แอ้ View my profile

ซาปาบุลเลตพอยต์

posted on 13 Oct 2014 13:46 by littlest-aa in Travel directory Lifestyle
 
 
* เนื่องจากนี่เป็นครั้งที่สองที่เยือนซาปา สำหรับเราเลยไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นละ
* แถมยังเป็นครั้งที่ ๔ ที่ไปเวียดนาม แอบรู้สึกว่าบ่อยไปไหมวะ
* ครั้งแรกที่มาซาปา มาทางรถ ตั้งต้นที่กรุงเทพฯ หาอ่านได้ในบล็อก มันส์มาก และตกระกำลำบากมาก
* เดิมทีครั้งนี้คิดจะมาคนเดียว อยากไปถ่ายรูป ไปชิว แค่อยากเดินทางไปที่เก่าๆ จะได้ไม่ต้องเตรียมตัวเยอะ
* สุดท้ายมีเพื่อนร่วมทางอีกสองสาว ปรับรูปแบบมาเป็นเตรียมตัวเยอะแบบทุกเม็ดเลย
* ครั้งนี้เลยกลายเป็นเที่ยวหรูๆ ไป เพื่อนๆ ที่รู้จักกันดี ทราบว่าไปแบบนี้ถึงกับเลิกคิ้ว เพราะนานๆ จะเที่ยวแบบดีๆ กับเค้าซักที
* นอน Bamboo Sapa Hotel ห้องดี วิวเทพ บริการประทับใจ
* มีเรื่องราวเกี่ยวพันมาจากการเดินทางครั้งก่อนด้วย คือปูเคยมาขอฉี่แล้วเขาให้ทั้งๆ ที่เราไม่ใช่ลูกค้าแต่อย่างใด น่ารักที่สุด
* ก่อนไปตั้งใจว่า จบทริปนี้แล้วจะพักเวียดนามยาวๆ แต่เจอแสงแดดซาปารอบนี้แล้วจิตใจหวั่นไหว
* การเดินทาง ปกติมาก ไม่มีพิสดารเหมือนรอบแรก ขึ้นเครื่องไปลงฮานอย ไม่มีที่ฝากกระเป๋า เลยเที่ยวฮานอยมันทั้งวันด้วยกระเป๋าเต็มยศ
* ก่อนไปเราปวดหลังมากเพิ่งหายหมาดๆ เลยเอากระเป๋าลากไป เพื่อนเหยียดหยามในความเป็นแบ็กพูลเลอร์มาก
* ฮานอยร้อน แดดแข็งมาก แต่ก็ได้เที่ยวหลายที่อยู่ ซ้ำๆ กับรอบแรกแทบทั้งหมด (อยากอ่านรายละเอียด คลิกไปที่เรื่องเก่าได้) 
* ตกเย็นไปรอรถไฟเร็วเกิน เลยแกร่วๆ อยู่สถานี ไม่มีอะไรทำ ได้เพื่อนใหม่มาคนนึงเป็นสาวญี่ปุ่นน่ารักดี (หุ่นดีมาก ต่อมเลสเบี้ยนฉันกระตุกหมั่บๆ)
* การเดินทางราบรื่นดี โชคดีด้วยที่ลุงฝรั่งที่ต้องแชร์เคบินด้วยกัน ลากเบาะไปนอนเคบินข้างๆ กับเมียและลูกสาวสวยสามคน
* ถึง Lao Cai ตอนเช้า ต่อรถตู้ที่นัดหมายกับโรงแรมไว้หมดแล้วอย่างสะดวก ได้นั่งเบียดแต่ก็ไม่ลำบากอะไร สองข้างทางสวยกว่าที่เคยจำได้
* อันที่จริงคราวที่แล้วจำเส้นทางนี้ไม่ได้เลย เพราะมีคนอ้วกสองคนในรถ คนหนึ่งนั่งใกล้มากๆ เลยมัวแต่หลบกระสุนลูกปรายตลอดทาง
* ซาปาซึ่งอากาศโดยมากจะเป็นเมฆหมอก ฟ้าเปิดน้อยกว่าฟ้าปิด แต่คราวนี้เปิดให้เราเต็มๆ
* เราอยู่ที่นั่นกันสามวัน มันสวยซะสองวันครึ่ง สวยจนฟินแล้วฟินอีก
* ตื่นมาก็เจอวิวที่ระเบียง กรี๊ดกร๊าดตั้งแต่ตื่นยันหลับ
* กิจกรรมที่ทำ วันแรกเดินขึ้น Hamrong จนถึงยอด แทบล้มประดาตายเพราะทั้งอ้วนทั้งแก่
* มีร้านน้ำชาอยู่ข้างบน สั่งมาชุดนึงกะจะเอามาทำพร็อพถ่ายรูป สุดท้ายก็กินกันด้วยความเสียดายเงิน มันขมมากอย่างกับยาพาราละลายน้ำ
* แต่ก็ทำให้ไม่หิวน้ำอีกเลยตลอดเส้นทางอย่างน่าประหลาดใจ
* จุดพักเกือบถึงยอด มีตู้ไอติมเติมพลัง ได้กินไอติมรสเหมือนคูก้า อร่อยมากๆ
* ตอนค่ำเดินเล่นในเมืองที่มีหมอกไหลผ่านไปผ่านมา มีงานประกวดร้องเพลงด้วย คนเยอะมากๆ แต่ด้วยความที่หนาวเลยทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศดี
* วันรุ่งขึ้นซื้อทัวร์ Trekking เส้น Lao Chai - Ta Van ไปได้แค่ Lao Chai ก็แยกตัวออกจากกลุ่มปล่อยเพื่อนเดินต่อกับกรุ๊ปทัวร์
* นอกจากเหนื่อยเกินจนกระดูกจะทิ่มออกนอกชั้นไขมันแล้ว ปัญหาหลักคือแนวมันไม่ใช่เรา
* คือกรุ๊ปทัวร์เน้นเดินจ้ำๆ อย่างเดียว ไม่ค่อยหยุดชื่นชมบรรยากาศและวิว ซึ่งโคตรพ่อโคตรแม่สวย แนวเราคือซึมซับ ไม่ใช่จ้ำผ่าน .
* ถามตัวเองว่าจะลากสังขารตามใจคนอื่นหรือเป็นตัวเอง คำตอบโคตรพ่อโคตรแม่ชัด
* เดินชิวในหมู่บ้านคนเดียวสงบๆ แล้วก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์กลับ ที่ร้านอาหารเรียกมอเตอร์ไซค์ให้ได้ไม่ยากเย็น 
* ทริปนี้อาหารการกินบริบูรณ์ กินดีทุกมื้อ อาหารที่ซาปาอร่อยทั้ง Traditional และ Western
* แต่ไก่กับหมูบางร้านเหนียวสิ้นดี ต้องลุ้นๆ เอาเอง
* อากาศเปิดมากอย่างที่บอกตอนต้น แต่ก็มีหมอกก้อนๆ ลอยมาปกคลุมเมืองเป็นระยะ ทั้งสวยทั้งน่าทึ่ง
* วันจะกลับเก็บข้าวของเรียบร้อยลงมาเช็คเอาท์ จู่ๆ ฝนก็ตกอย่างหนัก เจ้าหน้าที่โรงแรม คืนการ์ดให้กลับไปนอนเล่นในห้อง
* ได้ออกมาเดินตอนฝนปรอยๆ อีกทีตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ สวยไปอีกแบบ
* การเดินทางขากลับราบรื่นดี ได้ขึ้นรถบัสไป Lao Cai
* รถแน่นไปหน่อย แต่ก็ถึงที่หมายเร็วและปลอดภัย
* บนรถไฟได้เพื่อนใหม่ร่วมเคบินอีกคน เป็นหญิงสาวเดินทางคนเดียวชาวฟิลลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย
* ไฟล์ขากลับ อากาศดี ฟ้าเปิด ส่งท้ายการเดินทางอย่างเพอร์เฟคต์ด้วยการไม่มีใครนั่งข้างๆ (เราแยกจองที่นั่งกับเพื่อน)
 
 
ภาพการเดินทางครั้งนี้
 
เวียดนามครั้งที่ ๑
 
 

Recommend