แอ้ View my profile

ปีใหม่นี้ได้เที่ยวตามแผนที่วางเอาไว้ .. แถมจะสนุกกว่าแผนซะด้วยซ้ำ..

..

กลับมาถึงบ้าน (ยังไม่ถึงกรุงเทพฯ ยังแวะนอนเล่นที่โคราชได้อีกหลายคืน) ใจหนึ่งก็อยากจะนั่งลงเรียบเรียงเรื่องการท่องเที่ยวที่ยังประทับใจอยู่แบบสดๆ ร้อนๆ แต่อีกใจก็อยากพักนิ่งๆ ปล่อยให้ความสนุกที่ได้ท่องเที่ยวนั้นค่อยๆ ตกตะกอน กลายเป็นตะกอนแสนหวานที่จะเก็บไปฝันได้อีกนานๆ เวลาที่งานการและความเครียดมารุมเร้า.. ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันไหนก็ตามในวันข้างหน้า เราจะได้ดึงเอาภาพของดอกไม้เล็กๆ กลีบบางๆ สีชมพูหวานๆ นั้นขึ้นมา เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับชีวิตในป่าคอนกรีตนั่น..

..

..

วันหยุดที่กระโดดไปกระโดดมา.. ได้กลายเป็นหยุดยาวแบบลืมวันลืมคืน..

ลืมคอมพ์ที่โต๊ะทำงาน .. ได้ด้วยการลาพักร้อนมันกลางฤดูหนาวเนี่ยแหละ.. เอาวันที่ 29 - 30 และ 2 ม.ค. ฉะนั้น ตั้งแต่เย็น 26 ธ.ค. หลังเลิกงาน เราก็เริ่มการเดินทางสู่ขุนแม่ยะ เพื่อทักทายกับดอกพญาเสือโคร่งที่เขาว่ากำลังบานเต็มดอย กันทันที..

..

ทริปนี้ แอ้สนิทกับเพื่อนในทริปอยู่แล้วแค่สองคนเท่านั้น (ทั้งหมด 15 คนรวมตัวเอง) เพราะว่าเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ที่ทำงาน ซึ่งเราเองเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้แค่พอผ่านโปรมาไม่กี่เดือน ดอกไม้สีชมพูเล็กๆ ได้สร้างมิตรภาพขึ้นในหมู่เรา ทำให้แอ้ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นเพียบเลย..

 ..

..

เย็น 26 ธ.ค. พวกเราออกเดินทางด้วยรถตู้จำนวน 2 คัน (รถตู้โรงเรียนอนุบาลซะด้วย) เรานั่งหน้าข้างคนขับเพื่อประสานกับอีกคันซึ่งมีเจ้าซีหัวหน้าทริปนี้นั่งข้างคนขับ  ก็เลยไม่ได้หลับมันเลย คืนก่อนเดินทางก็หลับ 2 ชม. และก็ได้หลับอีกแค่ 2 ชม. ช่วงผ่านลำปางเท่านั้นเอง..

..

..

เที่ยวกันด้วยราคาน้ำมันประมาณนี้ค่ะ..

 

 

ถึงเชียงใหม่แล้ว.. แวะหาอาหารเช้าใส่ท้องกันก่อนที่ตลาดสดค่ะ รู้สึกตลาดนี้จะเป็นแม่แตงนะคะ

 

 

 

ตอนแรกกะจะทานขนมจีบ แต่พอเห็นข้าวขาหมูแล้วก็เอาขนมจีบยัดใส่กระเป๋าทันทีเลยค่ะ..

เชียงใหม่เช้าวันนั้น อากาศเย็นกำลังสบาย รถราเยอะแยะเหมือนกัน..

 

 

เป้าหมายแรกที่เชียงใหม่คือ แวะสวนพฤกษศาสตร์ฯ ก่อนเลยค่ะ.. คนกรุงเทพฯ มาเห็นหมอกแล้วก็ชื่นใจกันใหญ่ พวกเราไปถึงสวนฯ เป็นกลุ่มแรกๆ ดอกไม้ทุกดอกเหมือนเพิ่งตื่นเช้า แล้วส่งยิ้มให้เราเป็นคนแรกค่ะ.. แต่แอ้เคยไปมาแล้วแหละ เลยไม่ค่อยได้กรี๊ดกร๊าดอะไรมากมายค่ะ เดินถ่ายรูปให้เพื่อนๆ ซะมากกว่า

 

 

 

 

คนที่อยู่ในชุดมีฮู้ดสีแดงเป็นคุณแม่ของพี่เสื้อขาวค่ะ อายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่เดินได้คล่องแคล่วมากๆ ไปไหนไปกันค่ะหม่าม้าไม่เคยยั่นอยู่แล้ว..

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อได้แวะพอสมควรแก่เวลา ให้พี่ๆ คนขับรถตู้ได้พักบ้างแล้ว เราก็เดินทางต่อค่ะ โดยแวะตลาดแม่มาลัยเพื่อซื้อของสดขึ้นไปบนขุนแม่ยะ ตรงส่วนนี้แอ้ไม่ได้ยุ่งกับเขาเลย เพราะว่าอาหารฝีมือเราเองนั้นคงต้องสนิทกันมากๆ ถึงกล้าทำให้กิน เพราะเปอร์เซ็นต์สำเร็จกับล้มเหลวในการทำอาหารของแอ้เป็นต่อครึ่งกันเลยทีเดียว..

..

คือต้องลุ้นมาก.. มาก.. มาก..

..

..

ปากทางขึ้นขุนแม่ยะค่ะ ถ่ายข้าวของขึ้นโฟร์วีลประจำถิ่น (ซึ่งขึ้นราคารับช่วงดอกไม้บานกันหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่น้ำมันลดราคาเนี่ยแหละ) พวกเรา 15 คนแบ่งเป็น 5 คนกับของจำนวนมาก 1 คันรถกระบะไม่มีหลังคา และคน 10 คนพร้อมของนิดหน่อยกับรถกระบะมีหลังคา แอ้อยู่คันหลัง ซึ่งฮามากๆ ในความเจ็บตูดบนถนนขโยกเขยกขึ้นเขา ก็สรรหาเรื่องสัปดนมาเล่ากันเล่นๆ พอมีเสียงหัวเราะกลบเสียงโอดโดยไปได้บ้างค่ะ

 

 

ดอกไม้สีชมพู แอบเผยตัววอมๆ แวมๆ รายทาง จนในที่สุดหลังจากที่กระดูกก้นกบเกือบสลาย เราก็มาถึงยอดดอยแห่งนี้ค่ะ..

 

 

ซีเลือกตำแหน่ง แล้วก็ตั้งเต็นท์กันเลย..

 

 

 

ขนยอดดอยขุนแม่ยะยามเย็น สวยงามมากๆ ค่ะ ได้เห็นก็เป็นบุญตาแล้ว.. ถ่ายรูปมาได้เท่านี้เองค่ะ แต่ของจริงๆ สวยมากๆ .. พื้นที่ไม่กว้างมากนะคะ แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ดูแลดีสุดๆ คนขึ้นมาเยอะ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบของที่นี่ ทั้งหมดก็เพื่อดำรงความสวยงามนี้ไว้ให้นานๆ ค่ะ

 

 

 

 

 

ภาพด้านบนนี่เป็นวิวพ้อยท์ของที่นี่ค่ะ ซีบอกว่า ทุกๆ คนจะรู้มารยาท โดยไม่ไปกางเต็นท์ตรงนั้น

ใครๆ ก็จะได้ผลัดเปลี่ยนกันมาถ่ายภาพสวยๆ ได้ที่นี่..

 

หมายเหตุสักนิดว่า .. คนที่เดินไปเดินมาบนขุนแม่ยะวันนั้น แขวนกล้องโคตรใหญ่ซะเกินครึ่ง.. เอาเป็นว่าถ้าอ่านเรื่องจากแอ้เขียน แล้วอยากเห็นรูปเทพๆ ลองไปค้นดูตามเว็บโปรทั้งหลายนะคะ  (ว่าแล้วก็จะไปหาดูบ้าง อิอิ)

..

..

ห้องน้ำและห้องส้วมที่นี่ค่ะ.. เนื่องจากคนมาเยอะมาก ทำให้มีการตันเกิดขึ้นด้วย.. พอมาเห็นแล้วก็เลยดื่มน้ำแต่น้อย เพราะไม่อยากมาลำบากใจตรงนี้ค่ะ.. (จริงๆ เข้าป่าเอาง่ายกว่าเยอะ) แต่ก็โอเคค่ะ.. คนเราต้องมีลำบากกันบ้าง.. เพื่อความมันส์..

 

 

ยามค่ำคืนไม่มีแสงไฟค่ะ เห็นดาวอัดแน่นเอี้ยดเต็มฟ้า (คิดว่าเยอะกว่าที่เชียงคานอีกนะคะ คงเพราะอยู่สูงสุดยอดดอย) กินข้าวตามมีตามเกิด (ตามที่หม่าม้าและแม่ครัวพ่อครัวท่านใดจะกรุณาทำให้กิน) แล้วก็ร้องเพลง ตบเหล้าเพียวคลายหนาว (กินอยู่สองคนนอกนั้นเขาชงเอา)

..

เมื่อเพื่อนๆ นอนหมดแล้ว ซีพาไปดูเพื่อนๆ ที่ชมไทยถ่ายดาว แล้วด้วยความอิจฉาเลยกลับมาหัดถ่ายอย่างขะมักเขม้นจนทำเป็น (เย้ๆ) แต่พอตั้งใจจะนอน กลับหลับไม่ลงเลยด้วยความหนาว .. ตีสามยังสับสนอยู่คนเดียวว่าจะเอาไงดีวะ จะหลับก็หลับไม่ลง จะตื่นก็ตื่นไม่ไหว.. เข้าใจอารมณ์คนหนาวตายเลยอ่ะ ว่ามันคงเริ่มแบบนี้แหละ..

..

สุดท้ายข่มตาหลับไปได้สองชั่วโมง เช่นเคย.. ตื่นตีห้ามาเดินตะคุ่มๆ .. หนาวจนทำอะไรไม่ได้.. ได้แต่เดินไปเดินมาค่ะ

ขุนแม่ยะยามเช้า

 

 

 

 

 

 

 

 

มีเวลาหลังเก็บเต็นท์เสร็จ ซีพาเพื่อนๆ เดินสำรวจ (เท่าที่ไปไหว) มีเรานี่แหละที่เหนื่อยเวอร์กว่าเพื่อน.. สงสัยต้องฟิตร่างกายมากกว่านี้ถ้าอยากจะเดินป่าแบบจริงจัง 

 

 

 

..

ถึงจะเหนื่อยแต่เพื่อนๆ ก็สนุกกันมากเลย.. ไอ้แอ้เป็นมือกล้อง ก็สนุกมากเหมือนกัน เพราะว่าได้มีโอกาสเดินเก็บบรรยากาศรอบๆ แล้ว ตอนนี้ให้ถ่ายรูปเพื่อนๆ ก็สบายมากเลยค่ะ

กระโดดกันทุกแยกทุกมุมเลยแหละ...

 

 

ตานี่สิโดดได้ Advance มากๆ .. ถ่ายเล่นตอนรอรถมารับค่ะ

เหาะไปเลย..

 

 

และแล้วก็ถึงเวลาต้องอำลายอดดอยขุนแม่ยะ.. กับการเดินทางระยะสั้นสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ลาวันที่ 29 - 30 ธ.ค. แต่สำหรับแอ้แล้ว ทริปนี้ยาวนานนักค่ะ.. ไปต่อสิคะ.. ไหนๆ ก็ขึ้นรถมาทั้งที ให้กลับง่ายๆ ได้ไงกัน..                     

 

 

 

ตอนลงเขาไปมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย คือมาเฟีย (ขอเรียกอย่างนี้เถอะ ขัดใจจริงๆ ค่ะ) ที่คุมวินรถโฟร์วีล กับจัดสรรที่ให้รถตู้จอด เขาไม่ดูแล ปล่อยให้รถตู้อีกสองคันมาจอดขวางทางออกของรถพวกเรา (ทั้งๆ ที่เขาก็รู้เวลากลับของเราเนี่ยแหละ) สุดท้ายเขาไม่รับผิดชอบใดๆ ให้ทุกคนรออยู่ตรงนั้นจนกว่าเจ้าของรถตู้แต่ละคัน (ซึ่งอยู่กันคนละดอย และน่าจะไม่มีคลื่นมือถือ) ลงมาขับรถออกกันเอง แบบตามมีตามเกิด..

พวกเราหาทางออกได้โดยการโน้มต้นไม้ที่บีบช่องทางขวามือแบบ 90 องศา แล้วให้พี่จุกคนขับรถตู้หนึ่งในสองคันของพวกเรา พยายามโยกรถผ่านช่องนั้นให้ได้ และแล้วพวกเราก็ทำได้ โดยไม่ต้องง้อไอ้มาเฟีย

ถ้าใครมีโอกาสได้ไปที่นั่นแล้วไม่เอารถขึ้นไปเอง ดูแลเรื่องที่จอดดีๆ นะคะ เพราะเขาจะไม่รับผิดชอบใดๆ ค่ะ

(แค้นฝังหมูอีกแล้ว .. เหอๆ)

..

..

เสียเวลากับการลงเขาซะมาก ทำให้แวะได้อีกแค่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ คือ น้ำตกหมอกฟ้า.. ชื่อเท่ห์มากๆ .. หน้าตาก็อลังการใช่เล่นค่ะ แถมเดินเข้าไปไม่ลึกซะอีก.. เพอร์เฟคต์จริงๆ ..

(ปากทางเข้าน้ำตกมีไอติม อร่อยมาก ซัดไปสอง)

 

 

 

 

เวลามีน้อย เลยได้แค่ถ่ายรูปค่ะ จริงๆ ที่นี่น่าเล่นเลย น้ำใส มีจุดที่ตื้นๆ ให้เล่นได้ ส่วนของตัวน้ำตกสูงใหญ่มาก น้ำกระเด็นเป็นฟองฝอยๆ เหมือนหมอกที่มาจากท้องฟ้า สมชื่อจริงๆ .. แต่ระหว่างทางเต็มไปด้วยป้ายเตือนค่ะ.. เล่นเอาเสียวๆ เหมือนกัน.. โดยเฉพาะไอ้เจ้า "ระวังสัญญาณเตือนภัย" ที่ติดไว้หน้าน้ำตกเลยเนี่ย.. คือถ้ามันดังขึ้นมาจริงๆ แล้วจะให้ทำไงเหรอ.. บอกด้วยสิจ๊ะ !!

 

 

จากตรงนี้พวกเราถ่ายรูปหมู่ แล้วก็เดินทางลงเขากันค่ะ แอ้จะแยกกับเพื่อนๆ ที่ตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อเดินทางสูงขึ้นไปในสายหมอก ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังเป็นลำดับต่อไป ตอนนี้ต้องจบการเดินทางสู่ขุนแม่ยะลงเท่านี้ก่อน

.. 

ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในทริปมากนะคะ สำหรับการแบ่งปันเสียงหัวเราะ และความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน หวังว่าเราคงจะมีโอกาสได้ไปซิ่งด้วยกันอีกนะ ในไม่ช้าเนอะ

 

(ซี, เก๋, พี่โก้, พี่แอนนี่, พี่สุจิน, หม่าม้า, พิม, ใหม่, เจี๊ยบ, จิ๊บ, ษา, แอร์, ฮั้ว และ โย พวกนายเจ๋งมากคร้าบ)

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

good

#18 By ton (203.151.36.226) on 2009-10-20 07:32

good

#17 By ton (203.151.36.226) on 2009-10-20 07:32

open-mounthed smile open-mounthed smile

#16 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 15:57

รูปสวยมากกกกกก
อยากไปเห็นด้วยจัง

#15 By มน (114.128.21.43) on 2009-01-17 15:59

ชอบมากเลยๆๆ

#14 By ท่อตัน (125.25.83.103) on 2009-01-14 07:02

อยากไปด้วยง๊า!!!
ถ่ายรูปสวยมาก ๆ เลยนะพี่แอ้
และขอบคุณที่เอารูปมาให้ดูนะคะ
...
ทริปหน้าของน้องแอ้จะไป "ปาย"
ช่วงต้นกุมภาค่ะ
...
จะเอารูปมาฝากน๊า!!!surprised smile

#13 By Nong-Takrai on 2009-01-06 19:35

แวะมาเยี่ยมนะคุณแอ้..เสียดาย มะได้ไปด้วย

#12 By ปุ้ยเอง (203.170.144.1) on 2009-01-06 13:57

เก๋กับพี่โก้ก็ซัดไอติม เหมือนกันจ้า ได้ลงไปเล่นน้ำตกมานิ๊ดนึง เย็นสุดๆไปยืนแป๊บเดียวเปียกทั้งตัว ขอบคุณสำหรับภาพประทับใจหลายๆภาพนะคะพี่แอ้open-mounthed smile

#11 By Kaekai (203.170.144.1) on 2009-01-05 17:12

^
^
^
แอ้ตะหากเฟ้ย..

confused smile



(ทริปหน้าเมื่อไหร่ว่ามาเลย.. อยากลงใต้กันมั้ยจ๊ะ)
question

#10 By แอ้ on 2009-01-05 10:01

อิจฉามากๆๆๆๆ พี่เอ๋ ถ่ายรูปสวยมากคะ ไว้โอกาสหน้าขอไปด้วยคนนะคะ

#9 By tar (203.170.144.1) on 2009-01-05 08:57

อิอิ..แล้วเรื่องเล่าก็ตามมา เสียดายว่าไม่ได้ขึ้นไปซ่อมนั่งเฝ้าร้านเหล้าทุกเช้าค่ำ....ลูกค้าเยอะกิงๆ

#8 By ไอ่ซี (203.170.144.1) on 2009-01-05 08:35

กระโดดกันน่ารักมากๆๆๆ

ที่นี่สวยจังอยากไปมั่งซะแล้ว

#6 By ..KaTeLaDa.. on 2009-01-04 05:04

ได้เห็นซากุระด้วย เย้เย้
หวานแหววจัง

#5 By babyshamPoo on 2009-01-04 00:39

ทริปภาคต่อต้องรอหน่อยค่ะ เพราะว่าเรื่องมันยาว...
และตอนนี้โดนพันมือไปแล้วเรียบร้อย เพราะเอ็นข้อมืออักเสบค่ะ พิมพ์ลำบากมาก..



ส่วนไอติมเกลี้ยงแหล่ว..
555+

#4 By แอ้ on 2009-01-03 15:51

ว่าแต่พี่อยากดูไอติม จากดอย อ่ะ คิคิ
ขอบคุณนะคะ ที่เก็บรูปมาเล่าให้ได้ยิ้มกัน..
ตามอ่านอยู่เรื่อยๆ นะคะ

#3 By ~Pare~ on 2009-01-03 15:41

งามค่ะ...แต่เหมือนสีไม่ปิ๊ง เท่าไร สงสัยคนถ่ายแอบเหนื่อย.. เอ๋..หรือว่า มั่วแต่เก็บภาพด้วยตาไม่ผ่านเลนส์อยู่ค่ะ
ปีใหม่อีกแล้วเน๊อะ...มีความสุข แข็งแรงทั้งกายใจ พร้อมเดินทางกันต่อไปนะคะ..

question? ต้องขอบคุณใคร..หรือเปล่าน๊อ! ที่ทำให้พี่รู้จักน้องแอ้ open-mounthed smile

#2 By ~Pare~ on 2009-01-03 15:34

สีชมพู สวยมาก

big smile

#1 By 7 days ago on 2009-01-03 10:50

Recommend