แอ้ View my profile

.. 

          23-26 ต.ค. 51 รวมการเดินทางคืนวันที่ 22 และเช้าวันที่ 27 แอ้เดินทางแบ็กแพ็คไปอีสาน ยิ่งเป็นคนขี้โม้อยู่ด้วย เลยมีเรื่องจะเขียนเยอะแยะไปหมด เอาเป็นว่าขอตัดเป็นช่วงๆ แล้วกัน จะได้ไม่ยืดยาวมากเกินไปนะคะ

..

          ข้อความด้านล่างนี้เขียนไว้ที่ www.f0nt.com และบอร์ดกลุ่มแล้วนะคะ ขอยกมาไว้ที่นี่ด้วยแล้วกันค่ะ (ด้วยความขี้เกียจเขียนใหม่นั่นแล)

..

----------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 1 : เชียงคาน

เปิดตำนานปฐมบทแห่งการเดินทางสู่ดินแดงแห่งฟากฝั่งแม่น้ำโขงกันเลยดีกว่า..
(เวอร์เนาะ)

          เรื่องการเดินทาง เราตระเตรียมไว้แค่ซื้อตั๋วรถไป คืน 22 ต.ค. กรุงเทพฯ -เชียงคาน (VIP เต็ม เลยไป ป.1 กว่าจะหลับลง.. ปวดก้นเอาเรื่องเหมือนกัน) ตั๋วกลับให้เพื่อนซื้อให้ที่หนองคาย เป็น VIP จะได้มาทำงานสบายๆ
นอกนั้นไม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้เลย .. แต่ใจมั่น มั่นใจจะไปนอนที่โฮมสเตย์คุณยายศรีพรรณ ที่โด่งดังในเน็ตเนี่ยแหละ.. ตามลิงค์นี้เลย..

http://www.sripanhomestay.com/

          ว่าแล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นเวลาทุ่มครึ่งที่หมอชิต หลับๆ ตื่นๆ บนรถ ป.1 โดยเตรียมแผนที่เมืองเชียงคาน และหนองคายไว้พร้อม ถึงได้ทราบว่า ไอ้ที่รถจอดเมืองเลยตอนตีสามน่ะ... ความซวยเริ่มบังเกิดแล้วตู เพราะว่าอีกแค่ 47 กม. ก็จะถึงเชียงคาน เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเดินอย่างสง่าเข้าเมืองเชียงคานในแสงสว่าง !!

          รถกรุณาจอดที่ บขส. เลย เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ตีสามครึ่งออกเดินทาง และ ถึงเชียงคานราวตีสี่พอดีๆ .. อยู่ๆ ถนนหลวง 6 เลนก็จบลงดื้อๆ และเขาให้เราลงตรงนั้น.. 

          เราเดินตุปัดตุเป๋ไปราวๆ กิโลได้มั้ง เอาเป็นว่าสิริรวมเวลาที่เดินแต่วๆ อยู่คนเดียว จนโดนสามล้อสกายแล็บมาทาบทามว่าจะพาไปส่งที่แก่งคุดคู้ ในราคา 50 บาท (คิดเอาเองว่ามันน่าจะเป็นที่นั่นแหละวะ) และตกลงใจขึ้นไปกะตาลุง จนไปนั่งเด๋ออยู่แก่งคุดคู้ตอนก่อนตีห้าเล็กน้อย..

          แม่น้ำโขงตรงหน้าไม่ปรากฏแก่สายตา ทั้งมืด ทั้งหมอก ไอ้แอ้นั่งงงอยู่ตรงใกล้เสาไฟ ริมโขงนั่นเอง

          ตีห้ายี่สิบ โทร.ไปที่ศรีพรรณโฮมสเตย์ พี่ที่รับสายชื่อพี่สิทธิ์ รีบขับมอเตอร์ไซค์มารับทันที (ด้วยความตกใจด้วยนะ) ก็ปุเลงๆ กลับไปที่เชียงคาน ตรงที่ลงรถมาทีแรกนั่นแหละ..   

          ฟ้าเริ่มสว่าง หลังบ้านพี่สิทธิ์กับพี่น้อย (ลูกสาวและลูกเขยของคุณยายศรีพรรณ) เป็นฉะนี้..

..

          ส่วนหน้าบ้านเป็นเช่นนี้.. มาทันใส่บาตรพอดี ล้างมือแล้วก็จัดปาย..


          เช้าวันที่ 23 ต.ค. หมอกลงหนาอย่างเหลือเชื่อ หนากว่าวันปกติซะอีก ในใจคิดว่า จบกัน.. คงไม่ได้รูปสวยแจ่มเป็นแน่แท้ หลังจากเบิกข้าวกล่องเก่าๆ ในเป้ออกมาโซ้ยที่ริมหน้าต่าง (ข้าวกล่องแจกบนรถทัวร์ง่ะ) แล้วก็จัดการเลือกจักรยานคันริมนอกสุดของที่บ้าน ใจไม่คิดจะปั่นไปถึงแก่งคุดคู้หรอก (ไปกลับขาละ 5 กม.) แต่แล้วด้วยความฮึด กลัวใครจะว่าเอาว่าไม่แน่จริง ก็เลยปั่นไป แวะถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย.. จากทิวทัศน์หมอกๆ แบบนี้..

          ก็เริ่มแจ่มขึ้น หมอกเริ่มบางตาลง เป็นแบบนี้


          เราก็ปั่นจักรยานไปในทิศทางที่จะไปแก่งคุดคู้ ยิ่งปั่นไปชายโขงก็ยิ่งสวยงามขึ้นเรื่อยๆ .. ฝั่งลาวงี้เขียวขจีสีสดมากเลย..

          และแล้ว...

          แดดก็ออกแจ่มจ้าฟ้าเปิด ไอ้แอ้ขี่จักรยานไกลบ้านพักเกือบ 5 กม. อีกนิดเดียวจะถึงแก่งคุดคู้ สำนึกได้โดยพลันว่า.. ไม่ได้ทาซันบล็อค ไม่ได้ใส่เสื้อคลุมแขน ไม่มีหมวก......

          แก่งคุคคู้กลางแดดจ้ายามเกือบเที่ยงวัน..

          แก่งคุดคู้เป็นบริเวณที่น้ำโขงมีเกาะแก่ง เวลาน้ำลดจะเห็นแก่งชัดเจน แต่ระยะนี้เป็นช่วงน้ำกำลังเริ่มลด จึงมองเห็นโขดหินนิดๆ หน่อยๆ กระแสน้ำที่ไหลรอบแก่งไม่เห็นชัดนัก แต่ทัศนียภาพสวยงามมาก


          ระหว่างทางก่อนถึงแก่งคุดคู้




          เรื่องราวที่เล่าค้างไว้ว่า แดดจ้ามาก โดยไม่มีอะไรป้องกันเลย นอกจากจะร้อนจนแสบหน้าแสบแขนแล้ว ก็ยังเหนื่อยกับการ ปั่นจักรยานแม่บ้านในเส้นทางที่ลงๆ ขึ้นๆ อีกด้วย .. แรงน่ะหมดก่อนถึงแก่งคุดคู้อีก แต่ก็พยายามจะไปให้ได้ .. (ถึงแก่แต่ใจสู้) หลังจากพักเหนื่อย กินน้ำ ซื้อโปสการ์ดแล้ว.. ก็มาคิดหาหนทางกลับ (ร้านขายของมีโปสการ์ดทุกจังหวัด ยกเว้นเชียงคาน จ. เลย ก็เลยซื้อของกระบี่มาแทน เพราะเห็นว่ามีน้ำ มีฟ้า มีภูเขา มีเรือเหมือนๆ กันนิ เหอๆ)

          แว่บแรกนึก.. จ้างรถสกายแล็บลากจักรยานกับซากไอ้แอ้กลับไปเชียงคานดีกว่า.. แล้วก็ลงห่างๆ บ้านซักสองสามซอย แล้วขี่รถเข้าบ้านอย่างสง่า.. เหอๆ คิดได้เนาะ.. แต่แล้วก็เรียกลูกฮึดกลับมาใช้อีกครั้ง ก้มหน้าก้มตาขี่จักรยานกลับจนถึงได้โดยไม่เป็นลมเสียก่อน..  

          ตอนนี้เลยดำไปสองเบอร์นะจ๊ะเพื่อนๆ

-- ในเวลาต่อมา --

          ถึงบ้านปั๊บ อาบน้ำคร่าวๆ แล้วมานั่งอืดอยู่ที่โซฟา รอพี่น้อยทำผัดไทยกุ้งสดมาให้กิน กินแล้วก็นั่งเคลิ้มๆ เกือบหลับ พี่น้อยบอกให้หลับไปเลย.. แต่เกรงใจ แขกไปใครมาจะตกใจว่าป้าที่ไหนมานอนอืดอยู่หน้าบ้าน..




          และแล้วก็ยอมแพ้แต่โดยดี แบตหมดเกลี้ยง หลบไปนอนประมาณ 2 ชั่วโมงได้มั้ง.. ตื่นขึ้นมาทุกสิ่งทุกอย่างก็อาบด้วยประกายทองๆ ของยามเย็นไปหมดแล้ว..



          ขณะกำลังมองท้องฟ้าเลื่อนลอยอยู่นั้นเอง สายตาก็เห็นสายรุ้งพาดผ่าน ข้ามระหว่างฝั่งไทยและลาว เป็นรุ้งที่เกิดจากการสะท้อนแสงของไอน้ำในอากาศจำนวนมากๆ ทำให้เกิดเป็นรุ้งสองชั้นไง จำได้ป่าว ฟิสิกส์ ม.ปลาย (ถ้าจำไม่ผิด รุ้งสองชั้นเกิดจากการหักเหของแสงครั้งที่ 3 โดยชั้นนอกจะไล่สีกลับด้านกันกับชั้นใน)


          เราตื่นเต้นมาก วิ่งตื๋อลงไปข้างล่างของสันกันน้ำโขง จนถึงแพเลย แล้วเลยถือโอกาสเข้าไปเล่นในแพ ซึ่งก็เป็นของพี่สิทธิ์พี่น้อยนี่แหละ


          นอนเปลสบายใจเฉิบเลย ฝนตกก็ไม่หวั่น

          พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงมากแล้ว ก็ได้เวลาไปเสาะหาที่ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก ชวนน้องพีช ลูกสาวของพี่ทั้งสองไว้แล้ว.. ดูซิว่าเจ้าถิ่นจะพาไปถ่ายรูปที่ไหน

 

-- ยาวเนาะ.. เอ้า.. ต่อไป --

          ตอนเย็นเอาน้องพีชซ้อนท้าย ขี่จักรยานสีฟ้าไปตามล่าหาพระอาทิตย์ตกกัน


          จักรยานไม่ค่อยดี ส่งเสียงอื๊ดอ๊าดนิดหน่อย ประกอบกับเส้นทางเลาะสันแม่น้ำหลังบ้านไปทางซ้าย อุดมไปด้วยหมาหนุ่มศัตรูทางธรรมชาติของบักทองดำ หมารักของน้องพีช ทำให้เราสองคนหนึ่งหมาต้องขลุกขลักกันนิดหน่อย จนบักทองดำรู้สึกว่าเกินอาณาเขตของตัว จึงไม่ได้ติดตามเราต่อ

          น้องพีชว่า บางวันพระอาทิตย์ตกเห็นเป็นดวงโตสีชมพู น้องบอกว่า วันนี้ไม่สวยเลย.. แต่เราว่ามันสุดยอดแล้วนะ..  แล้วเราก็แอบไปกินไอติมกันก่อนมื้ออาหารเย็น

          พอกลับมาถึงบ้าน ฟ้าก็เป็นแบบนี้แล้ว

          ค่ำนั้น เรายกชามราดหน้ามานั่งกินข้าวใต้ท้องฟ้า ริมฝั่งโขง น้องผู้ชายคนผู้หญิงคนที่มาพร้อมกัน มาสมทบ แล้วก็จัดแจงหาเบียร์มาพอช่วยด้านเสริมบรรยากาศที่งดงามให้ยิ่งขลัง

          นั่งกับคนเพิ่งรู้จักอีกสองคน มองดาวที่มันแทบจะล้นท้องฟ้า .. คุยกันว่าทำไมดาวถึงเยอะและสวยงามนัก เราขยับปากกำลังจะยิงมุกว่า เพราะว่าดาวที่กรุงเทพฯ มาอยู่ที่นี่หมด.. แต่น้องเขาชิงยิงซะก่อนเลยว่า "ผมว่าคงเป็นเพราะเราอยู่ริมฝั่งโขงที่กั้นไทยลาว ดาวที่มองเห็นตอนนี้ก็เลยเป็นดาวของไทยกับของลาวปนกัน เลยยิ่งเยอะเป็นสองเท่าอ่ะพี่"

          อืม..ตรรกะของน้องเขาก็ไม่เลวนะ..  

          คืนนั้นนอนหลับไม่กางมุ้ง (พยายามจะนอนเสื่อ ไม่นอนที่นอนอีกต่างหาก แต่เปลี่ยนใจ นอนที่นอนดีกว่า) อากาศกำลังสบาย มองดาวจากนอกหน้าต่างจนหลับไปเลย..

 

..

..

ตอนต่อไป

Comment

Comment:

Tweet

ขอบใจเด้อ สำหรัลข้อมูล

#30 By หนองคาย (103.7.57.18|124.121.197.225) on 2012-10-30 22:48

โอ๊ะ.. พรหมลิขิตมากเลย..
พอดีเสิร์ชหาอ่านเรื่องการไปเที่ยวเชียงคาน
แล้วมาเจอบ้านนี้.. เลยนั่งอ่านจนจบ แล้วคอมเม้นท์..

พอเปิดกลับไปที่เพจตัวเอง.. ก็เจอว่าคุณแอ้เข้ามาคอมเม้นท์ไว้ตั้งแต่เมื่อวาน..

บังเอิญมากๆเลย..

ขอแอดนะคะ.. แล้วจะเข้ามาตามอ่านทริปบ่อยๆ
เราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ double wink

ปล. ชื่อ"น้อง"นะคะ.. ยินดีที่ได้รู้จัก

#25 By ::masa:: on 2011-08-04 09:44

ขออนุญาตติดตามค่ะ.. เป็นคนนึงที่อยากแบกเป้เที่ยวคนเดียวบ้าง
เดือนตุลาปีนี้ ช่วงเวลาเดียวกัน ว่าจะไปเที่ยวเชียงคาน
คงต้องขอยืมร่างทริปนี้ เป็นแนวทางด้วยล่ะค่ะ confused smile Hot!

#24 By ::masa:: on 2011-08-04 09:38

รุ้งสวยมากคับ ยอมรับเลยว่าเป็นครั้งแรกในชีิวิตตั้งแต่เกิดมาที่เคยเห็น รุ้งสองชั้น สวยมากคับHot!

#23 By นู๋ดำ ดอท X-Teen on 2010-06-19 19:28

ชอบเชียงคานมากเลยครับ บ้านเมืองสงบดีจริงๆ

#22 By Untitled_666 on 2010-05-26 21:34

ไม่รู้จะเข้ามาอ่านอีกไหม รูปนี้มาจากบ้านไร่ตับเต่าจริงๆ ค่ะ.. แอ้เป็นเพื่อนร่วมงานกะตาเชาแห่งชมไทยแหละ ที่ตับเต่านั่นเขาก็แนะนำไปนะคะ big smile

#21 By แอ้ on 2010-03-25 08:57

แวะมาเจอครับ นึกถึงเชียงคานเลย ต้องไปอีกแล้ว ว่าแต่รูป avatar คุณแอ้นี่แบ็กกราวด์คุ้นมากเหมือนบ้านไร่ตับเต่าเลยนะครับ แนะนำตัวชื่อพี่เอ๋ครับ สิงสถิตต์ที่เวปชมไทยเป็นประจำครับ www.chomthai.com

อ่อ...สมาชิกชมไทยเปิดร้านขายของที่ระลึกร้านแรกของเชียงคานชื่อ ไอเดีย-ดีดี ผมไปพักที่นั่นบ่อย แบบว่าพักฟรีน่ะครับ อิอิ

#20 By Mr.postman (115.67.212.221) on 2010-03-25 02:27

โอ้วววว หาข้อมูล อิอิอิ

#19 By ลำดวน on 2010-01-15 14:48

อุ้ย ไปคนเดียวไม่กลัวเหงาเลยหรือครับเนี่ย

อ่านต่อๆ ชอบๆ

#18 By k_i on 2009-08-18 03:27

open-mounthed smile open-mounthed smile

#17 By mp3 (222.123.143.55) on 2009-07-08 15:49

ยังไม่เคยไปเลยคะ พ.ย. คงต้องหาวันว่างไปแน่นอนคะ จะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว

#16 By Nun_Na (119.42.66.24) on 2009-05-24 09:20

ที่นี่ผมกำลังจะไปอีกไม่กี่วันข้างหน้าครับ
พอดีมาเจอบล๊อกเพราะกำลังหาข้อมูลอยู่ ^^

#15 By Sharpen_Thought on 2009-04-14 03:24

ชอบจัง....

#14 By luce_club (202.57.146.188) on 2008-12-22 01:11

หะ !!

มิน่า.. ก็ว่าทำไมเป้หนักจัง..

sad smile

#13 By แอ้ on 2008-11-16 01:25

เล่าเรื่องแบบนี้ได้ความรู้เหมือนแอบหลังเป้ไปกะแอ้ด้วยเลยอ่ะ

#12 By ออยเอยแอ้เอ๋ย (58.147.37.194) on 2008-11-15 18:02

แอ้ไปเที่ยว ถ่ายรูปได้เป็นธรรมชาติมากนะ สวยดี

#11 By นุ๊ก เพื่อนสุระ (222.123.49.88) on 2008-10-30 15:23

แงแง เสียดายไม่ได้ไปด้วย วันหยุดหมดอะ อยากไปแบบนี้มั่ง คงมีความสุขน่าดู ว่าแต่กลับมาแล้วเป็นไงมั่งเนี้ย ไม่ได้คุยกันเลย เด๊ยวโทรไปหานะ

#10 By โอ๋เพื่อนแอ้ (202.183.211.197) on 2008-10-29 07:46

อ่านไปก็อมยิ้มตามไปด้วยครับ เพราะเพิ่งจะไปอุบลฯมาเหมือนกันครับ แต่กลับไม่ได้ความรู้สึกแบบนี้บ้าง หรือเพราะมันเหนื่อยกับการเดินทางนานๆก็ไม่รู้ครับ

จะตามอ่านตอนต่อไปนะครับ Hot! Hot! big smile

#9 By ชายคลอง on 2008-10-28 16:10

ได้คุยกับน้องสองคนข้างบนนี้แล้วทำให้ความคิดถึง
ที่มีให้กับเชียงคาน กับดาวเต็มท้องฟ้าที่ชายโขง
ดูเป็นเรื่องจริงที่สัมผัสได้มากขึ้น

ไม่งั้นกลับมาอยู่นี่ ก็เหมือนเรื่องที่ไปเจอมามันช่างห่างไกล
อย่างกับความฝันเลยค่ะ

#8 By แอ้ on 2008-10-28 14:48

กลับมากรุงเทพ...คิดถึงเชียงคานมากกกก...

บนฟ้ามีดาวเยอะมากครับพี่...
แต่ก็ยังมีพื้นที่ว่าง...มากพอที่จะให้ความสุขและเสียงหัวเราะ แทรกตัวเข้าไปอยู่ได้...
จนทำให้ท้องฟ้านั้นสมบูรณ์และเต็มไปด้วยคำว่า "มิตรภาพ"

พี่แอ้ว่าอย่างผมปะ...

#7 By lopkr@b on 2008-10-28 13:57

คิดถึงเชียงคานม๊ากมาก

อยากนอนดูดาวริมโขง...
ที่ดาวไทยและดาวลาวมากระหนุงกระหนิงกันใต้รอยต่อของผืนฟ้าแสนงาม

#6 By babyshampoo (58.136.28.134) on 2008-10-28 11:31

อิจฉาทีเดียว พยายามเขียนเรื่องหลวงพระบางมตั้งแต่ต้นปีแล้ว ป่านนี้ไปได้แค่เชียงของ 555

#5 By IwalkTheLine on 2008-10-28 10:39

สำหรับเรื่องราคา
เชียงคานถูกมากจ้า.. โดยเฉพาะที่นี่..
รอตอนสองสิ จะเฉลยราคาให้ทราบค่ะ
confused smile

#4 By แอ้ on 2008-10-28 10:34

ฮ่าๆๆๆ..แล้วแกก็กระดึ้บไปถึงจนได้

#3 By เชาเชา (203.170.144.1) on 2008-10-28 10:07

สวยมากๆ ครับ....
big smile
น่าไปเที่ยวมากเลย ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไรอ่าครับ

#1 By Junior on 2008-10-28 10:01

Recommend