.4 MOB + 68 HKD.

..

..

          แอ้ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อนในชีวิต (ไม่รู้พลาดไปได้ไง คงเพราะว่า Low Cost Airline ยังไม่ถือกำเนิดมั้ง) ตื่นเต้นมากค่ะ สนามบินสุวรรณภูมิอันวกวน ทำให้แอ้พร้อมชาวคณะ มีน้องปูกับเพื่อนชื่อน้องเหมียว (น้องปูคือคนที่เจอกันที่เชียงคาน แล้วไปลาวด้วยกันมา) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องไปกับการผ่านด่านนี่นั่น ดูซับซ้อน

.. 

..

          บนเครื่องแคบเชียว แอ้ก็ตื่นเต้นเอามากๆ ออกจะกลัวๆ นิดหน่อย (ไม่ได้ตัดเล็บ เอามือไปจิกเบาะเขาซะหลายที ดีไม่ทำเบาะขาด) หนุ่มข้างๆ น่ารักมาก เป็นชาวมาเก๊า ชวนคุยหายกลัวไปเยอะเลยอะ.. เริ่มหลงรัก (ชาว) มาเก๊าแล้วสิ.. 

          การเดินทางราบรื่นดีค่ะ ถึงสนามบินมาเก๊าตรงเวลา มองไปรอบๆ มาเก๊ายามค่ำ น่าตื่นตาตื่นใจมาก สะพานข้ามแต่ละเกาะเรืองแสง ตึกรามก็พร้อมใจกันเปิดไฟสวยงามเป็นระเบียบ พอทำกิจกรรมผ่านด่านเสร็จสิ้น ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว เราก็พุ่งออกมารอรถเมล์กันที่หน้าสนามบิน (ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายค่ะ เดินๆ ตามป้ายเอา) จับรถ AP1 ได้ก็ขึ้นตรงข้ามไปยังเกาะมาเก๊า

..

.. 

          เพราะสนามบินอยู่ที่เกาะไทปา ส่วนท่าเรือ Ferry และที่พักที่จองไว้อยู่ที่เกาะมาเก๊านั่นเอง เกาะในมาเก๊าเรียงกันแบบนี้ค่ะ จากเหนือไปใต้


มาเก๊า (Senado Square , ท่าเรือ Ferry ไปฮ่องกง , Lisboa ฯลฯ)
                          II
                          II
                          II
ไทปา (สนามบิน , Venetian (คาสิโน) ฯลฯ)
                          II
                          II
                          II
โคโลอาน (หมู่บ้านโคโลอาน , Hac Sa Beach , ทาร์ตไข่อันเลื่องลือ ฯลฯ)
     

          ที่เกาะมาเก๊า เราลงรถเมล์ และต่ออีกสาย (ถามเขาไปเรื่อย) แล้วเดินหลงทางไกลมากๆ คือจริงๆ ที่พักอยู่ตรงที่ลงรถเมล์นั่นแหละ แต่ดันเดินเบลอไปเลย Senado Square ไปอีก ไปจนถึง ตึก Lisboa ที่สวยมากๆ กว่าจะรู้ตัวว่าย้อนกลับเหอะ

          เมื่อพบที่พักที่จองไว้แล้ว ก็เช็คอินเข้าห้องเอาของเก็บแล้วก็ออกมาทัวร์ราตรีกัน เดินล้วนๆ ค่ะ

          อันนี้ห้องราคา 180 HKD. คงหวังอะไรมากกว่านี้ไม่ได้อยู่แล้วใช่ไหม

..

.. 

          ที่ Senado Square ซึ่งก็เป็นลานสวยๆ ที่มีคนมาเดินชิลๆ กันนั่นเอง อ้อ เมืองมาเก๊าและฮ่องกง คนสูบบุหรี่กันกระจายค่ะ ทุกที่เลยไม่มีหวงห้าม ก็เป็นที่นั่งจิบเบียร์สูบบุหรี่ คุยกันจุ๊กจิ๊ก พวกแอ้ไปร้านสะดวกซื้อเหมือนเซเว่น ซื้อข้าวกล่อง เวฟเสร็จก็เดินมานั่งกินอยู่ตรง Square นี่แหละ ประหยัดและได้บรรยากาศสุดๆ (นั่งขั้นบันไดด้วย) แล้วก็เดินเล่นรอบๆ ซื้อไอติมแม็ค 1 ถ้วย (หวานน้อยกว่าบ้านเรา) แล้วก็ค่อยๆ เดินชมเมือง กลับที่พักค่ะ

..

.. 

          บริเวณรอบๆ Sanva Hotel ที่เรามาพัก เหมือนเป็นย่านจีนเก่าๆ ที่มาที่นี่ก็อ่านมาจาก Hongkong Fanclub ค่ะ ได้ประโยชน์เหมือนกัน แต่หลายๆ ส่วนก็ต้องหาข้อมูลเอาเองแหละ (อย่างเช่นที่นี่มีกระจั๊วตัวใหญ่มาก แต่แอ้ไม่กลัวเลยนั่งดูวิวข้างๆ มัน และตอนฝนตกหนักกลางดึก น้ำก็รั่วด้วย เอาถังขยะไปรอง นอนฟังเสียงน้ำหยดแปะๆ จนหลับเลย) <-- ถ้าคิดว่าที่นี่ลำบาก ขอบอกว่าไม่เลยค่ะ แอ้สบายอกสบายใจดี รออ่านตอนที่ไปเสียน้ำตาที่ฮ่องกงแล้วกัน

..

..

14 Aug - Macau
ค่าใช้จ่าย
  - อาหารเช้า 22 MOB.
  - โค้ก 4.9 HKD.
  - ทาร์ตไข่ 6 MOB.
  - ของฝาก 47.5 HKD.
  - Ferry ยี่ห้อ TurboJet ไปฮ่องกง 142 HKD.
  - Bus ไปท่าเรือ Ferry 3.2 MOB.
รวมวันที่ 2 ใช้เงินไป = 31.2 MOB. + 194.4 HKD.


          เช้าตื่นมาก็เดินต๊อกๆ แต๊กๆ หาอะไรกิน เราก็เดินโต๋เต๋ไปตามทางที่จะไปวิหารเซนต์พอล เจอร้านอาหารเช้าร้านหนึ่ง ก็เดินเข้าไป โอ้โห.. อากงอาม่ามองกันเป็นตาเดียว กว่าจะสั่งอาหารเสร็จก็เมื่อยมือกันไปเลย เราสามคนทานโจ๊กปลาคนละชามและมีติ่มซำจีบหมู (ที่ใหญ่และอร่อยมาก) กับฮะเก๋าอีกอย่างละเข่ง

          ยิบๆ นั่นเมนูค่ะ เห็นเมนูแล้วอยากไปซื้อมาม่ากินจริงๆ เลย

..



..

          อิ่มแล้วก็เดินชิลๆ ยามเช้าโดยที่ผู้คนยังบางตา ฝนหลงจากเมื่อคืนตกปรอยๆ เดี๋ยวหล่นเดี๋ยวหาย
เราก็มาถึงวิหารเซนต์พอลแล้วค่ะ สวยดีทีเดียว ส่วนประวัติ เอ่อ.. เอาเป็นว่าตรงไหนที่แอ้ทำเป็นลืมเล่าไปเลย นี่แสดงว่าแอ้ไม่ทราบค่ะ แหะๆ ถือซะว่าอ่านบันทึกการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ขี้เกียจเรียนประวัติศาสตร์แล้วกันนะคะ

..

 

..

          ด้านข้างๆ วิหารมีศาลเจ้าเล็กๆ อันเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ และพอตามกลิ่นที่ขจรขจายทะลุกลิ่นอากาศยามเช้าไป ก็มีทาร์ตไข่ให้ชิมอีกด้วย (แต่ไม่ใช่เจ้าดั้งเดิมอันเลื่องลือนะคะ) ทาร์ตไข่อร่อยมาก แต่แอ้ว่าคนทำขนมเก่งๆ ก็น่าจะทำได้ค่ะ ดูไม่พิเศษอะไรขนาดนั้น แป้งเป็นพายกรอบๆ ร่วนๆ ไส้ในเป็นไข่ตุ๋นรสหวานหอม ซร้ววบบบ..

..

..

          ชิมทาร์ตไข่แล้ว จะเดินกลับเพื่อไปเช็คเอาท์จากที่พัก ก็เจอร้านน่ารักในซอยเล็กๆ ถนนสายที่ตรงเข้าวิหาร ขายพวกของที่ระลึก เลยซื้อมานิดหน่อยค่ะ ถ้าไปมาเก๊า-ฮ่องกงอย่างแอ้ พวกของที่ระลึกที่มาเก๊าถูกกว่าเยอะเลย ที่ฮ่องกงแพงมากค่ะ เลยไม่ซื้อกลับมาซักกะชิ้นเลยนะ

          เดินผ่าน Senado Square อีกรอบ มีโชว์ตุ้งแช่ด้วย พอสายหน่อย ผู้คนก็ออกมาล้นหลาม ผิดกับตอนเช้าตรู่ค่ะ

..

 

..

          จากนั้นเราก็เข้าไปเช็คเอาท์ที่ Sanva แบกกระเป๋าออกเดินทางกันต่อ จับรถเมล์สาย 3 ตรงไปยังท่าเรือ TurboJet ที่ทราบสายรถเมล์นี่ก็ถามมาจากหมาต๋าค่ะ ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งสาวคนหนึ่ง ทั้งหล่อทั้งสวย แต่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ชูนิ้ว 3 นิ้วบอกสายรถเมล์ ส่วนในรูปนี่น้องๆ กำลังมึนกับเหรียญนานาประเภทค่ะ
..

 

..

          จากนั้นเราเดินทางไปยังท่าเรือ TurboJet ซื้อตั๋วและผ่าน ตม. แล้ว ก็จะได้ขึ้นเรือกัน ภายในเรือไฮโซกว่า AirAsia อีก ขอบอก หุหุ แต่ระหว่างอยู่บนเรือ ใครเมาเรือต้องหลับเลยค่ะ เพราะว่าช่วงออกตัว กับช่วงจะเข้าจอดนี่มึนใช้ได้เลย แอ้พยายามเขียนนี่เขียนนู่น เล่นเอาแทบอ้วกเหมือนกันค่ะ (เกือบได้ใช้ถุงอ้วกจริงๆ ซะแล้ว)

..

 

..

14 Aug - Hongkong
ค่าใช้จ่าย
  - One Day Trip MTR 55 HKD.
  - Mei Mei Hotel 330 HKD./Night/3 Persons จ่ายเลยสำหรับ 2 คืน
  - ชาไข่มุก 10 HKD.
  - มื้อเย็นบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง 31 HKD.
  - น้ำอัดลม 2 กระป๋อง 6.7 + 6.0 HKD. (แพงกว่าที่มาเก๊า น้ำเปล่าก็แพงค่ะ)
  - ซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊กที่ย่านช็อปปิ้ง 22 HKD.
  - ถ่านกล้อง 17 HKD.
รวมวันที่ 2 ภาคฮ่องกงใช้เงินไป = 367.7 HKD.

..

          ถึงแผ่นดินฮ่องกงเที่ยงนิดๆ ก็รู้สึกเลยว่า อึดอัดจัง.. คนเยอะจัง   เดินออกจากท่าเรือ ขึ้นบันได เข้าห้างใหญ่ๆ แล้วก็ลงบันได .. เอ่อ ตูจะเดินอ้อมเพื่อ.. ??  (ทุกที่สำคัญในฮ่องกง ถูกห้างดักอยู่ทุกที่เลยค่ะ ต้องเข้าห้างก่อนเสมอ ใครใจอ่อนก็เสร็จมันแน่ๆ ฮ่าๆ)
..
          เราเดินมาที่สถานี MTR สถานีแรกใกล้ท่าเรือ Shueng Wan Station อีกสายมี Tsuen Wan ด้วย ไม่รู้อ่านออกเสียงกันยังไง เหมือน เฉิงวาน กับ เซินวาน อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่เราเปลี่ยนชื่อให้เขาหมดเลย เพื่อความจำง่ายๆ ตรงนี้ซื้อตั๋ว 24 hr. สำหรับนักท่องเที่ยวคนละใบ 55 HKD. แรกๆ สุดจะงงกับรถไฟฟ้าหลายสีหลายสาย แต่วันจะกลับนี่คล่องทีเดียวค่ะ เดินจ้ำๆ อ้าวๆ เหมือนคนฮ่องกงเลยเชียว..

..

 

..

          ต่อรถไฟฟ้าสองสาย ก็มาถึงสถานี Mong Kok ที่จองที่พักอันโด่งดัง (ในด้านราคาถูก) ใน Hongkong Fanclub อีกแล้ว คือ Mei Mei Hotel หลงทางครับ คราวนี้หลงหนัก หลงเหนื่อย หลงไปวนอยู่อีกฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยร้านอุปกรณ์กีฬายี่ห้อดังๆ เซลล์กันใหญ่เลย.. แอ้สารภาพว่า อยากกลับบ้าน เกลียดตึกสูงๆ กับคนเป็นล้านๆ แบบนั้น.. 

..

 

..

          คนจะเยอะไปไหน ..
          กว่าจะหาทางไปยังเม่ยเม่ยได้สำเร็จ เราก็น่วมไปทั้งตัวเพราะแบกของเดินกลางแดด ท่ามกลางกระไอควันรถและอากาศอีกพื้นที่หนึ่งที่ไม่ชินเอาซะเลย..
..
          เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป ขอสารภาพว่า..
          แอ้กลัวที่แคบ แต่ปกติไม่ค่อยถูกต้อนจนมุม เลยไม่ออกอาการ แต่พอเจอห้องที่เม่ยเม่ยเข้าไป ถึงกับแอบนอนร้องไห้เลยค่ะ ถ้ากลับบ้านได้ง่ายๆ เหมือนอยู่เชียงใหม่แอ้ขึ้นรถทัวร์กลับแล้วขอบอก.. อันนี้คือห้องราคาคืนละ 330 HKD. ของเราสามคน 

..

 

..

          ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่า ถ้าจะยอมเสียเงินเยอะหน่อย ก็จะได้ห้องกว้างกว่านี้จริงๆ แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น คือที่พักที่ย่านธุรกิจของที่นี่ ผู้คนจะอยู่บนตึกสูงที่ไร้หน้าต่าง มียูนิตเล็กๆ แอบซ่อนตัวอยู่ภายใน โดยหมดโอกาสจะเห็นแสงพระอาทิตย์ ความรู้สึกแบบนี้แหละ ที่ทำให้แอ้กลัวตัวสั่น คิดถึงท้องทุ่งบ้านเฮาจนน้ำตาไหลเลยจริงๆ นะนั่น .. วันแรกแอ้ไปตะกายอยู่ที่บันไดหนีไฟ มีช่องหน้าต่างเล็กจิ๋ว มองเห็นภายนอกแค่สายไฟพาดผ่าน แต่ก็ขอเกาะดูสายไฟก็ยังดี.. 
..
ปล. วันหลังๆ มันไม่หดหู่เท่าไหร่ค่ะ เดี๋ยวจะพาออกชานเมืองกัน..         
..

..

          เย็นนั้นเรายังไม่ได้ออกชานเมือง
          เราเดินวนอยู่ในย่านแฟชั่น แอ้ซึ่งมีชีวิตโดยไม่สนใจ และสวนทางแฟชั่นมาตลอด ก็ถือโอกาสชมเมืองไปเรื่อยๆ แต่เหนื่อยเกินไปสำหรับวันที่สองของทริป ทำให้อีกสองวันที่เหลือ แทบจะขอใช้สิทธิ์คนพิการกันเลยทีเดียว..

          รถเมล์ฮ่องกงหน้าตาน่ารักเชียวค่ะ มนๆ ดี แต่ไม่ได้ขึ้นเพราะว่างกบัตรรถไฟฟ้า เราต้องใช้มันให้คุ้มให้ได้ และรวมถึงรถรางสองชั้นเท่ห์ๆ ด้วยค่ะ ที่ได้แต่มองตาละห้อย อยากลองขึ้นแต่ไม่มีจังหวะ (คนต่างชาติมาบ้านเรา คงอยากลองขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างเนาะ อะเมซิ่งมากๆ)
..

          บ่ายและเย็นวันแรกขึ้นรถกันอย่างงุนงง แอ้พยายามจะหาข้อมูลมาให้ เอาเป็นว่าจำอะไรไม่ได้เลย เดินตามน้องเขาอย่างเดียว ได้เจอสิ่งเหล่านี้ค่ะ -- ถ้าจำไม่ผิดจะขึ้นสถานีวงศ์ไทยสินนะคะ (Wong Tai Sin - แอ้เปลี่ยนชื่อให้ไทยๆ จะได้จำง่ายหน่อย อิอิ)

..

 

..

          จากตรงนี้ โดยสารรถ MTR ต่อ ขึ้นสถานีอะไรก็จำไม่ได้อีก แล้วก็เดินดุ๊กๆ ดิ๊กๆ ตามป้ายไปเรื่อย มาโผล่ที่ Lotus Garden ซึ่งบอกได้เลยว่าดอกบัวธรรมดามากๆ เป็นบ้านเราเต่าเก็บกินหมดอะ บัวแบบนี้ แต่อาคารทรงจีนที่ทาบตัดกับตึกราม และแสงยามเย็น (รวมกับขาและเท้าที่เริ่มปวด) ทำให้อยากนั่งเล่นตรงนั้นนานๆ

..

 

 

..

          เริ่มหิว กลับสู่ระบบรถไฟฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เราจะมุ่งหน้าไปยังย่านช็อปปิ้งและเดินชิลที่ Nathan Road เพียงแต่มันไม่ชิล เพราะทั้งหิวทั้งเมื่อยค่ะ
..
          ร้านนี้ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า ด้านหน้ามีสารพัดตู้คีบตุ๊กตา ด้านในเป็นสารพัดมินิคาสิโน มีทั้งเด็กและคนแก่ๆ เล่นเพียบเลย เราก็เดินเกาะตู้นั้น ดูตู้นี้