แอ้ View my profile

ตอน 3 : บ้านพี่เมืองน้อง
ข้ามไปลาวกันดีกว่า ตื่นแต่เช้า เพื่อนพาไปกินไข่กะทะเจ้าดังของหนองคาย
ซึ่งอร่อยจริง แต่แขกที่เยอะมากทำให้สับสนน่าดู ตามอยู่หลายรอบมาก เพราะไม่อยากไปลาวสายนัก
ถึงลาวแล้ว.. นั่งหน้าคู่กับลุงคนขับรถตู้เพื่อความมันส์สะใจ เพราะคุณลุงขับพวงมาลัยซ้าย
ทุกครั้งที่มีใครสวนมา หรือแซงใครจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเลย
ที่ที่จะแวะชมในลาว ไปเช้าเย็นกลับเราจึงไปได้แค่เวียงจันทน์
ที่แรกที่แวะจ้ะ Buddha Park เข้าไปแล้วอึ้งๆ .. เพราะเจอเข้ากับแก๊งลูกลิง..


อยากรู้ไหมว่าลูกลิงปีนอะไรกันอยู่..
ปีนรูปปั้นพระนอนกันเลย.. อ้อ มีฝรั่งสาวปีนตามเด็กด้วยนะนั่น ขึ้นไปนั่งแอ๊คท่าให้เพื่อนถ่ายรูปดูสำราญมาก.. 
เราอาศัยว่าอายุสมองเท่าเด็ก เลยเรียกแก๊งลูกลิงลงมา แล้วก็เดินชม Buddha Park ด้วยกัน
เด็กๆ บอกว่า ปิดเทอมอยู่ เราพูดกันรู้เรื่องนะ ภาษาเดียวกันนี่แหละ แต่คำนามบางคำต่างกัน ดังจะเล่าต่อๆ ไปจ้ะ
ไม่รู้ว่านี่เรียกอะไร แต่ว่าถ้าเด็กๆ ไม่ขึ้นเป็นเพื่อน คงไม่กล้าขึ้นไปแน่ ข้างในเป็นโพรงมืดๆ มีทางเดินแคบๆ อ่ะ
หน้าตาภายนอกเป็นแบบนี้

เข้าทางปาก แล้วเดินวนๆ เป็นรอบๆ ปีนบันไดชันๆ 3 ครั้ง ก็ไปโผล่ด้านบน เอียงๆ ด้วย เสียวดี
มองเห็นบริเวณโดยรอบเลย

แป๊บเดียวก็ต้องจากกันแล้ว สำหรับแก๊งลูกลิง ก็สอนเด็กๆ ไปว่า พระมีไว้กราบไหว้นะหนู
อย่าไปปีนพระสิจ๊ะ .. บอกไปงั้นแหละ ไม่ได้คิดว่าลูกลิงจะเชื่อหรอกนะ
..แล้วต่อมา..
ที่ลาวแวะหลายที่ ส่วนมากจะเป็นวัดซึ่งสวยๆ ทั้งนั้นเลย สิ่งที่ได้จากการไปลาว คือได้เที่ยวอย่างหนึ่ง
กับอีกอย่างคือการได้สนทนากับคุณลุงที่ขับรถให้ ได้สอบถามเรื่องราวต่างๆ ที่มีทั้งส่วนเหมือน
และส่วนต่างมากๆ ระหว่างฟากฝั่งแม่น้ำโขงกั้น คุณลุงอายุราว 50 กว่า จึงถือได้ว่าเป็นคนสองแผ่นดินโดยแท้
ก่อนประชาธิปไตยและหลังประชาธิปไตย มีความแตกต่างกันมากมายเลยล่ะ ตามประสาคนอายุประมาณนั้น
คุณลุงมีความสนใจการเมืองบ้านเราอย่างมากเลยด้วย
วัดพระธาตุหลวง คนไทยไปกันเยอะมาก ได้ความรู้สึกประมาณเดินอยู่บ้านเราเลย
คุณลุงพูดภาษาอังกฤษดีเลย เราคุยกันเรื่องเบียร์ยี่ห้อต่างๆ แล้วคุณลุงแกออกเสียงคำว่า
"คาร์ลสเบิร์ก" ได้ชัดเจน ส่วน "ไทเกอร์" ก็ไม่ลืมเสียงตัวอาร์นะ เราถามแกว่า แกเก่งภาษาอังกฤษไหม
แกบอกว่า ไม่หรอก ได้นิดหน่อยเจ้า แต่ได้ภาษาโซเวียตมากกว่า   
เหตุผลที่คุณลุงเรียนภาษาโซเวียต เพราะว่าสมัยก่อนประชาธิปไตย คุณลุงเคยเป็นทหารนั่นเอง
แล้วเขาจะส่งแกไปเรียนต่อวิชาการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่โซเวียตขณะนั้น ก็เลยเรียนภาษาเตรียมไว้ก่อน
แต่สุดท้ายไม่ได้ไป เนื่องจากโดนใส่ความติดคุกโดยไม่มีการสอบสวน และไม่ระบุคดีความผิดเป็นเวลาหนึ่งปีเจ็ดเดือน  
ออกจากวัดพระธาตุหลวง อากาศร้อนมากๆ แวะดื่มกาแฟเสียหน่อย คุณลุงบอกพวกเราว่า ที่ลาวนี่
ยี่ห้อ ดาวเรือง เป็นยี่ห้อที่ใหญ่มาก (น่าจะประมาณซีพีของไทยรึเปล่านะ) ทำธุรกิจสารพัดเลยล่ะ
รวมไปถึงกาแฟด้วย
ตอนแรกจะแวะซื้อก่อนเข้าวัด แต่แม่ญิงที่บู๊ทบอกว่า "น้ำก้อนหมดเจ้า กำลังไปเอามา"
น้ำก้อนมาแล้ว.. ชงกาแฟได้เข้มข้นอร่อยมาก

ภาษาเมืองลาวน่ารักนะ เขาจะแทนตัวเองว่า "ข้าน้อย" และคำลงท้าย "เจ้า" แต่ไม่เอื้อนเสียงอ่อนเหมือนคนเหนือบ้านเราว่า "เจ๊า" นะ
ออกจากวัดพระธาตุหลวง ได้เวลาทานข้าวซักที ไปทานร้านหรูกัน ราคาบุฟเฟต์หัวละ 29,000 กีบ คิดเป็นเงินไทย 117 บาท
(แปลงหน่วยเงินกันไม่ค่อยเป๊ะๆ นะคะ ผิดพลาดนิดหน่อย ก็ไม่อยากไปเถียง ค่าเงินเขามันเฟ้อเหลือเกิน)
ในส่วนของร้านบุฟเฟต์ไม่ค่อยมีอะไรแปลก ได้ศัพท์ใหม่มาหน่อยหนึ่ง แม่ญิงเด็กเสิร์ฟบอกว่า "ราคานี้ไม่รวมน้ำปั่น เบียร์ และกะแล่มเจ้า"
เราก็งงกันล่ะค่ะ อะไรวะ กะแล่ม.. กับแกล้มเหรอ ?? ไอ้แอ้ไม่ยอมแพ้ ถามจนได้ความว่า กะแล่มคือ ไอศครีมนั่นเอง
เราเข้าไปทานข้าวตอนเกือบบ่าย แล้วก็ทานไปคุยไป ปรากฏว่าคนเกลี้ยงร้านเลย .. กลับบ้านกันหมดแล้ว
ตามประเพณีที่ได้ทำมาตั้งแต่โดนบังคับจากประเทศที่ปกครองลาวให้กลับบ้านนอนตอนช่วงเที่ยง..
วิวหลังร้านมีสะพานนี้ด้วย
เห็นแล้วอึ้งเลย.. เป็นสะพานที่ให้รถจักรยาน และมอเตอร์ไซค์ข้ามท้องนาตรงนี้ เข้าสู่หมู่บ้าน (ถ้าจำไม่ผิดเรียก ดอนใหญ่ มั้ง)
แม่ญิงหน้าตาน่ารักที่ทำเฝอให้กิน บอกว่า คนในหมู่บ้านนั้นถ้ามีรถยนต์ก็ต้องจอดไว้ข้างนอกเท่านั้นค่ะ
แล้วเราก็ถามว่า พืชอะไรที่ปลูกอยู่ตรงนั้น น้องเขาบอก "มันเพา" เล่นทายปริศนากันนานเลย กว่าจะรู้ว่ามันเพาก็คือมันแกวไง
ในขณะที่ริมโขงฝั่งไทยที่หนองคายมีพะนัง และถนนสูงกั้นน้ำโดยรอบ ที่เวียงจันทน์เป็นแบบนี้
ทั้งสองฝั่งไทย-ลาว ต่างก็ได้รับความเดือดร้อน ที่จีนน้ำท่วมช่วงหลายเดือนก่อน พลอยได้รับน้ำที่จีนปล่อยมาตามแม่น้ำโขง
จนขนของขึ้นบ้านชั้นสองแทบไม่ทันไปตามๆ กันเลย

ที่หมายสำคัญของเราคือวัดพระแก้ว .. แต่คนลาวเขาสะเทือนใจเรื่องนี้นิดหน่อยนะ เพราะว่าวัดที่สวยงามของเขานั้น
ปราศจากพระล่ะ เพราะองค์พระมาอยู่กับเราตั้งนานแล้ว.. เราไม่ค่อยทราบประวัติศาสตร์ว่าใครผิดใครถูก แต่ก็บอกคุณลุงที่ขับรถไป
ตอนที่สังเกตว่าคุณลุงไม่ค่อยจะแฮปปี้ที่จะพูดเรื่องพระแก้วเท่าไหร่
"คุณลุง พระแก้วท่านอยู่เมืองไทยท่านก็สบายดีค่ะ บ้านช่องที่โน่นสวยงามไม่แพ้ที่นี่เลยนะคะ แถมอยู่ใกล้สนามหลวงด้วย มีมาประท้วง
มีอะไรให้ท่านดูได้ไม่เบื่อเลย"
คุณลุงก็เลยหัวเราะขำเลย..
วัดพระแก้วที่ลาว ห้ามไม่ให้ถ่ายรูปภายในโบสถ์ ได้แต่เดินเก็บบรรยากาศรอบนอก
แต่ภายในเป็นคล้ายๆ พิพิธภัณฑ์
แวะวัดลาวอีกสองสามแห่ง สวยๆ ทั้งนั้นเลย ช่วงข้ามกลับเข้าประเทศ ขลุกขลักนิดหน่อย เนื่องจากติดวันหยุดยาว
คนข้ามไปลาวเยอะมาก ทำให้รถโดยสารที่ข้าม (ราคา 15 บาท ค่าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว) ให้บริการไม่ทัน
เราเช็คเอาท์จากมัดหมี่แต่เช้าแล้ว เพื่อไปพักที่บ้านเรือนไท อยู่ใกล้ๆ กันนั้นเอง
คือมีโอกาสได้ทำตามใจตัวเองแล้ว เลยอยากลองมันไปซะทุกอย่างไง
--------------------------------------
ติดตามตอนที่ 4 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายได้ .. เร็วๆ นี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ตามติดๆ

#8 By k_i on 2009-08-18 03:51

open-mounthed smile open-mounthed smile

#7 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 15:51

สบายดีหลวงพระบาง สักวันจะหาโอกาศไปบ้าง

#6 By โอ๋เพื่อนแอ้ (202.183.211.197) on 2008-11-03 08:33

น่าไปมากๆค่ะ

ตอนปูไปเที่ยวไม่ครบ
พลาดไปเยอะมาก เสียดายจัง

ป.ล.ไข่กะทะน่ากินจริงๆเลยยยยยย

#5 By babyshamPoo on 2008-10-30 19:13

รูปสวยๆ แนวๆทั้งนั้นเลยครับ big smile

เห็นคุณลุงขับรถตู้แล้วคิดถึงหนังเรื่องสะบายดีหลวงพะบางครับ ไม่รู้ว่าลุงคนขับเล่นมุกแบบในหนังหรือเปล่า

เห็นรูปแล้วทำให้อยากไปเที่ยวลาวบ้างจังเลยครับ แล้วจะตามตอนต่อไปนะครับ Hot! confused smile

#4 By ชายคลอง on 2008-10-30 17:44

เอ๋า.. ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
ไม่ทราบจริงๆ นึกว่าเป็นภาษาลาว เขาออกเสียง
"กะแล่ม" แบบนี้เลย..

confused smile

#3 By แอ้ on 2008-10-30 17:21

กำลังวางแผนจะแบ็คแพ็คไปลาวอยู่พอดีเลยคะ

ไข่กระทะรูปแรกน่ากินมาก

#2 By ็็Hallo on 2008-10-30 17:19

กาแลม มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ไอศครีมครับ...
big smile

Recommend