แอ้ View my profile

..
..
อรุณสวัสดิ์จ้า
..
..
         
..
.. 
          ในเงาตะคุ่มๆ ที่นอกหน้าต่างนั่นมันอะไรกัน.. แอ้ตื่นด้วยเสียงปลุกโหดของไก่โต้งที่ขันใกล้มากๆ จนลุกขึ้นมาตามัวๆ มองหาเจ้าตัวต้นเหตุ ไก่โต้งขนาดจัมโบ้ เกาะราวนอกหน้าต่าง โก่งคอขันกันข้างกกหูเลยทีเดียว..
          เช้าวันมาฆะบูชา แอ้เลยตื่นที่หลวงพระบางด้วยลักษณาการอย่างนี้ ก็มันนอนต่อไม่ได้แล้วจริงๆ ค่ะ อาบน้ำอาบท่า (ด้วยความเจ็บปวด เพราะว่ามือเดี้ยงจะปวดมากทุกเช้าอยู่แล้ว) เก็บข้าวของ พร้อมออกเดินทางต่อค่ะ
          จ่ายค่าที่พักแล้ว แอ้กับน้องปูก็แบกกระเป๋า เดินไปหาอาหารเช้ากันก่อน ร้านไหนนะ จะเปิดแต่เช้าให้เราทานข้าวกัน  ..
..
..
..
.. 
          เจ็ดโมงครึ่ง หมอกยังหนาจนมองอะไรไม่เห็นค่ะ เรานั่งร้านอาหารเล็กๆ ริมน้ำ อากาศเย็นเฉียบจนแอ้หายใจไม่ค่อยออก ต้องเอาผ้ามาโพกหัวไว้ก่อน มื้อนี้แอ้สั่งเฝอร้อนๆ กับกาแฟลาว ส่วนน้องปูทานกาแฟลาวกับ Breakfast แบบสากล
..
กาแฟลาวแรงมากๆ แรงจนต้องตั้งไว้ให้ตกตะกอนก่อนค่ะ
..
..
.
.
 
 .
.
..
..
..
..
เฝอมาแล้วค่ะ ชามใหญ่มากๆ อีกแล้ว..
..
..
..
..
          เรานั่งทอดหุ่ยกันสบายใจเลย.. แปดโมงเกือบครึ่ง ทุกอย่างก็ยังดูเหมือนเพิ่งเช้าตรู่.. หมอกยังหนา แอ้กับน้องปูอิ่มหนำสำราญดีแล้ว ก็เรียกรถจัมโบ้ไปยัง บขส. หรือที่เรียกว่าท่ารถนั่นแหละ
..
..
..
..
..
..
..
หลวงพระบาง - วังเวียง ชีวิตมันไม่ง่าย
..
..
          บนรถจัมโบ้ มองดูเมืองหลวงพระบางกำลังตื่น ผู้คนและเรื่องราวคงดำเนินต่อไป ส่วนเราก็จะเดินทาง เพื่อไปพบสิ่งใหม่ๆ ..
..
..
'ป่ะ น้องปู เราไปทำสิ่งที่หวาดเสียวกันดีกว่า'
'อะไรคะพี่แอ้'
'ซื้อปี้'
..
..
..
แต่ทว่า..
..
          เราชิลๆ ไปหน่อย.. รถ VIP ออกไปแล้วเที่ยวหนึ่งตอนแปดโมง .. (จ๊าก.. ลืมนึกถึงไปเลย ด้วยความที่อากาศดี เหมือนยังเช้ามากๆ อยู่เลย) เหลือเที่ยว 9 โมงเต็มแล้ว ส่วนรถไม่ VIP เที่ยวเก้าโมงเต็มแล้ว เที่ยวต่อไปบ่ายสอง..
..
เอายังไงกันดี..
..
          เราตัดสินใจว่ายังไงเราก็ต้องไปเที่ยวนี้นะคะ ซึ่งรถที่ลาวจะไม่มีการโหนค่ะ เต็มนี่คือที่นั่งเต็ม บนรถเองยังไม่มีราวให้โหนด้วยซ้ำ .. แอ้ก็เลยทำหน้าเรียบร้อยน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้
..
"อ้ายจ๊ะ คือว่าเรามาช้าไปหน่อย รถที่เต็มนี่ พอจะมีตั่งเสริมให้นั่งไปด้วยคนไหม เราจำเป็นต้องไปเที่ยวนี้จริงๆ เพราะว่าเราจะกลับประเทศไม่ทันนะจ๊ะ"
..
          ได้ผลแฮะ เราได้นั่งตั่งเสริม ในราคาปกติ ออกตั๋วอย่างถูกต้องด้วย ซึ่งต่างจากบ้านเรามากๆ ค่ะ รถบ้านเราทุจริตกันเพียบ รับรองรับคนกลางทางโดยไม่ออกตั๋วกันเป็นเรื่องธรรมดาแน่นอน.. แต่ของลาวนี่ไม่เจอเลยนะคะ
..
          ก่อนขึ้นรถ มีตื่นเต้นนิดหน่อย ระหว่างที่เรากำลังอ้อนๆ อยู่แถวบ่อนขายปี้ (ช่องขายตั๋ว) นั่นเอง ก็มีตาฝรั่งอ้วนตัวใหญ่มากๆ มีปัญหาเรื่องตั๋วที่จองผ่านทัวร์ แต่แกมีจักรยานมาด้วย แล้วเจ้าหน้าที่เล่นยกเลิกที่ของแกเลย แกโกรธมากทุบเคาท์เตอร์ด้วย ตอนแรกแอ้ว่าจะซื้อตั๋วต่อแก แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ตั๋วของเขาขายไม่ได้.. เกือบจะโดนลูกหลงแล้ว สองสาวก็เลยพากันหนีมายืนอยู่ที่รถดีกว่า..
          คนที่ขายปี้ให้เราเดินมาบอกว่าข้างในมีที่ว่าง ให้เข้าไปนั่งหนึ่งคน อีกคนนั่งเบาะเสริมข้างคนขับ
แอ้ให้น้องปูเข้าไปก่อน ระหว่างที่ยืนรอ ก็มีชายฝรั่งวัยน่าจะไล่เลี่ยกับแอ้เนี่ยแหละ (ใกล้แซยิด กร๊ากกก..) เขาบอกว่า เขาจะนั่งเก้าอี้เสริมตัวนั้น
..
แอ้ก็อึ้ง.. แบบว่า งือๆ เรื่องของมึงเหอะ (คำว่า you ในประโยค แอ้แปลในใจว่ามึง)
..
          มันไม่ gentleman เลยนะ ไอ้ฝรั่งเนี่ย.. ตกลงมันรีบขึ้นไปนั่งก่อนเลย.. พอรถออก เขาจะให้แอ้นั่งที่ขั้นบันได โดยเอาเบาะมาวางให้.. แอ้ก็นั่งได้แป๊บเดียวมันเมื่อยเลยยืนค่ะ..
.. 
การเดินทางทั้งหมด 6 ชั่วโมง น่าจะยืนไปประมาณ 5 ชั่วโมงนะ..
..
บ่นซะยาว.. ดูวิวกันดีกว่า..
..
..
..
..
..
..
          ตลอดทาง ทั้งขึ้นเขาลงเขา เราจะเห็นจักรยานของฝรั่งขี่อย่างอดทนอยู่เป็นระยะๆ เขาที่นี่สูงชันมาก นักเดินทางพวกนี้เขาอึดจริงๆ ค่ะ เป็นแอ้คงจอดโบกรถตั้งแต่เนินแรกแล้วมั้ง.. 
..
..
""
""
""
""
""
""
""
          ประมาณครึ่งหนึ่งของการเดินทาง แอ้จะคุยกับคนขับรถ กับเด็กรถตลอด (เพราะต้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ ด้วยกันแค่หน้ารถนั้น) แต่ไม่ค่อยพอใจที่คนขับชอบคุยแบบกะลิ้มกะเหลี่ย แต่เด็กรถนี่ดีมาก คุยกันแบบมิตรร่วมทางกันจริงๆ ส่วนตาฝรั่งอย่าไปพูดถึงมัน เวลาที่รถขับหวาดเสียว แล้วแอ้ตกใจ (มีสองสามครั้ง) มันจะขำแอ้ด้วย ซึ่งไม่ยุติธรรมเลย
""
          ที่นี่พืชผักสมบูรณ์มากค่ะ เห็นกะหล่ำใหญ่ขนาดใหญ่กว่าลูกบอลวางขายอยู่ข้างทาง ชาวลาวสองคนช่วยกันอธิบายว่า ที่เห็นสมบูรณ์ขนาดนี้ ปุ๋ยก็ไม่ได้ใส่ เผลอๆ ปลูกทิ้งๆ น้ำได้รดบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ (จริงดิ !!)
""
""
""
""
""
""
          ถ้าอ่านในเว็บ ส่วนมากเขาจะเม้าท์ว่ารถ VIP ปรับอากาศของลาวนี่ ขึ้นไปแล้วไม่เปิดแอร์ ที่จริงคือเขาปิดเฉพาะช่วงขึ้นเขา เพราะว่ามันขึ้นไม่ไหวต้องไม่ให้มีอะไรมาดึงแรงขับไปใช้ทีเดียว (ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความเย็นถูกดึงมากจากน้ำมันขับเคลื่อนนะคะ) แอ้กลับชอบช่วงปิดแอร์ เพราะว่าได้โผล่หน้าออกจากหน้าต่าง ได้หลับตาสูดกลิ่นชื่นใจของภูเขาและยอดหญ้าค่ะ
""
แต่เอ๊ะ.. ทำไมกลิ่นแปลกๆ หว่า.. ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีสิบล้อใหญ่พ่นควันดำแซงหน้าไป.. เวรจริงๆ..
""
          ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ จะเห็นเด็กนักเรียนในชุดน่ารัก (นุ่งซิ่น) ขี่จักรยานบ้าง เดินบ้าง กลับไปงีบที่บ้านตอนเที่ยง และกลับมาเรียนอีกครั้งตอนบ่าย หรือบ่ายสอง อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ
""
          เกือบสามชั่วโมงที่เดินทางมา.. และแล้วรถก็จอดฉี่.. แม่เจ้า.. ทำไปได้.. คือมีแต่ผู้ชายที่ได้ประโยชน์จากการจอดนี้.. แล้วก็มีสาวลาวด้านในรถที่เมารถอย่างหนักลงมาอาเจียนค่ะ..  
""
""
""
""
          หนุ่มๆ ทั้งลาวและฝรั่งวิ่งเข้าป่ากันอย่างสำราญใจ..(ฝรั่งผู้หญิงวิ่งเข้าป่าไปอีกคนด้วยล่ะ) แอ้กับน้องปูลงมาสมทบกัน.. ตาฝรั่งนั่งเบาะเสริมเห็นปุ๊บก็รีบปรี่มาถามว่า ยูอยากจะนั่งกับแฟนสาวมั้ย.. เขาจะเสียสละ ไปนั่งเบาะ (สบายๆ) ด้านในให้
..
..
แอ้บอกว่า โน อิสต์โอเค แอนด์ ชีส์ จัสต์เฟรนด์ นอต เกิร์ลเฟรนด์ (ว่ะ)
..
..
ตานี่มันสุดยอดแห่งความเจนท์จริงๆ..
..
..
..
..
          แล้วเราก็เดินทางกันต่อ.. ทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล.. ตรงนี้แอ้พอประเมินสถานการณ์ได้แล้วว่า สาวอดทนอย่างพวกเรา คงไม่ได้เข้าห้องน้ำง่ายๆ แน่.. ซึ่งตอนนั้นแอ้ยังไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ด้วยการไม่ดื่มน้ำเพิ่มแล้ว ใช้ลูกอมชุ่มคอแทน (เวลาไปเที่ยว แอ้จะสามารถกำหนดเรื่องการเข้าห้องน้ำให้ตัวเองได้ค่ะ แต่ต้องประเมินล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ นะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหา ที่จะทำให้หมดสนุกในการเที่ยว)
..
..
,,
,,
          เส้นทางหลวงพระบาง - วังเวียงสวยงามมากนะคะ มีแต่เขาสูงสีเขียวชอุ่ม.. อากาศก็ดี ชาวท้องถิ่นบนเขาส่วนมากจะทำไม้กวาดค่ะ คือเก็บยอดหญ้าที่ทำไม้กวาดมาตีให้เมล็ดร่วงหมด ล้วตากให้แห้ง ก่อนนำไปประกอบเป็นไม้กวาดอีกที.. ไม้กวาด = ข่อยปัดเฮือน
มม
          สัตว์ที่เลี้ยงจะเป็นหมูที่ไม่เหมือนหมูบ้านเรา คือหน้าตาเหมือนหมูป่ามาก แต่ขนหลังไม่ตั้ง แล้วก็ไม่มีเขี้ยวโง้งๆ น่าจะเป็นลูกครึ่งนะคะ
มม
มม
ทท
ทท
ทท
ทท
          ช่วงต่อมาแอ้ก็หมดแรง เพราะว่าทั้งหิวทั้งเพลีย (กับการยืนแบบแมนๆ) ฟ้าเริ่มครึ้มขึ้น ทุกอย่างมีสีจัดจ้าน แดดก็ส่อง สวยก็สวย แต่ก็เพลียเป็นบ้าเลย..
กก
อยู่ๆ รถก็จอดอีกครั้ง.. (ซึ่ง.. จะจอดทำไม เดี๋ยวเดียวก็ถึงวังเวียงแล้วว้อย)
..
..
..
..
          หางตั๋วแลกข้าวทานได้ด้วย อร่อยด้วย หรือจะเพราะหิวตาลายก็ไม่รู้ค่ะ ฝรั่งบางคนบ่น บางคนดี๊ด๊าที่ได้พักกินข้าว.. ฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งข้างน้องปู มาชวนคุยหลายคำ.. เห็นตะแกกินกะแล่ม ก็เลยเอาบ้าง..  วอลล์โคน ราคา 13000 ถือว่าแพงเวอร์ แต่ในตอนนั้นมันดูสมเหตุสมผลดีค่ะ
..
..
..
..
ใกล้ถึงวังเวียงแล้ว อะไรๆ รอบตัวดูสวยงามขึ้นเรื่อยๆ ..
ที่นี่เราไม่ได้แวะนะคะ แค่ถ่ายรูปผ่านกระจกเฉยๆ
..
..
..
..
ผาตั้ง ที่ตาคนขับรถแกจงใจชะลอให้ถ่ายรูปค่ะ
..
..
..
..
..
..
          และแล้ว ราวๆ บ่ายสามโมงสี่สิบห้า เราก็มาถึงดินแดนในขุนเขาค่ะ วังเวียง พอลงรถได้ เรารีบไปซื้อตั๋วของวันรุ่งขึ้นก่อนเลย เพื่อไม่ให้มีปัญหานั่งบันไดอีก.. รถออกสิบโมงเช้า โดยบอกให้เรามาที่ท่ารถนี้ตอน เก้าโมงครึ่ง
..
          รถจัมโบ้ (อีกแล้ว) พาเราไปยังจุดที่เป็นตัวเมืองวังเวียง เพราะท่ารถที่จอดนี้เป็นท่าใหม่ที่อยู่ห่างออกมา ทำเราเสียเงินคนละ 10000 จนได้สิน่า..
..
          ถึงแล้วค่ะ โรงเรียนยังไม่เลิกเลย..
..
..
..
..
..
..
          มีหนุ่มๆ เดินเข้ามาถามเราว่ามีที่พักหรือยัง จะพาไปดูที่พัก ตอนนั้นเราลงรถมาข้างแม่น้ำแล้วค่ะ แต่ตานั่นจะให้เราไปพักในเมือง (ห่างไปบล็อกเดียวแต่ไม่ติดน้ำ) เราไม่ไป เขาขู่ว่า ริมน้ำที่พักราคา 35 เหรียญขึ้นไป ไปเซ็กดูได้เลย
เรารับปากว่าจะไป "เซ็ก" ดู แล้วเดินลงไปยังถนนเส้นที่เลียบริมน้ำ.. จนมาเจอที่นี่เข้า..
(ชื่อที่พักคืออะไรก็ไม่รู้ แต่เจ๋งมากๆ ถ้าได้ไปอีกทีก็จะไปนอนที่นี่อีกค่ะ)
..
          อ้ายคนหนึ่งเดินมาบอกราคา แสนสาม (คืนละราวๆ ห้าร้อยนิดๆ) ซึ่งมันโอเคมากเลยกับทำเลติดน้ำแบบสวยๆ แต่ห้องอยู่ตับที่สองมองไม่เห็นน้ำนะคะ แต่เดินไปใกล้นิดเดียว.. เราต่อราคาเอาสนุกค่ะ ได้มาแสนสอง อ้ายเจ้าหน้าที่บอกว่า "แสนสองน่า.. ซิลๆ"

..
เช็คอินแล้ว.. กับวิวนี้ค่ะ.. โอย.. โลกนี้ช่างงามจริง
..
..
..
..
..
..
          เราสองคนปรึกษากันว่า เรามีเวลา (และงบ) น้อยนัก จะทำอย่างไรดีจึงจะได้เที่ยวแบบครบถ้วนที่สุด แอ้ถามน้องว่าอยากเล่นอะไร เพราะนี่ก็เย็นแล้ว เราน่าจะมีเวลาเหลือได้แค่ 1 กิจกรรมเท่านั้น ที่วังเวียงนี่มีกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำแทบทุกชนิดค่ะ เราตกลงใจว่าจะเล่น Tubing คือล่องห่วงยาง แอ้มองกระแสน้ำแล้วกะประมาณว่า เราน่าจะเดินขึ้นไปทางต้นน้ำ แล้วหาห่วงยางล่องลงมา มาจอดที่รีสอร์ทเราเอง แล้วขึ้นมาเอากล้องถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก แล้วก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยก่อนค่อยแบกห่วงยางไปคืน..
..

..
อะไรมันจะพอดิบพอดีขนาดนั้น.. แต่เราทำได้จริงๆ ค่ะ
..
..
..
ชีวิตและสายน้ำ หัวใจแห่งวังเวียง
..


..
          แอ้กับน้องปูนำเงินกีบติดตัวไปจำนวนหนึ่ง (น้อยด้วย) กับกุญแจห้องเท่านั้น แล้วเดินเท้าไปเรื่อยๆ มองหาร้านให้เช่าห่วงยาง .. เดินไปไกลพอสมควร บางร้านก็ปิดแล้ว เราพยายามเดินไปใกล้น้ำ เพราะว่าร้านเช่าห่วงยางก็น่าจะอยู่ติดน้ำใช่ไหมคะ และแล้วเราก็เจอค่ะ .. ร้านใหญ่มาก และปฏิเสธไม่ให้เราเช่าเพราะว่าเย็นแล้ว (ตอนนั้นยังไม่ห้าโมง)
..
          เราต่อรองว่าจะเอามาคืนก่อนทุ่ม จ่ายมัดจำและค่าเช่าหฤโหด (ค่าเช่า 55000 ค่ามัดจำอีก 60000) แล้วแบกห่วงยางยักษ์ขึ้นบ่า เดินไปตามทางที่เขาชี้ เงินกีบหมดกระเป๋าเลย.. แอ้เอาห่วงยางอันเดียวให้น้องปูเล่น ไม่ใช่เพราะเงินหมดหรืองกเงินนะคะ แต่เพราะว่า ในกระแสน้ำที่ไม่รู้จัก.. ถ้านอนห่วงยางกันสองคน คนละอัน ลอยไปไหนจะไม่สามารถควบคุมได้เลย เลยคิดว่าตัวเองว่ายน้ำเอาดีกว่า.. อย่างน้อยยังพอจะหยั่งน้ำ และเลือกทิศทางของเราได้บ้างค่ะ..
..
          เอาล่ะสิ เจอปัญหาอีกแล้ว เราหาที่ลงน้ำไม่ได้.. เดินไปเรื่อยๆ จนไปเจอสะพาน ที่ใต้สะพานมีเด็กๆ อาบน้ำอยู่ฝูงหนึ่ง ..
..
          เราลองลงไปตรงนั้น น้ำขุ่นมาก ไม่ใส่ ไม่น่าเล่นเลย เวลาก็เย็นลงทุกที.. น้องปูลงนอนในห่วงยาง และเริ่มลอยไป.. แต่แอ้ไม่อยากเหยียบโคลนก็เลยไม่ยอมลง.. ในหัวเริ่มคิดค่ะ แล้วก็เลยเรียกเด็กๆ ที่เล่นอยู่แถวนั้น .. "หนูเอ๊ย.. เล่นน้ำกับเอื้อยมั้ย"
..
ได้ผลค่ะ เด็กๆ สามคนว่ายมาเล่นกับเรา หลอกเด็กนี่ง่ายจัง.. แอ้ก็ใช้ซะเลย หนูผลักห่วงยางให้เอื้อยหน่อย ตรงนั้นน้ำตื้นมั้ย
..
          แล้วเราก็ลอยตัวไปตามลำน้ำเล็กๆ ที่ขุ่นๆ นั้น สักพัก จนเจหทางออกแม่น้ำใหญ่ที่จะไปถึงยังหน้ารีสอร์ทของเราค่ะ น้ำใสมาก ไม่ขุ่นเลย.. พอเด็กๆ ผลักห่วงยางออกสู่แม่น้ำได้ ก็ต้องโบกมือลา เพราะว่าแม่ไม่ให้เล่นไกลเกินปากน้ำตรงนี้..
..
          ตอนนี้เราเริ่มสบายแล้วค่ะ ลอยน้ำไป คอยดึงห่วงยางบ้าง คอยผลักบ้าง แต่บางช่วง แอ้ตีกรรเชียงดูท้องฟ้า ปล่อยน้องปูลอยน้ำอย่างสงบสุข
..
ความสุขตรงนั้น ไม่มีทั้งรูปถ่าย ไม่มีเรื่องเล่าด้วยค่ะ..
ต้องไปเจอเองถึงจะรู้..

..
          เรือคายัค และเรือติดเครื่องหลายลำแซงเราไป ช่วงหนึ่งน้ำลึกและแรง แอ้มองหาเหยื่ออีกค่ะ น่าน.. นด็กๆ ว่ายน้ำเล่น โดนใช้ให้ช่วยเอื้อยลากห่วงยางอีกจนได้
..
          เรามาถึงหน้ารีสอร์ทตอนตะวันใกล้ขอบฟ้า แอ้รีบขึ้นไปเอากล้อง (เผื่อน้องปูด้วย) แล้วมาแช่น้ำถ่ายรูปเป็นที่สำราญใจ..
..
..
..
..
 ..
..
          ทุกครั้งที่ได้อยู่ในที่ที่สวยมากๆ แอ้จะคิดเสมอว่าตัวเองถ่ายรูปไม่เก่งพอ เสียดายจัง ถ้ามีคนที่ถ่ายรูปเก่งเทพๆ มาอยู่ตรงนี้ เขาคงจะสร้างสรรภาพที่ไม่มีที่ติได้เลย.. แต่ก็นะ.. คนที่อยู่ตรงนั้นมันคือเราเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน อะไรที่ทำได้เราก็ทำไปหมดแล้ว.. ที่เหลือก็แค่..
..
สุขซะให้พอ..
.
.
.
..
..
..
..
..
..

          อีกหลายๆ วันต่อมาในชีวิตเมืองกรุงอันยุ่งเหยิง หลับตาลงทีไร แอ้ก็เห็นแต่ภาพแปลงผักเล็กๆ ที่มีผักเติบโตจนล้น ที่ริมแม่น้ำแห่งนั้น ภูเขาสูงๆ เขียวขจี กับแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาฟ้า เป็นภาพติดตาที่สุดในชีวิตการท่องเที่ยวของแอ้เลยค่ะ

..

..

..

..

          ยามค่ำคืนมาถึง เราก็ขึ้นบ้านอาบน้ำอาบท่าให้ทันเวลาคืนห่วงยาง และหิวกำลังพอดีๆ เชียวค่ะ

..

..

..

..

..

..

          เราเดินทางไปคืนห่วงยาง (ขากลับไม่ได้ช่วยน้องปูแบกเลย รู้สึกผิดนะเนี่ย) พระจันทร์ที่วังเวียงดวงโตมากๆ ส่องสว่างจนน้องปูต้องวางห่วงยางเพื่อหยุดถ่ายรูปกันเลยแหละ..

..

..

..

..

          ที่ร้านคืนห่วงยาง เวลาทุ่มกว่า มีฝรั่งมาคืนห่วงยางหลายกลุ่ม มีกลุ่มหนึ่งคงเมามากแล้ว ผู้หญิง (หุ่นดีมากๆๆๆ) ใส่บิกินี่บนล่างตัวนิดเดียว เต้นแบบยั่วยวนมากจนแอ้ไม่กล้ามองเลย.. ยิ่งตอนก่อนมืดเดินในวังเวียง เห็นสาวบิกินี่หลายคน มีคนหนึ่งเดินนำหน้าพระกันเลยทีเดียว (หรือพระเดินตาม หรือว่าบังเอิญไปทางเดียวกัน ?) 
..
          แปลกใจว่าลาวปล่อยที่นี่ให้เป็นเมืองแบบนี้แล้วหรือ.. แต่แม่น้ำชองนั้นสวยไม่มีที่ติเลยค่ะ ส่วนอีกฟากเมือง เป็นร้านนั่งฟังเพลง กินเบียร์ ดูบอลตลอดแนว ฝรั่งดูสำราญและเป็นตัวของตัวเองกันแบบสุดกู่
..
          เราเข้าร้านหนึ่งที่แต่งร้านสไตล์โต๊ะเตี้ยๆ มีเบาะหนุนมากมาย .. แอ้เมื่อยมากๆ ก็เลยเอนซะสบายเลยค่ะ มื้อเย็นนี้ลองสั่งคาโบนาร่ามาทาน อร่อยมากๆ ชีสเยอะสุดๆ ..

..

..

..

..

..

..

เอ่อ..ทำไมลาวเป็น Land of Smiles ล่ะ.. แล้วไทย.. ตอนนี้เป็นดินแดนแห่งอะไรไปแล้วหนอ..
..
มาแล้ว.. 

..

..

..

..

ชีสท่วมๆ เล้ย..

..
..
อันนี้ปฏิทินเบียร์ของลาว นางแบบเซ็กซี่สุดๆ ในผ้าซิ่นค่ะ

..

..

..

          เวลาตรงนั้นเป็นอะไรที่จะแสนสุขมากเลย นั่งคุยกัน .. อากาศเย็นสบาย.. ต่แอ้ดันภูมิแพ้ขึ้น.. หายใจไม่ออกแทบจะตลอดเวลา เลยต้องหายใจทางปากไปด้วย คุยไปด้วย.. เสียบุคลิกอย่างแรง..
..
          ดึกดื่นได้เวลา เราก็ค่อยๆ ย้ายตูดกลับไปบ้านพักคืนละแสนสองของเราค่ะ หลับสบายอีกแล้ว.. แม้ว่าอากาศจะเริ่มหนาวเย็นจนปวดอวัยวะต่างๆ ที่ได้กรำกับการท่องเที่ยวมาอย่างหนัก (แต่หนุก)

 

 

------------------------------------------------

ตอนหน้า เดินทางกลับแ้ล้วนะคะ แอ้เก็บวิวมาฝากตลอดทางกลับบ้านเลยค่ะ..

 

Comment

Comment:

Tweet

เคยไปกินข้าวกับคณะมาแล้ว(12คน) ทั้งคืนหมดไป
1,200,000.- รถที่เช่าไปที่ยว(ลาว) บอกพี่ อาหารมื้อนี้พวกคุณกินกันผมออกรถใหม่ได้คันเลยนะ เราก็เลยทิปให้รถไป50000.- ก็เลยภูมิใจในชาตินี้กินอาหารมื้อเดียวขนาดนี้เชียวหรือ
ปล.เงินกีบคับ เฉลี่ยแล้วคนละ 3000.- บาท แฮ่

#13 By ไท (125.25.90.41) on 2010-03-04 14:19

open-mounthed smile open-mounthed smile

#12 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 16:10

ภาพสวย การเดินที่น่าไปเหมือนกันสักทีนึง

#11 By DeepSnowzIndy on 2009-02-21 01:12

ตามมาจากบ้านคุณกระเจียว แอดไว้แล้วเดี๋ยวมาอ่านค่ะ open-mounthed smile

#10 By จอมบงการ on 2009-02-20 11:11

ปฏิทินสาวลาวเซ็กซี่ อิอิ

#9 By babyshampoo (58.136.28.134) on 2009-02-20 10:55

มุมของคุณแอ้สวยดีนะค่ะbig smile

#8 By กวางน้อย... on 2009-02-19 22:23

ตอบน้องแอ้ >> รีบๆ เขียนให้จบก่อนจะหมดไฟค่ะ.. พักนี้ยิ่งขี้เกียจอยู่ด้วย.. sad smile

ตอบพี่แพร >> จริงๆ มันไม่ได้น่ากลัวเลยนะคะ อุปสรรคแรกคือใจตัวเองนี่แหละว่ากล้าออกจากบ้านรึเปล่า หลังจากนั้นคือเนียนไปเรื่อยๆ ถ้าคิดว่าโลกนี้คือบ้าน ก็ไม่มีที่ไหนไกลเกินค่ะ

ตอบคุณมุมเล็กๆ >> ข้อมูลเกี่ยวกับลาวแน่นปึ้กจริงๆ ขอบคุณนะคะ.. แอ้ใช้ Olympus ล่ะ อันนี้เปิด Vivid สุดแล้วนะคะ ได้แค่นี้เอง cry

b]ตอบคุณกระเจียว >>[[/b] ต้องไปเจอเองสักวันนะคะ แล้วจะแบบว่า.. โอ้ว..โลกนี้ยังมีที่แบบนี้ มันคุ้มค่าที่เกิดมาแล้ว..
แต่ถ้าชอบ Tubing ไม่อยากออกนอกประเทศ อยากบอกว่าเขาสก สุราษฎร์ฯ ค่ะ สุดยอดเหมือนกัน ถามข้อมูลได้นะคะ

คุณ KhAo-JaO >> ไปเที่ยวกันป่าวววว..

#7 By แอ้ on 2009-02-19 11:37

หว่า..
..
ทำไมตาเรามันฮ้อน ๆ หว่า...
..
อิจฉา.
สวยจังเลยวู๊...

#6 By KhAo-JaO on 2009-02-19 08:41

ต้องบอกว่า สมบุก สมบัน เหลือเกิน..โดยเพาะโหนรถทัวร์ 5-6 ชั่วโมง..นับถือจริงๆค่ะ

แต่ที่สุดๆ ของเอนทรี่นี้ คือ ได้ล่องห่วงยางเล่นน้ำ เป็นที่ใฝ่ฝัน..สักวันจะไปนอนเล่นบนห่วงยางบ้าง..big smile

ในรูปถ่าย น้ำใสดีจังเลยค่ะ..หมอกและอากาศเย็นช่วยส่งผลให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูโรแมนติกดีอ่ะ..question

Hot!
อ้อ ใช้ Fuji หรือเปล่า...
เลือกโหมด สีจัด หรือ vivid จะช่วยรูปวิวได้มากเลย...

หรืออาจเลือก -0.3 ถึง -0.7ev ก็ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ได้เป็นอย่างดีเลย...
big smile
มีแผนจะไปหลวงพะบาง วังเวียง อยู่เหมือนกัน...

เดิมวังเวียงเป็นเหมือนสวรรค์ที่รู้กันของฝรั่งที่ชอบไปหากัญชาสูบ...
แต่ปัจจุบัน รัฐบาลลาวพยายามจัดการกับปัญหานี้...

พอๆ กับดอนเดด ดอนคอนที่ เมืองโขง แขวงจำปาสัก...

big smile big smile
ทำอย่างไรจะไปเที่ยวไกลๆ แบบนี้คนเดียวได้บ้างน๊อsad smile
รูปที่น้องแอ้ อาจะไม่เลิศจริงค่ะ แต่ขอบอกว่ามันสื่อและกระตุ้นความอยากของพี่ (เชื่อว่าอีกหลายคน)ได้ไม่น้อยเชียวค่ะ :)

เก่งจังตีแบดมือซ้ายได้ด้วย สงสัยพี่ต้องไปหัดบ้างล๊ะ ไม่ง้านชาตินี้คงอดตีแบดแน่ๆ คิคิ

#2 By ~Pare~ on 2009-02-18 22:48

พักนี้ขยัน up ดีจังเลยนะพี่แอ้ double wink
รอดูตอนจบนะคะconfused smile

#1 By Nong-Takrai on 2009-02-18 20:24

Recommend