แอ้ View my profile

สืบเนื่องมาจาก ทริปนี้
พวกเราทีมเดิม หมาตัวเดิม เพิ่มสมาชิกอีกหนึ่ง อยากไปนอนเต็นท์กันชิลๆ ช่วงหยุดตรุษจีน
(พวกมันน่ะหยุด แต่แอ้ต้องลาพักร้อนวันจันทร์ )
..
..
          เป้าหมายของพวกเราก็คือเขาค้อค่ะ ก็ตระเตรียมทริปกันในลักษณะแค้มปิ้งแค้มย่างอย่างเดิม ไม่ลืมเบียร์สิงห์ด้วยนะ วันเสาร์แอ้ไปช็อปปิ้งอาหารที่จตุจักร อย่างไรน่ะหรือ.. ก็คืออาการเดี้ยงนี่นะ ทำให้แอ้ทำอะไรไม่สะดวก เลยเล่นง่ายๆ ด้วยการไปเดินด้อมๆ ดูร้านที่คนมุงเยอะๆ เช่น บาร์บีคิวหน้าตาดี ลูกชิ้นหอมๆ  แล้วไปขอซื้อแบบยังไม่ปิ้งค่ะ (บางร้านได้ลดราคาด้วยนะเออ)
          ไหนๆ ก็กล่าวถึงจตุจักรแล้ว เคยทานกันรึยังคะ หมูย่างน้ำผึ้งแม่สุมณฑา ร้านเก่าแก่อยู่ตรงข้าม ธ.กรุงเทพฯ (ด้านติดตลาดซันเดย์) เพียงเดินเข้าไปในระยะทำการ กลิ่นก็หอมนำทางไปถึงร้านได้เลยค่ะ รับประกันความอร่อย ทริปนี้แอ้ก็หิ้วไปเกือบกิโล กับหมั่นโถวนุ่มๆ อีก 5 ก้อน
..
.. 
          เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในค่ำวันเสาร์ เพราะคณะพันธมิตรแห่งแค้มป์ ทำงานวันเสาร์กันค่ะ เมื่อตกลงกันแล้วว่าขับยาวไปถึงเขาค้อไม่ไหวแน่ๆ จึงตกลงจะแวะแรมทางกันที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก่อน ที่เขื่อนมีจุดตั้งเต๊นท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการถึงสี่ทุ่มเท่านั้น เราไปถึงหลังสี่ทุ่มก็ต้องขอคุณยามเข้าไปค่ะ.. จุดตั้งเต็นท์ของเขื่อนฯ เป็นลานหญ้ากว้างๆ ที่มีน้ำล้อมรอบหน้าหลัง ทำให้ลมแรงและอากาศค่อนข้างชื้นมาก..
ตั้งเต็นท์กันตอนเที่ยงคืนกว่าๆ อากาศไม่ค่อยเย็นแล้วค่ะ แต่ลมแรงมากๆ
..
.. 

ในรูปไม่ใช่เต็นท์พวกเรานะคะ อันนี้ของชาวบ้านที่มากางอยู่ก่อนแล้ว พวกแอ้เลือกจุดที่ไกลแสงไฟสักนิด
เพื่อสัมผัสราตรีนอกชายคาบ้านอย่างเต็มที่
..
..
          ชาวคณะเริ่มต้นปิ้งย่างกับแกล้มอย่างสำราญ แต่บรรยากาศเสียนิดหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ห้ามปรามกลุ่มที่ส่งเสียงในระดับรบกวนชาวบ้าน ซึ่งพวกเราค่อนข้างแก่ๆ กันแล้วค่ะ แค่ได้ยินก็รู้สึกว่ามันเกะกะหู แต่ไม่ได้นึกเคืองอะไรมากมาย..
          ราวๆ ตีสองได้ พวกเราก็สลบไสลกัน แต่แอ้นอนไม่ค่อยหลับ เพราะลมพัดแรงทำให้คนนอนคนเดียว หูฝาดหูเฝื่อนไปเรื่อยเปื่อย (ทริปนี้จิตอ่อนไปนิดค่ะ หลอนตลอดรายการ) หน้ามุขของเต็นท์เพื่อนซึ่งตั้งตั้งฉากกับเต็นท์แอ้ ไม่ได้มัดชายผ้าไว้ ชายผ้าสะบัดตามแรงลม เงามาทาบที่เต็นท์แอ้ แอ้ก็คิดไปว่าใครมาเดินด้อมแถวนี้..
กว่าจะหลับได้ก็นานเหมือนกันค่ะ..
..
..
          เช้าตรู่วันที่ 25 เราตื่นขึ้นมาด้วยเสียงประกาศของเจ้าหน้าที่ ถึงได้รู้ว่าคนที่มานอนเต็นท์ส่วนมาก มารอชมพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างอยู่บนรถไฟ ซึ่งโปรแกรมนี้มีตอนหกโมงเช้า.. ใจหนึ่งก็แว้บขึ้นมาว่าจะปลุกเพื่อนๆ ให้ลุกขึ้นไปขึ้นรถไฟกัน แต่คิดเรื่องสัมภาระ (ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถพอสมควร) และเรื่องเพื่อนขี้เซาแล้ว ไอเดียนี้เป็นอันตกไปค่ะ..
""
          พระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนสวยมาก ถ้าอยู่บนรถไฟ และแล่นไปกลางน้ำ (แบบที่เขาว่าเป็นรถไฟลอยน้ำ) คงจะสวยกว่านี้มากๆ เลยแหละ..
""
""
 
 
"" 
เจ้าตัวนี้ตื่นมารับลมแต่เช้า..
""
 ""
""
""
          สว่างแล้วก็มองเห็นบริเวณโดยรอบ คืนที่ผ่านมามีผู้มาใช้บริการกางเต็นท์กันคับคั่งทีเดียว กลุ่มที่ตีกลองตุ้มๆ ตอนกลางคืนเมามายเปิดเพลงจากรถกันสนั่น (พอเช้าแล้ว อนุญาตให้นำรถเข้ามาในจุดตั้งเต็นท์ได้) พวกเราบ่นนิดหน่อย ก่อเตาไฟ (ไม่ให้ก่อกองไฟที่พื้น) ปรุงอาหารเช้ารับประทาน แล้วก็เก็บสัมภาระเพื่อเดินทางต่อไป ก่อนที่แดดจะร้อนค่ะ
""
""
""
""

ลพบุรี - เพชรบูรณ์
..
          เราใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ซึ่งขามาไม่ได้มาเส้นนี้ค่ะ คือขับเลยแยกช่วงสระบุรี ทำให้เลยไปจนได้เลี้ยวซ้ายแถวมวกเหล็กโน่น (จริงๆ เพื่อนๆ แอบถอดใจจะเลยไปนอนบ้านแอ้ที่โคราชแล้วด้วยซ้ำ) เส้นทางหมายเลข 21 ผ่านชัยบาดาล เข้าเพชรบูรณ์ทางบึงสามพัน ซึ่งสมัยฝึกงานสิบกว่าปีก่อน แอ้อยู่โครงการที่ประมูลได้งานขยายผิวทางหลวงเส้นนี้ ใช้ชีวิตอยู่ที่บึงสามพัน 2 เดือนเต็มๆ เลยนั่งมองหาอะไรๆ ที่คุ้นตา แต่ไม่ค่อยมีค่ะ โดยรวมเมืองยังเหมือนเดิมๆ แต่สิ่งปลูกสร้างหลายๆ อย่างคงเปลี่ยนไปแล้ว..
..
          แวะร้านค้าของสหฟาร์มเพื่อหาเสบียงมาเพิ่มเติมส่วนที่ได้กำจัดไปแล้วเมื่อคืน และแวะทานไอศกรีมเรียกพลังกันหน่อย..
..
..
          ถึง อ.ศรีเทพ พยายามมองหาที่แวะ ก็เจอเข้ากับนี่ค่ะ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ.. ซึ่งเข้าไปแล้วผิดหวังแฮะ.. หรือเป็นเพราะพวกเราไม่ค่อยสนใจแนวนี้เลยเข้าไปแล้วงงๆ แถมเก็บค่าเข้าไป 130 บาท (คิดทั้งค่ารถ และค่าคน) เลยได้แต่ถ่ายรูปเล่นแล้วรีบเผ่น
รถนี่ไปนั่งรอ แต่เขาไม่ออก เพราะว่าไม่ครบ 10 คน
เลยได้แต่ถ่ายรูปเล่นกันค่ะ
..
          หิวแล้ว.. แล้วก็มาถึงดินแดนแห่งไก่ย่างวิเชียรบุรี แอ้นึกว่าไก่ย่างวิเชียรบุรีจริงๆ นั้นคือไก่ย่างริมทาง ที่เรามักจะจอดซื้อเวลาขับผ่าน ยิ่งชานเมือง หรือบริเวณที่กำลังก่อสร้างถนน มีฝุ่นๆ จะมีไก่ย่างวิเชียรบุรีเสมอๆ เลย ซื้อไปกินก็อร่อยดี มีฝุ่นให้เคี้ยวกรุบกรับ แต่ไก่ย่างวิเชียรบุรีที่นี่เป็นอีกแบบค่ะ เป็นไก่บ้านเนื้อแน่น (แต่แอ้ไม่ชอบแฮะ เหนียวไป) เราแวะกันที่ร้านบัวตองค่ะ
..
ถ่ายรูปไปนิดหน่อย แต่ก็ต้องรีบวางกล้อง อยู่กับเพื่อนผู้ชายต้องไวค่ะ ไม่งั้นได้อดอาหารแน่ เพราะกินไม่ทันมัน..
..
..
          เมื่อทานข้าวมีพละกำลังดีแล้ว เราก็เดินทางต่อ สู่เพชรบูรณ์ค่ะ..
          จุดมุ่งหมายที่เราจะไปกันไม่ใช่ที่ที่คนมากมายมุ่งไป แต่เราตั้งใจจะไปนอนค้างกันที่ เขาตะเคียนโงะ ที่ ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ ซึ่งเป็นจุดตั้งเต็นท์และชมวิวที่เปิดใหม่ๆ มีอายุแค่ 75 วันในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว แต่เดิมนั้นเป็นอะไร.. ขยับเข้ามาฟังใกล้ๆ สิคะ
..
..
          มาถึงปุ๊บก็ได้เรื่องเลย.. รถเข้าเกียร์ไม่ได้ค่ะ ค้างอยู่ที่เนินชันๆ ก่อนขึ้นสู่ยอดเขาตะเคียนโงะ (จุดหมายอีกไม่ไกลค่ะ แต่ชันมาก) คือเพื่อนแอ้มาเที่ยวเขาค้อ นอนรีสอร์ทช่วงปีใหม่ และไม่ค่อยมีความสุขกับหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมากในทุกๆ ที่ที่ไป ระหว่างเดินทาง เพื่อนแอ้ได้เห็นป้ายเขาตะเคียนโงะ และเลี้ยวขึ้นไปดู กลับถึงกรุงเทพฯ ก็พร่ำเพ้อว่าอยากไปกางเต็นท์ที่นี่.. พวกเราเลยสนองมันซะหน่อย.. ผู้ดูแลที่นี่คือ ผู้ใหญ่จรูญ ซึ่งเราได้โทร.แจ้งผู้ใหญ่ก่อนแล้วว่าจะมา แต่ว่าตอนเรามาถึง ไม่มีใครเฝ้าที่ทางขึ้นเลยค่ะ..
..
เข็นก็ไม่ไปค่ะ ล้อล็อคไปเลย...
..
..
          มีเหตุการณ์พอได้ตื่นเต้นนิดหน่อย.. และแล้วพ่อเจ้าประคุณเจ้าของรถก็นึกออกว่า ตอนเข้าเกียร์ต้องเร่งเครื่องด้วย (หรืออะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องยนต์  )
..
          ถึงแล้ว.. เขาตะเคียนโงะ แต่ไร้เงาผู้ใหญ่จรูญ พวกเราสำรวจบริเวณ แล้วเลือกกางเต็นท์หันหน้าเข้าหาทิศตะวันขึ้น เรียงกันสามเต็นท์ที่ริมผาด้านล่าง ซึ่งเพิ่งจะปรับดิน ยังไม่มีรั้วกั้น .. ขอบอกว่า เสียวดีค่ะ..  
..
..
          เอ้ากวาดกันหน่อย เพื่อการนอนอันราบเรียบของหลังเรา ข้างบนนี้ยังไม่ได้ปลูกหญ้าเลยค่ะ เป็นดินแดงๆ แต่แห้งและสะอาดสะอ้านดี ห้องน้ำมีค่ะ แต่น้ำเป็นน้ำฝนที่รองไว้ให้ใช้ และน้ำที่ลากขึ้นมาจากด้านล่างโดยชาวบ้านที่ช่วยกันทำ
..
..
เจ้าถิ่นไม่ยอมหลบ.. นี่แน่.. ถ่ายรูปซะเลย
(เพื่อนถ่ายให้นะคะ แอ้ไม่ได้กลัวตัวมันนะ แต่ถ้าถ่ายใกล้มาก กลัวมันโดดใส่หน้า)
..
..
          ตั้งเต็นท์กันเสร็จแล้ว.. แอ้ขออยู่กลาง เพราะว่านอนคนเดียว เขาตะเคียนโงะ เงียบและสงบจนชักจะผวาเหมือนกันค่ะ เมื่องานหลักแล้วเสร็จ เราก็สำรวจ และรอเวลาพระอาทิตย์ตก..
..
..
          ตรงจุดที่พวกแอ้ตั้งเต็นท์นั้นเป็นรอบล่างของเนิน อยู่ระดับเดียวกับห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ ยังไม่มีราวกั้น วิวเลยสวยแบบพานอรามาเต็มๆ ตาเลย ส่วนด้านบนสุดของเนินมีศาลาตรงกลาง และศาลอีกหนึ่งศาล ในศาลามีอรรถประโยชน์นิดหน่อยค่ะ รอบๆ ราวกั้นมีคบไฟสาน เพราะข้างบนนี้ยังไม่มีทั้งน้ำและไฟ
..
..
 ..
'ตะวันจะหล่นแล้วจ้า.. เพื่อนๆ'
..
..
          ก่อนพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย ลุงผู้ใหญ่ก็ขึ้นมาพร้อมกับอัธยาศัยอันดีและมีเรื่องมาเล่ามากมาย.. ส่วนเล่าอะไรนั้น ก็จะว่ากันในลำดับต่อๆ ไปค่ะ
..
.. 
          ลุงผู้ใหญ่เป็นชายวัยสี่สิบถึงห้าสิบ แต่คะเนยากเพราะคนทำงานหนักจะดูแก่ไปสักนิด (แต่พอคุยกันไปได้สักพัก แกก็แทนตัวเองว่าลุงเองเลย)
          ขณะนั้นเหล่านักท่องเที่ยวทั้งสาม (อีกสองคนพักผ่อนอยู่ที่เต็นท์ ซึ่งด้านนั้นเนินบัง มองไม่เห็นพระอาทิตย์ตก) กับน้องหมาโอริ ก็วุ่นวายไปกับการถ่ายรูป คือไม่ได้ฝีมือดีอะไรนะคะ แต่มันสนุกจริงๆ เนอะ.. แอ้บอกลุงผู้ใหญ่ว่า 'อย่าถือสาว่าหนูไม่สุภาพนะคะ ขอฟังไปถ่ายรูปไปนะคะคุณลุง'
..
..
..
..
          อารามที่แอ้วุ่นวายอยู่กับการปรับค่านั่นนี่ของกล้อง (คอมแพ็คมันจะมีอะไรให้ปรับขนาดน้าน.. แต่เอาเถอะ ทรัพย์ไม่ให้แต่ใจรักน้า.. ) ได้ยินลุงผู้ใหญ่บอกแว่วๆ ว่า 'หมูป่ามันขึ้นมา' และ 'ทหารเคยมาตั้งบังเกอร์อยู่บนนี้'  ซึ่งข้อความหลังยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงเศษกระสอบสีฟ้าอมเขียวที่กระจัดกระจาย และฝังดินอยู่ทั่วไปหมด
..
          แอ้ได้รับรู้ว่า คุณลุงเพิ่งจะริเริ่มในด้านท่องเที่ยว และสอบถามแกว่าได้ไปปรึกษาทางการบ้างไหม แกบอกว่า ไปอบรมที่เชียงใหม่มาด้วย.. ทำให้แอ้นึกถึง พี่แอน ณ สะเมิง ซึ่งเป็นวิทยากรของการท่องเที่ยว มีหน้าที่ให้การอบรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของท้องถิ่นอยู่.. จริงอย่างที่คาด คุณลุงผู้ใหญ่ก็เคยไปอบรมกับพี่แอนด้วยล่ะ (ว่าแล้วต้องโทร.ไปเม้าซะหน่อย ว่าเจอลูกศิษย์พี่แอนแล้วค่ะ สอนมาดีมากๆ ด้วย)
..
..
          พระอาทิตย์ตกแล้ว.. เพื่อนแอ้พร่ำพูดแต่ว่า 'กลัวทหาร' และ 'นอนรวมกันมั้ย' แอ้ปฏิเสธ และคิดในใจว่า..
'กูกลัวหมูป่า'
..
..
.. 
          กิจกรรมยามค่ำคืนอันเงียบสงัด.. พวกเราก็ก่อเตาอั้งโล่ และเพื่อนกอล์ฟก่อกองไฟอีกกองอยู่ข้างๆ (โดยให้เหตุผลว่า ผู้ชายย่อมชอบเล่นไฟ และนั่งเล่นอยู่อย่างนั้นได้นานมากถึง 3 ชั่วโมงที่เอาแต่จิ้มๆ เติมๆ ฟืน) เมื่อแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สิ้นลง รอบๆ ด้านก็มีแต่ความมืด นานๆ ครั้งถึงจะมีแสงไฟจากรถที่เดินทางผ่านมา มองเห็นวับๆ อยู่ด้านล่างนู่น ดวงดาวเต็มฟ้าอีกแล้ว.. อากาศเริ่มเย็นขึ้นเล็กน้อย พอให้ใส่เสื้อกันหนาวบางๆ กำลังสบาย
..
..
.. 
กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ ขอแบบสำแดงพลังกันหน่อยค่ะ
..
..
          แล้วการ์ดกล้องก็เกิดอาการเดี้ยงไปพักหนึ่ง เล่นเอาใจหายใจคว่ำไปเหมือนกัน.. ทำให้แอ้ต้องคิดหนักเรื่องทริปหน้า ว่าจะฝากผีฝากไข้การ์ดกล้องอันนี้ได้ไหมน้อ.. ไปไกลซะด้วยสิ.. อ๊ะ อ๊ะ.. ไปไหนไม่บอก.. ไว้จะเอามาเล่านะคะ
..
คนก่อไฟ ..
..
หมาก็ผิงไฟ
..
แล้วเทียนของพวกเราก็ร่อยหรอ เลยไปยกเอาเทียนพรรษาที่ศาลาอรรถประโยชน์มาใช้..
(ไอ้ท่าจุดอย่างในรูปนี่ จุดไม่ติดนะคะ.. อิอิ)
..
..
..ฃ
          ยังไม่ได้เล่าถึงอาการเดี้ยงที่มือเลยนะคะ แอ้พันผ้าและใส่เฝือกอ่อนเกือบจะตลอดเวลา แต่ก็หยิบจับนั่นนี่เกือบจะตลอดเวลาเหมือนกัน เต็นท์ที่แอ้นอนนี่ กางคนเดียวและเก็บคนเดียวทุกครั้ง ก็เลยทำให้มือเจ็บบ้างค่ะ แต่ว่าใจสู้อยู่แล้วแหละ..
..
          ราวเที่ยงคืนกว่า ที่นั่นเงียบสงัดยิ่งกว่าที่ไหนๆ ที่เราเคยเจอมา ดาวบนฟ้าก็ยิ่งชัดค่ะ พวกเราก็แยกย้ายกันเข้านอน แอ้เก็บของที่เรากินและใช้กันไว้ระเกะระกะให้เรียบร้อย แม้ว่าที่นี่จะไม่มีสัตว์หรือคนผ่านไปมาเลย แต่ก็เก็บไว้ก่อนเป็นดีเนอะ.. ด้วยความโดดเดี่ยวของเขาตะเคียนโงะที่มีแต่พวกเราห้าคนหนึ่งหมาจับจองในคืนนี้.. แอ้จึงไม่ได้ปิดประตูเต็นท์ อยากนอนดูดาวค่ะ (ปิดแค่ชั้นในที่เป็นโปร่งๆ)
..
..
แต่.. นอนไม่หลับ.. กลัวหมูป่ามาบุก !!
----------------
ภาคจบรอตอนสองนะคะ ชักจะยืดยาวเกินไปละ แต่รับรองว่าตอนสองไม่ช้าแน่นอนค่ะ
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นไข้และเจ็บมือมากไปสักหน่อย แต่ใจสู้อยู่แล้วววว..


 

Comment

Comment:

Tweet

พระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนสวยมาก

ถ้าไม่มี 'เขื่อน' สวยกว่านี้แน่นอน

#13 By โลกมืด on 2009-07-21 20:18

open-mounthed smile open-mounthed smile

#12 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 16:01

น่าสนุกจังเลยค่ะ อธิบายได้ละเอียดจนเหมือนได้ตามไปเที่ยวด้วยเลย

#11 By eeddy(อี๊ด) on 2009-01-29 22:39

ฮือๆ ขอดูด้วยคน จิ

#10 By ~Pare~ on 2009-01-29 14:59

น้องแอ้ --> ยังไม่หายเลยค่ะ แต่ถึงไม่เที่ยวมันก็ไม่ได้หายวันนี้พรุ่งนี้ใช่ม้า.. งั้นเที่ยวไปเจ็บไปดีกว่า.. แต่คราวหน้าจะระวังให้มากกว่าทริปนี้ค่ะ big smile

น้องนัท --> ไม่เป็นไรจ้า.. มันก็ไอ้อันเดียวกันแหละเนอะ อยากไปเมื่อไหร่บอกนะ แล้วชั้นจะพาไป

สามสาวข้างบนนี้ --> เรียงกันเลยทั้งทีม ขาดเจ้าชินคนเดียว.. sad smile


ภาคสองจะเขียนเสร็จแล้วจ้า.. กำลังบรรจุภาพเยอะๆ ตามคำสั่งคุณเก๋อยู่นะจ๊า
big smile

#9 By แอ้ on 2009-01-29 14:20

ชอบมากๆ ค่ะ ภาพสวยมาก รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะคะ น้องแอ้

#8 By Fahsai on 2009-01-29 13:55

ขนาดมือเจ็บยังสามารถอ่ะ....ฟังจากพี่แอ้เล่าแล้วทุกทริปมักจะมีเรื่องตื่นเต้นเสมอเลย เดี๋ยวมารอดูธรรมชาติภาค 2 จ้า ใส่รูปเยอะๆ เลยนะคะconfused smile

#7 By คนใน on 2009-01-29 11:45

อิจฉา ๆๆๆ อ่ะ อยากไปมั่ก ๆ ชิงหนีเราไปซะก่อน เดี๋ยวไปด้วยกันอีกรอบนะนะ

#6 By yano on 2009-01-29 09:42

สวยจัง...
ชอบน้องหมา กะ ดอกลั่นทม..(ลีลาวดี)...
...open-mounthed smile open-mounthed smile
.

#5 By KhAo-JaO on 2009-01-29 08:13

พี่แอ้ ระวังมันจะไม่หายเอานะนี่ sad smile


หยิบจับอะไรก็ระวังมือที่เจ็บด้วยเน้อ

(นัทขอไม่เม้นท์ในนอกบ้านที่ฟอนต์เน้อ ขอโทษนะคะ)



ปล. รูปสวยมาก ๆ อากาศคงดีเลิศ cry

#4 By tara on 2009-01-28 23:20

แล้วที่มือเจ็บหายแล้วใช่มั้ยเนี่ย
ไปเที่ยวให้น้องแอ้อิจฉาอีกละ
อิจฉา อิจฉา cry

ปล. มาลพบุรีถิ่นเค้าซะด้วยนะ

#3 By Nong-Takrai on 2009-01-28 23:00

^
^
อ๊า ลืมเปลี่ยนล๊อกอินไปน่ะคะ sad smile

#2 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2009-01-28 19:51

รีบมาเขียนภาคสองต่อนะคะ
กำลังสนุกเลยคะ

ปล.แอบอิจฉาเพราะหนีไปเที่ยวไหนไม่ได้

#1 By iPlayball on 2009-01-28 19:50

Recommend