แอ้ View my profile

..
..
อรุณสวัสดิ์จ้า
..
..
         
..
.. 
          ในเงาตะคุ่มๆ ที่นอกหน้าต่างนั่นมันอะไรกัน.. แอ้ตื่นด้วยเสียงปลุกโหดของไก่โต้งที่ขันใกล้มากๆ จนลุกขึ้นมาตามัวๆ มองหาเจ้าตัวต้นเหตุ ไก่โต้งขนาดจัมโบ้ เกาะราวนอกหน้าต่าง โก่งคอขันกันข้างกกหูเลยทีเดียว..
          เช้าวันมาฆะบูชา แอ้เลยตื่นที่หลวงพระบางด้วยลักษณาการอย่างนี้ ก็มันนอนต่อไม่ได้แล้วจริงๆ ค่ะ อาบน้ำอาบท่า (ด้วยความเจ็บปวด เพราะว่ามือเดี้ยงจะปวดมากทุกเช้าอยู่แล้ว) เก็บข้าวของ พร้อมออกเดินทางต่อค่ะ
          จ่ายค่าที่พักแล้ว แอ้กับน้องปูก็แบกกระเป๋า เดินไปหาอาหารเช้ากันก่อน ร้านไหนนะ จะเปิดแต่เช้าให้เราทานข้าวกัน  ..
..
..
..
.. 
          เจ็ดโมงครึ่ง หมอกยังหนาจนมองอะไรไม่เห็นค่ะ เรานั่งร้านอาหารเล็กๆ ริมน้ำ อากาศเย็นเฉียบจนแอ้หายใจไม่ค่อยออก ต้องเอาผ้ามาโพกหัวไว้ก่อน มื้อนี้แอ้สั่งเฝอร้อนๆ กับกาแฟลาว ส่วนน้องปูทานกาแฟลาวกับ Breakfast แบบสากล
..
กาแฟลาวแรงมากๆ แรงจนต้องตั้งไว้ให้ตกตะกอนก่อนค่ะ
..
..
.
.
 
 .
.
..
..
..
..
เฝอมาแล้วค่ะ ชามใหญ่มากๆ อีกแล้ว..
..
..
..
..
          เรานั่งทอดหุ่ยกันสบายใจเลย.. แปดโมงเกือบครึ่ง ทุกอย่างก็ยังดูเหมือนเพิ่งเช้าตรู่.. หมอกยังหนา แอ้กับน้องปูอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็เรียกรถจัมโบ้ไปยัง บขส. หรือที่เรียกว่าท่ารถนั่นแหละ
..
..
..
..
..
..
..
หลวงพระบาง - วังเวียง ชีวิตมันไม่ง่าย
..
..
          บนรถจัมโบ้ มองดูเมืองหลวงพระบางกำลังตื่น ผู้คนและเรื่องราวคงดำเนินต่อไป ส่วนเราก็จะเดินทาง เพื่อไปพบสิ่งใหม่ๆ ..
..
..
'ป่ะ น้องปู เราไปทำสิ่งที่หวาดเสียวกันดีกว่า'
'อะไรคะพี่แอ้'
'ซื้อปี้'
..
..
..
แต่ทว่า..
..
          เราชิลๆ ไปหน่อย.. รถ VIP ออกไปแล้วเที่ยวหนึ่งตอนแปดโมง .. (จ๊าก.. ลืมนึกถึงไปเลย ด้วยความที่อากาศดี เหมือนยังเช้ามากๆ อยู่เลย) เหลือเที่ยว 9 โมงเต็มแล้ว ส่วนรถไม่ VIP เที่ยวเก้าโมงเต็มแล้ว เที่ยวต่อไปบ่ายสอง..
..
เอายังไงกันดี..
..
          เราตัดสินใจว่ายังไงเราก็ต้องไปเที่ยวนี้นะคะ ซึ่งรถที่ลาวจะไม่มีการโหนค่ะ เต็มนี่คือที่นั่งเต็ม บนรถเองยังไม่มีราวให้โหนด้วยซ้ำ .. แอ้ก็เลยทำหน้าเรียบร้อยน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้
..
"อ้ายจ๊ะ คือว่าเรามาช้าไปหน่อย รถที่เต็มนี่ พอจะมีตั่งเสริมให้นั่งไปด้วยคนไหม เราจำเป็นต้องไปเที่ยวนี้จริงๆ เพราะว่าเราจะกลับประเทศไม่ทันนะจ๊ะ"
..
          ได้ผลแฮะ เราได้นั่งตั่งเสริม ในราคาปกติ ออกตั๋วอย่างถูกต้องด้วย ซึ่งต่างจากบ้านเรามากๆ ค่ะ รถบ้านเราทุจริตกันเพียบ รับรองรับคนกลางทางโดยไม่ออกตั๋วกันเป็นเรื่องธรรมดาแน่นอน.. แต่ของลาวนี่ไม่เจอเลยนะคะ
..
          ก่อนขึ้นรถ มีตื่นเต้นนิดหน่อย ระหว่างที่เรากำลังอ้อนๆ อยู่แถวบ่อนขายปี้ (ช่องขายตั๋ว) นั่นเอง ก็มีตาฝรั่งอ้วนตัวใหญ่มากๆ มีปัญหาเรื่องตั๋วที่จองผ่านทัวร์ แต่แกมีจักรยานมาด้วย แล้วเจ้าหน้าที่เล่นยกเลิกที่ของแกเลย แกโกรธมากทุบเคาท์เตอร์ด้วย ตอนแรกแอ้ว่าจะซื้อตั๋วต่อแก แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ตั๋วของเขาขายไม่ได้.. เกือบจะโดนลูกหลงแล้ว สองสาวก็เลยพากันหนีมายืนอยู่ที่รถดีกว่า..
          คนที่ขายปี้ให้เราเดินมาบอกว่าข้างในมีที่ว่าง ให้เข้าไปนั่งหนึ่งคน อีกคนนั่งเบาะเสริมข้างคนขับ
แอ้ให้น้องปูเข้าไปก่อน ระหว่างที่ยืนรอ ก็มีชายฝรั่งวัยน่าจะไล่เลี่ยกับแอ้เนี่ยแหละ (ใกล้แซยิด กร๊ากกก..) เขาบอกว่า เขาจะนั่งเก้าอี้เสริมตัวนั้น
..
แอ้ก็อึ้ง.. แบบว่า งือๆ เรื่องของมึงเหอะ (คำว่า you ในประโยค แอ้แปลในใจว่ามึง)
..
          มันไม่ gentleman เลยนะ ไอ้ฝรั่งเนี่ย.. ตกลงมันรีบขึ้นไปนั่งก่อนเลย.. พอรถออก เขาจะให้แอ้นั่งที่ขั้นบันได โดยเอาเบาะมาวางให้.. แอ้ก็นั่งได้แป๊บเดียวมันเมื่อยเลยยืนค่ะ..
.. 
การเดินทางทั้งหมด 6 ชั่วโมง น่าจะยืนไปประมาณ 5 ชั่วโมงนะ..
..
บ่นซะยาว.. ดูวิวกันดีกว่า..
..
..
..
..
..
..
          ตลอดทาง ทั้งขึ้นเขาลงเขา เราจะเห็นจักรยานของฝรั่งขี่อย่างอดทนอยู่เป็นระยะๆ เขาที่นี่สูงชันมาก นักเดินทางพวกนี้เขาอึดจริงๆ ค่ะ เป็นแอ้คงจอดโบกรถตั้งแต่เนินแรกแล้วมั้ง.. 
..
..
""
""
""
""
""
""
""
          ประมาณครึ่งหนึ่งของการเดินทาง แอ้จะคุยกับคนขับรถ กับเด็กรถตลอด (เพราะต้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ ด้วยกันแค่หน้ารถนั้น) แต่ไม่ค่อยพอใจที่คนขับชอบคุยแบบกะลิ้มกะเหลี่ย แต่เด็กรถนี่ดีมาก คุยกันแบบมิตรร่วมทางกันจริงๆ ส่วนตาฝรั่งอย่าไปพูดถึงมัน เวลาที่รถขับหวาดเสียว แล้วแอ้ตกใจ (มีสองสามครั้ง) มันจะขำแอ้ด้วย ซึ่งไม่ยุติธรรมเลย
""
          ที่นี่พืชผักสมบูรณ์มากค่ะ เห็นกะหล่ำใหญ่ขนาดใหญ่กว่าลูกบอลวางขายอยู่ข้างทาง ชาวลาวสองคนช่วยกันอธิบายว่า ที่เห็นสมบูรณ์ขนาดนี้ ปุ๋ยก็ไม่ได้ใส่ เผลอๆ ปลูกทิ้งๆ น้ำได้รดบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ (จริงดิ !!)
""
""
""
""
""
""
          ถ้าอ่านในเว็บ ส่วนมากเขาจะเม้าท์ว่ารถ VIP ปรับอากาศของลาวนี่ ขึ้นไปแล้วไม่เปิดแอร์ ที่จริงคือเขาปิดเฉพาะช่วงขึ้นเขา เพราะว่ามันขึ้นไม่ไหวต้องไม่ให้มีอะไรมาดึงแรงขับไปใช้ทีเดียว (ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความเย็นถูกดึงมากจากน้ำมันขับเคลื่อนนะคะ) แอ้กลับชอบช่วงปิดแอร์ เพราะว่าได้โผล่หน้าออกจากหน้าต่าง ได้หลับตาสูดกลิ่นชื่นใจของภูเขาและยอดหญ้าค่ะ
""
แต่เอ๊ะ.. ทำไมกลิ่นแปลกๆ หว่า.. ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีสิบล้อใหญ่พ่นควันดำแซงหน้าไป.. เวรจริงๆ..
""
          ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ จะเห็นเด็กนักเรียนในชุดน่ารัก (นุ่งซิ่น) ขี่จักรยานบ้าง เดินบ้าง กลับไปงีบที่บ้านตอนเที่ยง และกลับมาเรียนอีกครั้งตอนบ่าย หรือบ่ายสอง อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ
""
          เกือบสามชั่วโมงที่เดินทางมา.. และแล้วรถก็จอดฉี่.. แม่เจ้า.. ทำไปได้.. คือมีแต่ผู้ชายที่ได้ประโยชน์จากการจอดนี้.. แล้วก็มีสาวลาวด้านในรถที่เมารถอย่างหนักลงมาอาเจียนค่ะ..  
""
""
""
""
          หนุ่มๆ ทั้งลาวและฝรั่งวิ่งเข้าป่ากันอย่างสำราญใจ..(ฝรั่งผู้หญิงวิ่งเข้าป่าไปอีกคนด้วยล่ะ) แอ้กับน้องปูลงมาสมทบกัน.. ตาฝรั่งนั่งเบาะเสริมเห็นปุ๊บก็รีบปรี่มาถามว่า ยูอยากจะนั่งกับแฟนสาวมั้ย.. เขาจะเสียสละ ไปนั่งเบาะ (สบายๆ) ด้านในให้
..
..
แอ้บอกว่า โน อิสต์โอเค แอนด์ ชีส์ จัสต์เฟรนด์ นอต เกิร์ลเฟรนด์ (ว่ะ)
..
..
ตานี่มันสุดยอดแห่งความเจนท์จริงๆ..
..
..
..
..
          แล้วเราก็เดินทางกันต่อ.. ทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล.. ตรงนี้แอ้พอประเมินสถานการณ์ได้แล้วว่า สาวอดทนอย่างพวกเรา คงไม่ได้เข้าห้องน้ำง่ายๆ แน่.. ซึ่งตอนนั้นแอ้ยังไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ด้วยการไม่ดื่มน้ำเพิ่มแล้ว ใช้ลูกอมชุ่มคอแทน (เวลาไปเที่ยว แอ้จะสามารถกำหนดเรื่องการเข้าห้องน้ำให้ตัวเองได้ค่ะ แต่ต้องประเมินล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ นะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหา ที่จะทำให้หมดสนุกในการเที่ยว)
..
..
,,
,,
          เส้นทางหลวงพระบาง - วังเวียงสวยงามมากนะคะ มีแต่เขาสูงสีเขียวชอุ่ม.. อากาศก็ดี ชาวท้องถิ่นบนเขาส่วนมากจะทำไม้กวาดค่ะ คือเก็บยอดหญ้าที่ทำไม้กวาดมาตีให้เมล็ดร่วงหมด ล้วตากให้แห้ง ก่อนนำไปประกอบเป็นไม้กวาดอีกที.. ไม้กวาด = ข่อยปัดเฮือน
มม
          สัตว์ที่เลี้ยงจะเป็นหมูที่ไม่เหมือนหมูบ้านเรา คือหน้าตาเหมือนหมูป่ามาก แต่ขนหลังไม่ตั้ง แล้วก็ไม่มีเขี้ยวโง้งๆ น่าจะเป็นลูกครึ่งนะคะ
มม
มม
ทท
ทท
ทท
ทท
          ช่วงต่อมาแอ้ก็หมดแรง เพราะว่าทั้งหิวทั้งเพลีย (กับการยืนแบบแมนๆ) ฟ้าเริ่มครึ้มขึ้น ทุกอย่างมีสีจัดจ้าน แดดก็ส่อง สวยก็สวย แต่ก็เพลียเป็นบ้าเลย..
กก
อยู่ๆ รถก็จอดอีกครั้ง.. (ซึ่ง.. จะจอดทำไม เดี๋ยวเดียวก็ถึงวังเวียงแล้วว้อย)
..
..
..
..
          หางตั๋วแลกข้าวทานได้ด้วย อร่อยด้วย หรือจะเพราะหิวตาลายก็ไม่รู้ค่ะ ฝรั่งบางคนบ่น บางคนดี๊ด๊าที่ได้พักกินข้าว.. ฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งข้างน้องปู มาชวนคุยหลายคำ.. เห็นตะแกกินกะแล่ม ก็เลยเอาบ้าง..  วอลล์โคน ราคา 13000 ถือว่าแพงเวอร์ แต่ในตอนนั้นมันดูสมเหตุสมผลดีค่ะ
..
..
..
..
ใกล้ถึงวังเวียงแล้ว อะไรๆ รอบตัวดูสวยงามขึ้นเร