แอ้ View my profile

อีกครั้งที่แม่น้ำโขงดึงดูดใจให้ออกเดินทาง ทั้งๆ ที่อาการเดี้ยงก็ไม่ได้ดีขึ้น (กลับมาแล้วยังแย่ลงอีกแน่ะ)

เนื่องจากไปไกลหน่อย และมีสิ่งแปลกหูแปลกตาเยอะแยะมากมาย ก็เลยอาจจะเล่ายาวซักหน่อยนะคะ ถ้าใครชอบแนวนี้ก็ลองติดตามอ่านกันดู.. แอ้เขียนบล็อกนี่ส่วนหนึ่งอยากเล่าสู่กันฟัง แต่อีกส่วนก็อยากบันทึกความจำของตัวเองด้วยค่ะ บางครั้งเลยอาจจะเล่าอะไรยิบย่อยไปนิดนึงเนอะ

 

มาเริ่มต้นการเดินทางกันเลย..

 

          จริงๆ ทริปนี้อยากตั้งชื่อว่า "ลาว..ได้อีก" แต่เกรงว่า กว่าที่คนอ่านจะเข้าใจในความรักชอบประเทศลาวของแอ้ อาจจะชิงด่าแอ้ไปซะก่อนว่าไปดูถูกด้วยคำว่าลาวอีกแล้ว ทำไมถึงลาวได้อีก นั่นก็เพราะครั้งก่อน 1 วันที่เวียงจันทน์ มันยังน้อยไป แค่กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นให้ยิ่งคันมากขึ้น จนกระทั่งตัดสินใจออกเดินทางในครั้งนี้ค่ะ

 

          แอ้นัดหมายกับน้องปู (สาวน้อยน่ารักที่ไปเจอกันที่เชียงคานนั่นแหละ) กว่าหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเราจะไปลาวกัน 7-10 ก.พ. 52 แต่ไปยังไง และที่ไหนนั้น เราสองคนก็ค่อยๆ ออกความคิดและเกลากันไปทางอีเมล ระหว่างอู้งานในวันใดๆ ที่แสนน่าเบื่อ ยังมีทริปลาวคอยหล่อเลี้ยงจิตใจค่ะ (มันจะเบื่อได้ยังไง ก็เพิ่งจะเที่ยวไปแหม็บๆ)

 

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง


  - หนังสือเดินทางระหว่างประเทศ (Passport) ยังไม่เคยมีเลยค่ะ ไปทำที่กงสุล ตรงแจ้งวัฒนะ ง่ายดายมากๆ ราคา 1000 บาท + ค่าส่งทาง EMS อีก 35 บาทมั้ง หนึ่งสัปดาห์ก็ได้
  - ลางานให้เรียบร้อยค่ะ
  - ฝึกคิดเลขเร็ว หรือเตรียมเครื่องคิดเลขไว้ผันค่าเงิน
  - แอ้กับน้องปูเตรียมตั๋วรถค่ะ แต่เราเตรียมไม่เหมือนกัน .. ยังไงน่ะเหรอ.. ต้องติดตามนะคะ

6 ก.พ. 52 ก่อนเวลาเลิกงานครึ่งชั่วโมง เห็นท่าไม่ดี รีบเผ่นไปหมอชิตด้วยมอเตอร์ไซค์

 

เชียงของแห่งเชียงราย

 

          รถสยามเฟิร์สทัวร์ จองผ่านทางไทยรูทดอทคอม (www.thairoute.com) ซึ่งเป็นวิธีจองแบบที่แอ้มักจะใช้เวลาที่ยุ่งๆ จวนตัวค่ะ เพราะเคยจองผ่านเว็บนี้แล้ว ได้ไปก็จริง แต่รถไม่ค่อยดี ตอนนั้นไปสุราษฎร์ฯ แต่ครั้งนี้รถโอเคมากๆ ค่ะ VIP 32 ที่นั่งนะ

 

 

 

แต่ถ้าซื้อตั๋วทางเว็บ ต้องลงไปเปลี่ยนเป็นตั๋วจริงที่อู่รถวัดเสมียน ซึ่งต้องวิ่งวุ่นวายทีเดียว แล้วก็ไม่บอกแต่แรกว่าขึ้นตรงนี้ก็ได้.. จะได้ไม่ต้องถ่อไปถึงหมอชิต

 

หนึ่งทุ่มครึ่งก็ออกเดินทางแล้วค่ะ รถไม่ติดเลย

 

 

          ประชากรค่อนของรถคันนั้น 20 คน เป็นแก๊งคุณป้า ที่จะไปลงเชียงของ สอบถามภายหลังทราบว่า แก๊งนี้จะจับรถตู้ขึ้นไปยูนนาน.. ไอ้แอ้ตาลุกทันที มันมีอย่างนี้ด้วยเหรอวะ.. เฮอะๆ น่าสนใจมากคร้าบ..

 

          รถคืนนั้นหลับสบายมากๆ ค่ะ แอ้หลับอย่างผาสุก แม้จะเป็นหวัด และปวดมือ การเดินทางราบรื่น ถึงเชียงของแต่เช้าตรู่ อากาศกำลังดี ฟ้าเริ่มที่จะมีสีสัน หลังจากเข้าเซเว่น ซื้อของที่จำเป็นเพิ่มเติมแล้ว แอ้ก็จับรถสกายแล็ป 30 บาท ไปยังด่านเชียงของเพื่อรอออกเมืองค่ะ

 

 

          มาถึงด่านก่อนที่จะเปิดทำการเล็กน้อย มีคนมารอจำนวนหนึ่งค่ะ (เกือบร้อยเหมือนกันนะ) แต่เป็นทัวร์ต่างชาติล้วนๆ แอ้เป็นคนไทยคนเดียวตรงนั้นเลย ไม่นับไกด์ไทยนะคะ

 

ด่านเปิดแล้ว.. ต่อคิวกันหน่อย

 

 

          แอบบอกไว้สำหรับคนที่ยังไม่เคย จะได้ไม่ไปเสียเวลาอย่างแอ้ คือต้องเอาเอกสารใบเล็กๆ มาเขียนก่อนค่ะ นี่แอ้ก็ต่อคิวไปหนึ่งรอบ แล้วก็ต้องออกมาเขียนเอกสารแล้วต่อใหม่หนึ่งรอบ.. เซ็งชะมัด ฝรั่งแก่ๆ ก็วุ่นวายดีค่ะ ถามโน่นนี่..

 

หมายเหตุไว้เลยว่า ทริปนี้ขอเม้าท์ฝรั่งหน่อยนะคะ เพราะว่าผู้คนที่ได้พบเจอล้วนน่ารัก ยกเว้นฝรั่งแทบทั้งหมดเลย..

 

          เมื่อจัดการด้านเอกสารเสร็จแล้ว (ยื่นหน้าไปในช่องเล็กๆ แล้วตอบคำถามน่าเบื่อๆ ว่า ค่ะ คนไทยค่ะ เดินทางคนเดียวค่ะ) เราก็เดินลงไปยังหาดทรายเปียกๆ ด้านล่าง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวฝรั่งยืนงงอยู่กลุ่มหนึ่ง คือเอาเป็นว่าตลอดการเดินทาง ก็เจอฝรั่งยืนงงไปเรื่อยๆ เลยค่ะ

 

 

          เจ้าพนักงานในชุดเสื้อยืดกางเกงเล มาเก็บค่าโดยสาร แล้วต้อนเราขึ้นเรือท้องแบนลำน้อย ลำหนึ่งบรรทุกทั้งคนทั้งของไม่เกินสิบคน แล้วก็ตัดยอดคลื่นมุ่งสู่ฝั่งลาว แอ้ก็คุยกับน้องผู้ชายคนลาวที่นั่งข้างๆ ได้ข้อมูลมานิดหน่อย น้องเขาเป็นผู้ช่วยไกด์ทริปฝรั่ง บอกแอ้ว่า อย่าขึ้นเรือเร็วเลยพี่ (แอ้จะเดินทางทางเรือ จากบ่อแก้วไปหลวงพระบาง ซึ่งมีเรือสองแบบค่ะ) น้องเขาบอกว่า ต้องใส่หมวกกันน็อค กับเสื้อชูชีพตลอดเวลาด้วยนะ

 

 

แป๊บเดียวก็ถึงฝั่งลาว เดินขึ้นทางชันๆ ไปยื่นเอกสารก่อนเข้าเมือง คราวนี้ไม่ลืมที่จะหยิบแบบฟอร์มมากรอกก่อนนะคะ

 

 

          ทำเอกสารเสร็จ ก็แลกเงินค่ะ แอ้แลก 3000 บาท เผื่อรวมค่าเรือด้วย เพราะคิดว่าถ้าหมดก็ยังใช้เงินบาทได้ เลยแลกแต่น้อย กลัวจะงงเองค่ะ อัตราแลกเปลี่ยนเช้าวันนั้น 243 kip ต่อ 1 Baht ค่ะ

 

ถือเงินเจ็ดแสนกว่า เดินตัวปลิวเข้าเมืองไปเลยแหละ..

 

 

          ประเดิมกับแผ่นดินลาว ด้วยการเสียรู้รถจัมโบ้ (ชื่อภาษาลาวของสกายแล็ป) ไป 50 บาท จริงๆ ท่าเรือไม่ไกลมาก แถมเวลาเหลือๆ แต่ด้วยความไม่รู้ ก็ยังอยากจะไปก่อนเวลาไว้ก่อนอยู่ดีค่ะ แป๊บเดียวก็เลยได้มาถึงท่าเรือ Slow Boat โดยไม่ได้ข้อมูลมาเลยว่า Rapid Boat ขึ้นตรงไหนอย่างไร รู้แค่ว่า มันน่าอันตรายเอามากๆ ..

 

 

          ขึ้นไปทางซ้ายมือ บ้านสีขาวหลังสุดท้าย ก็คือที่ขายปี้เรือค่ะ มาแล้วศัพท์ลาววันละคำ ตั๋ว = ปี้ ราคาตั๋วบ่อแก้ว - หลวงพระบาง สองแสนกีบค่ะ นับเงินกันด้วยความงงเป็นอันมาก เพราะแบงค์มีหลากหลายเหลือเกิน

 

 

ตาฝรั่งเสื้อขาวนี่หล่อด้วยแหละ

 

          เก้าโมงนิดๆ ก็จัดการได้ปี้เรือมาครอบครอง ระหว่างนี้ก็เริ่มมองหาอาหารค่ะ เลยแวะทานก๋วยเตี๋ยวลาว ร้านธรรมดาๆ ที่เปิดอยู่ตรงนั้น ทานไปก็ชวนทั้งลูกค้า และแม่ค้าชาวลาวคุยเล่นกันเป็นที่ครื้นเครง เพราะเรือออกตั้ง 11 โมงแน่ะ ไม่อยากไปนั่งแกร่วรอในเรือ ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยเทพเลย ไม่ปรุงเลยซักนิดค่ะ

 

 

 

 

ทานเสร็จ (ให้มาเป็นกาละมัง ยังกินหมดอีกแน่ะ) ก็นับตังค์ดูความมั่งคั่งกันหน่อย..

 

 


          คือค่าเงินมันอ่อนก็จริง แต่ราคาของมันไม่ได้อ่อนไปด้วยเลยนะคะ ค่าเรือยังสองแสนเลย นี่ตูซื้อเรือยอร์ชมาแล่นเองรึเปล่าเนี่ย.. ส่วนก๋วยเตี๋ยวมื้อนั้น กับโค้กกระป๋อง รวมแล้วรู้สึกจะหมื่นห้าค่ะ ถึงว่าสิ อร่อยอย่างนี้นี่เล่า

 

          ตอนนั้นเหนียวเนื้อตัวมากๆ แต่ก็อยากไปลงเรือเร็วๆ เลยเดินไปทางขวามือของท่าเรือ มีที่พักอยู่ ก็เลยถามเขาว่าขออาบน้ำได้ไหม เขาบอกว่าคิดเงิน แอ้ก็พยักหน้า แต่ไม่ได้ถามราคา ตกลงว่าเจ็บมือและห้องน้ำไม่มีที่วางของ เลยได้แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า เอาน้ำลูบตัวเฉยๆ เขาคิด 100 บาทถ้วน !!

 

          ถ้าใครได้ไปอยู่ตรงนั้นในสักวันหนึ่ง ขอให้หลีกให้ห่างบ้านพักนี้เลยนะคะ สยองมากจริงๆ ดันไม่ได้ถามราคาก่อน ทำอะไรไม่ได้เลยค่ะจ่ายอย่างเดียว

 

          สิบโมงครึ่ง แอ้ก็ลงไปในเรือ .. อืม.. เก้าอี้เล็ก แล้วก็เป็นไม้ มีเบาะที่ไม่ได้ยึดให้รองก้น ตอนแรกนึกว่าเลขที่บนปี้เรือจะล็อคที่นั่ง ปรากฏว่าไม่ล็อค เลยต้องร่นไปนั่งด้านท้ายๆ เรือ ใกล้ห้องน้ำใกล้บาร์เบียร์ลาวค่ะ

 

 

          สำหรับการเดินทางของ Slow Boat นี้ จะเดินทางจากบ่อแก้ว สู่ปากแบ็งใน 6 ชั่วโมง พักหนึ่งคืน (หาที่พักกันเอาเอง) แล้วเดินทางต่ออีกครั้งในวันรุ่งขึ้น โดยถึงหลวงพระบางประมาณช่วงเย็นค่ะ แล้วแอ้ก็เจอกับเพื่อนใหม่คนนี้..

 

 

          เจ้าเด็กนี่มากับแม่เฒ่า (ไม่รู้ย่าหรือยายค่ะ) กับพี่สาวแม่เฒ่า ซึ่งเจ้าหนูเรียกว่าป้าอ้วน ตัวน้องเองชื่อว่า หลิงหลิง วัย 7 ขวบ อยู่ ป.3 ที่หลวงพระบาง เดินทางมาบ่อแก้วมางานบุญค่ะ เราสนิทกันอย่างรวดเร็ว คงเพราะความอดทนจำกัดพอๆ กันรึเปล่านะ..

 

สิบเอ็ดโมงแล้วเรือก็ยังไม่ออก..

 

          จนกระทั่งฝรั่งหลั่งไหลมาจนเต็มเรือ ต้องเอาเก้าอี้พลาสติกมาเสริม เรือถึงได้ฤกษ์ออกเดินทาง เลทไป 60 นาที !! (ที่ลาวนี่ ไม่ต้องห่วงเรื่องไปไม่ทันเวลาค่ะ เขาเลทกันตลอดเลย เยอะด้วย)

 

 

          เรือที่พาเราเดินทาง เป็นเรือบ้าน (คนขับอยู่หน้า บ้านอยู่ท้ายเรือ และส่วนหนึ่งบนหลังคาเรือ) แบบเดียวกันกับเรือพวกนี้ค่ะ สีสันสดใสทุกลำเลย

 

 

 

          เมื่อการเดินทางช่วงแรกในแผ่นดินน้องเริ่มต้นขึ้น น้ำโขงราบเรียบค่ะ คลื่นมือถือของไทยยังมี หลิงหลิงยังอายๆ ไม่ค่อยพูด (ฝรั่งมาเยอะ เราเลยมานั่งด้วยกัน) แอ้แบ่งขนมให้หลิงหลิง และก็แบ่ง MP3 กันฟัง ระหว่างที่เรือแล่นไป ลมหอบเอาไอน้ำกับกลิ่นแดดเข้ามา และฝรั่งทั้งหลายเริ่มกำเงินกีบไปยังบาร์ด้านหลัง ร้องหา เบียร์ลาว..

 

 

          แม่โขงช่วงที่แยกออกจากแผ่นดินไทย เข้าไปยังลาว มีเกาะแก่งและโขดหินมากมายตลอดทาง ทั้งสวยงามและน่ากลัวค่ะ ตอนนี้พอนึกออกแล้ว ว่าเรือหางยาว หรือเรือหางยาวเล็ก (ที่บ้านคลองนนทบุรีเรียกเรือสองตอน) ขับด้วยความเร็วสูง จะอันตรายขนาดไหน
          เรือใหญ่รู้จักร่องน้ำ ขับไปด้วยความเร็วในช่วงที่ปลอดภัย ส่วนระยะที่แคบๆ หรือผ่านแก่ง จะลดความเร็วลง จนเรามองเห็นขุนเขารอบด้านที่สวยงามอย่างชัดตา

 

 

 

 

          แรกๆ เห็นคนทอดแห ก็ถ่ายรูปกันใหญ่ เห็นควายสักสองตัวก็หยิบกล้องกันใหญ่ หลังๆ มาเริ่มจะชินตากับทัศนียภาพสองฝั่ง ที่เขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ ริมตลิ่งไม่เป็นผาหิน ก็จะเป็นดอนทราย บริเวณไหนที่เป็นดอนทรายกว้างๆ จะมีพืชเขียวๆ ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่อย่างเป็นระเบียบ เมื่อใกล้ถึงที่หมายเข้าไปแล้ว ถึงได้สังเกตว่ามีรั้วล้อมพืชพวกนั้นด้วยค่ะ น่าจะเป็นพืชอาหารสัตว์

 

 

 

 

บางช่วงกระแสน้ำก็แรงเหมือนกันค่ะ สลับๆ กันไป

 

 

 

 

หนึ่งคืนที่ปากแบ็ง

          เมื่อเวลาค่อนไปทางเย็น จวนค่ำ เราเจอกับเกาะแก่งมากขึ้นค่ะ บางแห่งน้ำแรงน่าตื่นตาตื่นใจ ถึงตอนนั้น ขนมเลย์ (ห่อละ 10000) ที่ซื้อมาแบ่งกันกินกับหลิงหลิงก็หมดลง เริ่มหิวและอยากให้ถึงพื้นดินเร็วๆ (อยากถึงให้ทันตั้งกล้องถ่ายพระอาทิตย์ตก) สองแม่เฒ่าถามว่าแอ้จะพักที่ไหน แอ้ก็บอกว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปากแบ็งเลย จะตามๆ แม่เฒ่าไปก็แล้วกัน.. แม่เฒ่าพูดอะไรรัวๆ เกี่ยวกับ "เฮือนพัก" ซึ่งน่าจะหมายถึงโรงแรม และหลิงหลิงบอกว่า "มื้ออื่นฮอดหลวงพระบาง" อันนี้คือ มื้ออื่น = พรุ่งนี้ (ส่วนมะรืนนี้ เรียกว่า มื้อฮือ)


          ถึงปากแบ็งตอนพระอาทิตย์ตกพอดี.. แต่ไม่ทันได้ถ่ายรูป เพราะแม่เฒ่าไม่ยอมขึ้นเรือ จะรอให้ฝรั่งขึ้นหมดก่อน ซึ่งใช้เวลาไปนานมากๆ แอ้ก็ได้แต่ยืนรอเฉยๆ เพราะไม่อยากเดินหลั่งไหลขึ้นไปพร้อมๆ กับฝรั่งร้อยกว่าคน

 

 

          แอ้ทนรอไม่ไหว ข้างนอกฟ้ากำลังเปลี่ยนสี แต่แม่เฒ่าไม่ยอมออกจากเรือจริงๆ วัยรุ่นใจร้อนเลยจูงเจ้าหลิงหลิงออกมายืนรอนอกเรือ เฝ้าดูผู้คนที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง ต่างก็เดินไปตามวิถีของพวกเขา ในใจทุกคนคงคิดคล้ายกัน ว่าคืนนี้อยากได้ที่นอนพักอุ่นๆ ในราคาไม่แพงเสียจริงๆ

 

 

          เมื่อแม่เฒ่าเสร็จสิ้นการย้ายสัมภาระ (มารู้ทีหลังว่า แกรู้ว่าวันรุ่งขึ้น เราจะต้องเปลี่ยนเรือ แกเลยรออยู่เป็นคนสุดท้าย เพื่อย้ายของจากเรือลำนี้ ไปยังลำใหม่) เราเดินขึ้นมาหาที่พักด้วยกัน แม่เฒ่าตรงไปยังร้านอาหารคนรู้จัก แต่กลับไม่มีที่พัก พอดีมีคนของเฮือนพักตรงข้ามมาถาม เขาคิดราคาห้อง 400 บาท ซึ่งในความรู้สึกแอ้นะ คิดว่าแพงมากๆ เพราะเราไม่มีทางเลือกเลย โดนบังคับให้หาที่นอนตรงนี้จริงๆ แต่แล้วเราก็พักที่นั่นค่ะ เฮือนพักสาลิกา โดยต่อรองว่า นอนกันหมดนี่เลย 4 คน เขาเสริมที่นอนให้อีกที่ ในห้องสะอาดสะอ้าน เห็นแล้วก็รู้สึกว่าสมราคาค่ะ

          แอ้ออก 200 ให้แม่เฒ่าออกครึ่งเดียวพอ ทุกคนดีใจกันใหญ่

          พอพาหลิงหลิงไปกินข้าวที่ร้านตรงข้ามแล้ว เราก็รีบกลับห้อง เพราะว่าอากาศเย็นมากขึ้น (แม่เฒ่ามีข้าวเหนียวพกมาพอสำหรับมื้อเย็นค่ะ) คืนนั้นแอ้รีบนอนอย่างไว เพราะว่าปากแบ็งไม่มีไฟฟ้าใช้ พอสี่ทุ่มครึ่ง เครื่องปั่นไฟจะหยุดทำงาน ถึงตอนนั้นถ้ายังไม่หลับล่ะแย่แน่

 

-----------------------------------

ทริปนี้แอ้เดินทางในลาวทั้งหมด 4 วัน เรื่องราวจะเยอะสักนิด ขอแบ่งเป็นตอนละวันแล้วกันนะคะ

จะได้ไม่ต้องโหลดโหดมาก..รออ่านตอนสองในอีกไม่กี่วันนี้นะคะ

Comment

Comment:

Tweet

มาแอบเก็บข้อมูล เพื่อวางแผน คริๆ

#22 By ลำดวน on 2010-02-08 12:55

open-mounthed smile open-mounthed smile

#21 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 16:08

ตาหนุ่ม
บร้า.. ไม่มีอะไรเล้ย..
กดๆ ไปงั้นแหละ ว่าแต่เราเหอะ ซื้อกล้องยังน้องเอ๋ย

ปล. อ่านๆ ให้จบนะ เจ๊ภูมิใจนำเสนอสุดๆ ฮะ

#20 By แอ้ on 2009-03-02 21:40

ถ่ายรูบ ได้สวยจังเจ้ อิจฉาง่ะ

#19 By noom (125.27.91.214) on 2009-03-02 21:05

เพิ่งมีเวลามาอ่านว่ะ หนุกดี อ่านได้วันละประมาณ20 นาที เหอๆๆ อยากหยุดไปเที่ยวยาว ๆ มั่งว่ะ แต่พอกลับไปเห็นหมาตาดำ ๆ ที่ร้านก็สงสารมันอะ อยู่ช่วยมันไปก่อน T T

ตกลงทริปบ้านเราได้ที่ไหนวันไหนอ่า เลือกช้ามีคนเลือกวันหยุดไปก่อนแล้วนา..

#18 By nui (222.123.207.165) on 2009-02-26 06:33

ณ ขณะแรกที่พบหน้าเพื่อนร่วมทางนะ .. ขอบอกว่า หล่อๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลย.. แต่พอเบียร์ลาวย้ายจากถังน้ำแข็งไปสู่ร่างกายเจ้าพวกนี้เท่านั้นแหละ..
ย้วยมากๆ .. sad smile

หมดหล่อหมดสวยกันเลยเก๋เอ๊ย..

#17 By แอ้ on 2009-02-17 13:54

เห็นแล้วอิจฉา อยากเวลาไปเที่ยวแบบนี้บ้างจังconfused smile

#16 By โอ๋เพื่อนแอ้ (202.183.211.195) on 2009-02-17 13:49

สุดยอดเลยค่ะพี่แอ้ เห็นก๋วยเตี๋ยวแล้วอยากกินมั่กๆ อยากเห็นหน้าฝรั่งคนนั้นอ่ะที่หล่อๆอ่ะค่ะ..

#15 By คนใน on 2009-02-17 10:44

น่าไปเที่ยวจังเลย

#14 By nook (117.47.174.78) on 2009-02-16 20:31

หลิงหลิงน่ารัก อยากเห็นรูปแม่เฒ่าอ่ะ กะลังจะอ่านภาค2ต่อนะ

#13 By หนุงหนิง (117.47.8.189) on 2009-02-16 20:24

รออ่านต่อครับ...

big smile
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ
แอบเห็นว่าไปเชียงคานมา
ลูกเป็ดคิดชื่อ..เชียงคานไว้หนึ่งในที่ที่อยากไป
จะนั่งอ่านตอนนี้ก้อยาวเหลือเกิน
แต่เดี๋ยวลูกเป็ดจะกลับมานั่งอ่านนะคะ

#11 By ลูกเป็ด on 2009-02-16 14:05

น่าสนุกดีนะคะ ถ้ามีโอกาสจะไปบ้าง

#10 By rubino on 2009-02-16 09:40

ง่า.. มาต่อไวๆนะครับ

#9 By Our Sweet Home on 2009-02-15 17:37

น่าสนุกจังเลยค่ะ เดี๋ยวแอดไว้รออ่านตอนต่อไปนะคะ ชอบอ่านเรื่องท่องเที่ยวค่ะHot!

#8 By eeddy(อี๊ด) on 2009-02-15 12:16

ตอบพี่แพร >> ไปมาแล้วจ้า.. ไปตีแบดค่ะ เพื่อนๆ มันรักหนู มันกลัวหนูเหงามั้ง.. รักเพื่อนที่สุดเลย

ตอบน้องแอ้ >> ชื่อเรานี่ฮิตเหมือนกันนะเนี่ย.. wink

ตอบคุณกระเจียว >> ไปไม่ยากเลยค่ะ ตามรอยแอ้ไปก็ได้ .. แต่ถ้ารออ่านจนจบ จะมีวิธีเดินทางอีกแบบมานำเสนอด้วยนะคะ ลาวนี่ไ่ม่ค่อยมีเรื่องน่าอันตรายอะไร นอกจากเลทไปเลทมาจนเราเสียกระบวนเท่านั้นแหละ

ตอบน้องนัท >> หลังกลับมา พี่โดนเพื่อนหมอเทศน์ แถมทำสายตาเหยียดหยามใส่อีก ตอนนี้ถนอมมือสุดๆ แล้วจ้า.. sad smile

#7 By แอ้ on 2009-02-15 01:09

พี่แอ้ระวังมือด้วยเน้อ




อดเป็นห่วงไม่ได้ค่ะ sad smile

#6 By tara on 2009-02-15 00:09

อ่านละเอียดยิบเลย..เพราะอยากไปแบบนี้บ้าง..

ยังไม่เคยเดินทางไปไกลๆ คนเดียวสักครั้งเลยค่ะ

คุณแอ้ แน่มาก..กลมกลืนกับแม่เฒ่าและเด็กๆ ได้ดีที่เดียว..

รออ่านค่ะ..กำลังสนุกเลย big smile
โอ๊ะโอ!!!
มีแอ้เพิ่มขึ้นอีกแล้วรึนี่

...
นู๋มารออ่านนะพี่แอ้
แต่ละทริปของพี่เนี่ย
สุดยอด!

#4 By Nong-Takrai on 2009-02-14 21:10

นู๋แอ้ วันนี้ไม่ออกไปวาเลนไทน์หรอจ้า... คิคิ
รออ่านตอนสองอยู่นะกั๊บ
ว่าแต่เสียดายเน๊อะ รูปตอนอาทิตย์ตกเลยน้อยไปเลยอ่ะ

#3 By ~Pare~ on 2009-02-14 19:14

แอ้อีกคนนึงแล้ว..
confused smile

#2 By แอ้ on 2009-02-14 16:41

ชื่อเดียวกันเลยอะ...แอ้open-mounthed smile

#1 By ดอกแอ้ © on 2009-02-14 15:59

Recommend