แอ้ View my profile

เที่ยวระนองกันสองลิง #1

posted on 08 Apr 2009 16:41 by littlest-aa in Travel

- T R A V E L   D I A R Y - 

.. 

.. 

31 มี.ค. 52 (14:15)

          ยังเวลางานอยู่เลย อู้นี่หว่า.. อ้าวเพิ่งรู้เหรอ.. ฮ่าๆๆ

          จะบันทึกไว้ก่อนการเดินทางว่า ไอ้เจี๊ยบมันคนจริงนะ ที่พวกเราปลุกปั้นโปรเจคต์ล่องแพ 4-6 เม.ย. นี้ เจ๊งกะบ๊งโดนเลื่อนไปอีกเดือนอย่างหมดท่า แอ้บอกไอ้เจี๊ยบว่า "ยังไงพี่ก็จะไปซักที่" หยุดตั้งสามวัน จะมาขังชั้นไว้ในกรุงเทพฯ ทำไมวะ โชคชะตาเอ๋ย ไอ้เจี๊ยบบอกเมื่อวานนี้ว่า เอาสิ เราไปกันสองคนก็ได้วะ

          เนื่องจากไม่รู้เป็นไง แอ้อยากตื่นเต้น จากเดิมกะจะเตรียมทริปหลวมๆ แล้วไปคนเดียว พอมีคู่หูไปด้วยกลับจะไม่ตระเตรียมอะไรซะงั้น "เราแบ็กแพ็คไปหาเอาข้างหน้านะเจี๊ยบ" .. "แบบไหนล่ะพี่"

          "ก็แบบถูกใจก็หยุด ไม่ถูกใจก็ไปต่อไง สามวันเยอะแยะถมไป"

          "ได้พี่ น่าสนุกดีเหมือนกัน"

..

          ไอ้เจี๊ยบแกเป็นคนจริงอีกคนที่พี่ได้รู้จักเลยว่ะ หายากนะเว่ยไอ้คนที่จะไปมึนๆ กับพี่ได้แบบไม่ต้องถามอะไรมาก แล้วเราก็หาตั๋วรถขาไปขาเดียวกันแทบไม่ทัน (ตอนนี้จอง Thaiticket ได้ ป.1 สองที่สุดท้ายหน้าส้วม ยังไม่ได้ไปจ่ายเงินเลยค่ะ) ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะลงที่ไหน และไปยังไงต่อ เป้าหมายแรกคือ.. เกาะพยาม ที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อกันเนี่ยแหละ จากการค้นไปค้นมามั่วตั้วในกูเกิ้ล

..

 

""

          โอ..เทพกูเกิ้ล จงประทานทริปที่ยอดเยี่ยมให้แก่เราด้วยเถิด .. อุมบ่ะ อุมบ่ะ (บทเพลงสรรเสริญเทพกูเกิ้ล) พร้อมเต้นเป็นท่าแบกเป้หลังค่อมๆ เดินย่ำเท้าไปมารอบๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ชาวเที่ยวมึนทุกผู้ทุกนาม..

..

..

1 เม.ย. 52 (10:50)

          อย่างที่แอ้ว่าไว้เสมอ ชีวิตมันไม่เคยง่าย อยู่ๆ ก็มีคนมาแนะไอ้เจี๊ยบว่าไม่ต้องจองหรอก รถเยอะแยะ แอ้กำลังจะไปจ่ายตังค์นะเนี่ย ชะงักไปเลย ถ้าไม่จองแล้วเกิดไม่มีรถ มิต้องซมซานกลับมาเดินเซ็นทรัลเรอะ  ส่วนเมื่อคืน ลองถามลุงกำนัน (อินทีเรียวัยดึกซึ่งไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่แกให้ใครๆ เรียกกำนันแม้น <-- ลุงคะ แอ้เอ่ยถึงด้วยความเคารพนะคะ ไม่มีอีโมเจี๋ยมเจี้ยมให้ใส่ อิอิ) ถามเรื่อยเปื่อยเผื่อได้ข้อมูลการเดินทางดีๆ ค่ะ เพราะว่าลุงแกเดินทางเยอะ ลุงแกดันบอกว่า ไม่ควรไปช่วงนี้ เพราะมีปัญหาพม่า มีปัญหานี่โน่นนั่น ฯลฯ .. นอกเสียจากว่า.. อยากจะท้าทาย

..

          "หนูชอบท้าทายค่ะ" ตอบแกไปอย่างนั้น..

..

          หลังประชุมวันนี้ (เซ็งที่โดนเจ้านายแย่งพูดในสิ่งที่ตูเตรียมมาตั้งนาน) เข้าทรงปรึกษาเทพกูเกิ้ลอีก โดยใส่คีย์เวิร์ดกว้างๆ ว่า 'ระนอง' ข้อมูลที่ออกมาแต่ละอย่าง สึนามิ ปัญหาชาวพม่า มีแต่เรื่องน่ากลัวๆ วุ้ย ตะกี้เจ้าชินน้องที่ทำงานทักอีกว่า ตอนนี้กำลังมีพายุ !!

          เอาๆ ว่ากันมาเลย คนมันชอบท้าทายนี่นา ไม่กลัวนะครับ แล้วไอ้เจี๊ยบมึงจะอะไรกับอีแค่นั่งหน้าห้องน้ำวะ เนี่ย หลับๆ ไปก็ไม่รู้เรื่องแล้ว (อันที่จริง ในใจลึกๆ ก็คิดว่า ถ้าได้รถ VIP ก็จะดีมาก) เฮ้อ.. ทำงานต่อดีกว่า..

..

..

1 เม.ย. 52 (11:40)

          สรุปว่าเที่ยงนี้เดี๋ยวแอ้ไปจ่ายตังค์ Thaiticket (ไอ้เจี๊ยบจะตามไปด้วย) จบอย่างนี้ก็สิ้นเรื่อง ทีนี้ก็เหลือแค่ไปขึ้นรถให้ได้ตามเวลา เพราะว่าสายใต้ใหม่จังฮู้นั้นอยู่ไกลมากค่ะ อ้อ..แถมอีกนิดว่าแอ้บอกเรื่องข่าวไม่ค่อยดีต่างๆ ให้เจี๊ยบฟังแล้ว มันก็ยังโอเคอยู่ .. เอ้า เอาวะ คนจริงมันต้องอย่างนี้เว้ย!

..

..

1 เม.ย. 52 (16:10)

          ตอนเที่ยงเดินไปเมเจอร์รัชโยธินเพื่อจ่ายตังค์และรับตั๋วได้เลย (เครื่องออกตั๋วไฮโซมากค่ะ) ตอนนี้ก็มีสิ่งที่จะมาการันตีแล้วสินะ ว่าเราจะได้ไปแน่ๆ แอ้กลับมาก็อัพบล็อกลวงไว้เลย .. เรื่องเที่ยวสงกรานต์ แต่แท้ที่จริงแล้วแอ้กำลังตื่นเต้นกับทริปนี้แบบสุดๆ (ทริปที่ไปกับพวกแก๊งผู้ชายไม่ค่อยตื่นเต้นค่ะ ไปกับพวกมันไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย แต่ก็สนุกกันคนละแบบเนอะ เหมือนไปพักผ่อนมากกว่า)

          ระหว่างเดินกันสองคน แอ้บอกว่า "เฮ้ย.. เชื่อมั้ย พี่ว่ามันจะเจ๋งว่ะ ยิ่งโดนค้านเยอะๆ มันยิ่งเจ๋ง"

          "หนูก็ว่างั้นว่ะพี่"

.. 

          เย็นนี้กะว่าจะรีบกลับบ้าน ตระเตรียมเสื้อผ้าข้าวของ เพราะว่าพรุ่งนี้มีนัดทานข้าวเย็นอีก กลายเป็นว่าวันนี้แหละที่ต้องเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย เช้าวันศุกร์จะได้หิ้วออกมาเลยค่ะ เวลามันกระชั้นขนาดนี้จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไงเนี่ย..

..

          "พี่ แอ้ วัน นี้ จา กลับ ไป เก็บ ผ้า จัด ของ แระ เด๋ว ไม่ พร้อม ตื่น เต้น หุ หุ"  

 ..

          ไอ้เจี๊ยบเมลเข้ามาในทันทีทันใด !

..

..

1 เม.ย. 52 (21:00)

          กลับบ้านแต่หัววัน มานั่งๆ นอนๆ เล่นเน็ต ผ้าผ่อนยังไม่ได้แตะ ของเขิงยังไม่ได้เตรียม..

          แต่ ตา จะ ปิด แล้ว นิ ..           

..

..

3 เม.ย. 52 (00:10)

          กลับจากกินข้าว (ก่อน) วันเกิดไอ้โอ๋ มานั่งดูเป็นต่อ ตอนนี้สาวโชว์โนตมๆ มากเลย เรท 18 แน่ะ!! ยังคุยเอ็มกับไอ้โอ๋อยู่เลย.. โอ..ต้องจัดกระเป๋าแล้วนี่เนาะ ได้เลย ได้เลย .. ง่วงจัง..

..

..

3 เม.ย. 52 (02:05)  

          จัดกระเป๋าเกือบเสร็จแล้ว.. ตาจะปิดแล้วจ้า.. ตอนนี้ก็เหลือแค่ ปิดคอมพ์ แล้วเอายัดกระเป๋าเนอะ..

          ว่าไงนะ.. แบ็กแพ็คเอาคอมพ์ไปด้วยเหรอ.. แหะๆ เอาไปด้วยจ้า ติดคอมพ์ชะมัดเลย น้อยครั้งจะไม่เอาไปนะ หนักหน่อยก็ทนเอา ผ้าไม่เยอะจ้า โอยจะหลับแล้ว ไม่ไหวๆ ปิดดีกว่า ชะวิ้ง~

..

..

3 เม.ย. 52 (08:30)  

          ถึงที่ทำงานเลทไปตั้ง 30 นาที เฮ้อ.. เขายิ่งจ้องจับผิดอยู่ด้วย ช่างมันวะ อาทิตย์หน้ามาซักเจ็ดโมง จะได้เฉลี่ยๆ กลับคืน .. เหอๆ

          แล้วเมื่อคืนแอ้เป็นอะไรเนี่ย พิมพ์อะไรจ๊ะๆ จ๋าๆ น่าขนลุก สงสัยจะง่วงจัด.. ทำงานต่อดีกว่า งานเสร็จเที่ยวสบาย คติข้อแรกของนักเที่ยวมึนนั่นเองค่ะ

..

..

3 เม.ย. 52 (15:40)  

          เนื่องจากขาดการเตรียมตัวอย่างแรง แอ้เพิ่งจะบันทึกข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวเสร็จแบบลวกๆ แต่คิดว่าน่าจะครอบคลุมพอดู (บันทึกอย่างไร ขอผลัดเอาไว้ทำเป็นฮาวทูดีๆ ในครั้งหน้านะคะ) ตอนนี้ตื่นเต้นชะมัด งานก็ยังไม่เสร็จเลย เฮ้อ.. เอาล่ะ สงบไว้.. สงบไว้

          อาจจะดูแปลกๆ ว่าออกไปซิ่งบ่อยๆ ทำไมยังตื่นเต้น ก็เพราะว่ายังตื่นเต้นถึงได้ออกไปบ่อยๆ ค่ะ .. แอ้ไม่ค่อยตื่นเต้นกับอะไรเท่าไหร่ เป็นคนเฉยๆ ชาๆ (ซะจนกลัวตัวเอง) มีแต่เรื่องท่องเที่ยวเนี่ยแหละน้า.. ที่ยังทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน และหัวใจก็เหมือนมีปีกเล็กๆ ที่กระพืออยู่ตลอดเวลา บอกกับตัวเองว่า "จะบินละนะ จะบินละน้า..."

..

..

3 เม.ย. 52 (19:00)

          เราไปถึงสายใต้ใหม่จังฮู้เร็วกว่าที่คาดไว้มาก ลุงคนขับแท๊กซี่ชอบเล่าเรื่องผีมาก ขนาดที่ว่ายอมลดให้เรา 3 บาทโทษฐานเป็นผู้ฟังที่ดีเยี่ยมค่ะ รถของเราออกสองทุ่มครึ่ง แอ้เลยไปทานข้าวที่ S&P ชั้นบนก่อน ในร้านเปิดเพลง Stand by me ของ Oasis ซึ่งแอ้ฟังใน MP3 ทุกๆ วัน รู้สึกดี บอกกับไอ้เจี๊ยบว่า เป็นสัญญาณที่ดี เมื่อใกล้เวลาเราก็เดินมาที่รถกัน สองทุ่มครึ่งก็ได้เวลาเดินทางค่ะ


          รถออกได้สักครู่ แอ้ก็เริ่มปวดท้องค่ะ ต้องเป็นไอ้ส้มตำปูตอนกลางวันแน่ๆ เลย ปกติเป็นคนไม่ค่อยประสบปัญหาแบบนี้ เลยไม่ได้ระวังตัว สุดท้ายแอ้ก็ต้องกลายเป็นอุจจาระเทวี เข้าห้องน้ำในรถ (นึกขอบคุณที่นั่งหน้าส้วม) แถมร่างกายยังขาดน้ำจนจะเป็นลมอีก แต่ก็ดีค่ะ เลยสลบไปอย่างสงบ


4 เม.ย. 52 (06.30)

          มาถึงท่าเรือได้สักพักแล้ว ด้วยบริการขนส่งรถสองแถวลุงคำ ลุงโดนรีดไถไปสองรอบตั้งแต่รับพวกเรามา คือโดนหนึ่งรอบที่ บขส. 20 บาท เป็นค่าที่เราเลือกขึ้นรถลุงแทนที่จะเป็นรถเจ้าถิ่น และที่หลังโชคอนันต์อีก 10 บาท ที่แอ้ขอให้จอดแวะซื้อตั๋วขากลับ (ได้ ป.1 อีกแล้ว ) แต่ลุงเองก็คิดราคาเรา 150 บาท ก็ถือว่าไม่น้อยเลยค่ะ ที่นี่ขนส่งในเมืองมาเฟียมากๆ ค่ะ น่าขยะแขยงมาก ไอ้เจี๊ยบนี่เครียดเลย มันบอกน้ำตาจะไหล ตอนเห็นลุงโดนไถเงิน เราขอเบอร์ลุงไว้เผื่อขากลับด้วย
..

 

          เรือออก 9.30 น. เป็นเรือช้าราคา 150 บาทเที่ยวเดียว เรือเร็วจะ 350 บาทค่ะ ทีนี้ก็รอไปสิ

          แอ้กับเจี๊ยบได้เพื่อนใหม่ด้วย เป็นสาวร่างเล็ก หน้าสวยคมแบบไทยๆ ชื่อพี่ยุ้ย พี่ยุ้ยเดินทางมาคนเดียว เพราะแฟนแกที่เป็นฝรั่งรออยู่ที่เกาะพยาม บอกตามตรงแอ้มีอคติกับสาวๆ ที่มีแฟนฝรั่ง แต่พอรู้จักพี่ยุ้ยแล้วความคิดเปลี่ยนเลยนะ พี่ยุ้ยก็คนธรรมดา มีงานมีการทำ แต่ว่าแกมีแฟนฝรั่ง เท่านั้นแหละที่มันต่าง เราสามคนก็รอเรือด้วยกันหลายชั่วโมงค่ะ คุยกัน ถ่ายรูปบ้างอะไรบ้าง

..

..

4 เม.ย. 52 (09:30)

          เรือออกตรงเวลาเป๊ะๆ ตอนแรกก็ลุ้นอยู่ว่าจะตรงเวลาได้หรือ เพราะว่ามีการขนของลงมาในเรือมากมายจนเหมือนกับว่าท้องเรือนั้นลึกลงไปไม่มีวันสิ้นสุด มีทั้งเบียร์เป็นถาดๆ น้ำอัดลมกระป๋อง มีกระทั่งอุปกรณ์ก่อสร้างปริมาณมากพอจะทำห้องได้ห้องหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังมีของที่ขนลักษณะเหมือนย้ายบ้าน เพราะเป็นตู้เตียงเก่าๆ ตู้เย็น และโซฟาน่านั่ง (กะว่าจะทำเนียนไปนั่งแล้วเชียว) อากาศก็ร้อนมากค่ะ ดีใจมากๆ ที่เรือออกตรงเวลา อ้อ คนทำงานที่ท่าเรือเป็นพม่าแทบจะทั้งหมดเลย ดูน่ากลัวแต่ทำงานขยันขันแข็งมาก
..

..

..

..

..

..

          ก่อนออกจากปากน้ำสู่ทะเล น้ำมีกลิ่นไม่ค่อยดีโชยมา ป่าโกงกางที่เกาะตรงหน้ามีนกสีขาวตัวโตๆ ทั้งบินทั้งเกาะอยู่เต็มไปหมด แอ้ว่าเราเริ่มปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศแห่งน้ำเค็มแล้วล่ะ รู้สึกว่าสบายอกสบายใจดี กับการเดินทางไปที่เกาะที่ยังไม่รู้จัก และไม่รู้จะพักที่ไหนด้วยซ้ำไป

..

..

บนเรือ

          เมื่อออกสู่ทะเล ทุกอย่างก็สวยงามขึ้น แต่.. แอ้หลับไปพักใหญ่เลย คือเป็นมนุษย์ที่โดนแดดแล้วร่วงเลย หลับง่ายมากๆ ถ้าตากแดดค่ะ ได้ตื่นมาเก็บรูปอีกทีก็ตอนใกล้จะถึงแล้ว มองเห็นเกาะพยามอยู่ข้างหน้ารำไร พี่ยุ้ยชวนให้เราไปพักที่เดียวกับแก ที่แฟนแกอยู่มาก่อนแล้ว และยืนยันว่าฝรั่งหาที่พักได้ไม่แพงหรอกนะ ส่วนพวกแอ้ไม่มีข้อมูลอะไรอื่น ก็เลยตามๆ พี่ยุ้ยดีกว่า

..

..

..

..

4 เม.ย. 52 (11:50)

          ถึงเกาะพยาม เราต้องปีนขึ้นเรือจากชั้นบนค่ะ แดดร้อนแรงมากๆ ปิแอร์แฟนพี่ยุ้ยมารับพี่ยุ้ยถึงท่าเรือ ปิแอร์อายุราวๆ สี่สิบ สูง และมีเค้าเคยหล่อ (ตอนนี้เหี่ยวไปนิด) ทักทายพวกเราแบบยิ้มสยามบวกเช็คแฮนด์ แล้วก็บอกให้ขึ้น "แท๊กซี่" ตามไปที่อ่าวใหญ่ ที่บ้านพักชื่อ "บานซวนคะยู่" เปล่าค่ะ เราไม่ได้หลุดไปฝั่งพม่าแต่อย่างใด บ้านสวนกาหยูต่างหากคือชื่อที่แท้จริงของที่นั่น แท๊กซี่ของที่นี่คือมอเตอร์ไซค์วินบ้านเรานี่แหละ แต่คนละอารมณ์กับมอเตอร์เฟียที่ฝั่งระนองเลยค่ะ แท๊กซี่ที่นี่มีหน้าที่คอยสอดส่องระวังภัย และพี่ช้างคนขับคันที่แอ้นั่งยังคอนเฟิร์มให้เราว่า ที่นี่ไม่มีอาชญากรรมใดๆ ข้าวของก็ไม่หายด้วย
          ตอนแรกจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เล่น (วันละ 200 บาท) แต่เห็นการขี่ผ่านหาดทรายที่ทรายดิ้นไปดิ้นมาแล้วสยองเลยค่ะ เป็นอันว่าเดินทางด้วยเท้าและแท๊กซี่ดีกว่าเนอะ 

..

..

ที่ท่าเรือค่ะ
..

..

 

..

วันทั้งวันที่เหลือ

          ชีวิตที่อ่าวใหญ่สงบและเงียบจากความวุ่นวาย แต่มีเสียงจั๊กจั่นกึกก้องมาก ราวร้อยเดซิเบลได้ ซึ่งไม่หนวกหูเลยค่ะ มีนกร้องเป็นระยะ รอบๆ บ้านมีแต่ชาวต่างชาติ ที่ทักทายกันทุกครั้งที่เห็นหน้า แอ้ก็เลยได้ขุดวิชาภาษาอังกฤษอันกระท่อนกระแท่นมาใช้บ้าง ไอ้เจี๊ยบนอนเอาแรงตอนบ่าย แอ้ผูกเปล (ที่แบกไป) อ่านหนังสือ ที่ระเบียง มีเสียงคลื่นซัดหาดเป็นระยะ แต่เราไม่สนใจจะชะโงกหน้าไปดูกลางแดดเปรี้ยงๆ นั่นหรอก
..

..

..

..

           ตอนเย็นลงไปเล่นน้ำที่หาด และเดินถ่ายรูปกัน อ่าวใหญ่เป็นอ่าวที่มีความยาวมาก มีรีสอร์ทเล็กๆ เรียงรายไปตลอดแนว แต่ข้อเสียคือมีฝุ่นโคลนดำๆ ถูกซัดขึ้นมามากมาย ทำให้หาดดูเป็นสีโคลน หลายๆ คนว่าไม่สะอาด (เขาว่าอ่าวเขาควายทรายขาว อ่าวสวยกว่า) แต่แอ้กลับชอบในความเป็นฝุ่นโคลนของมัน เพราะเมื่อเราเดินลงไปในน้ำแล้ว ก็จะไม่มีฝุ่นโคลนอีกค่ะ น้ำใสปิ๊งๆ และไม่มีผู้คนมาวุ่นวายกับเราเลย

          หลังทานข้าวเย็นเสร็จ น้องตวงสาวน้อยลูกเจ้าของบ้านพัก ก็แนะนำให้เราเดินไปยังบาร์ใกล้ๆ เพื่อหาอะไรดื่มก่อนนอน แอ้สั่งบลูมาการิต้าของโปรด พร้อมกับพินิจแก๊งเด๊ดร็อคสี่ห้าคนในร้าน กำลังตาปรือๆ ด้วยฤทธิ์สมุนไพรอะไรบางอย่าง ท่าทางอารมณ์ดี เพลงที่เปิดในร้านฟังแล้วก็มึนๆ ได้บรรยากาศ เมื่อบลูมาการิต้าในแก้วแอ้กับไอ้เจี๊ยบหมดลง ก่อนกลับไปนอน แอ้ก็ขอลองสมุนไพรซะหน่อย ตาดีเจรีบปรี่ลงมาจากเรือจำลอง (เท่ห์มาก เอาดีเจไปใส่ไว้ในเรือค่ะ) แล้วก็มาจัดแจง.. เอาเป็นว่าไม่ลงในรายละเอียดดีกว่า พอทดสอบสมุนไพรจำนวน 1 หน่วยแล้ว แอ้บอกไอ้เจี๊ยบให้รีบเผ่นกลับบ้านนอนดีกว่า ก่อนที่จะมึนไปกว่านี้ อิอิ <-- อันนี้ ฉ.25 นะคะ น้องๆ คะ พี่แอ้ไม่ได้ทำตัวเกเรแบบนี้ตอนเด็กๆ นะเออ

..

 

..

 

..

..

5 เม.ย. 52 (หลังพระอาทิตย์ขึ้น)

          ตื่นมาท่ามกลางเสียงกรีดร้อยห้าสิบเดซิเบลเป็นอย่างน้อย ขอ